สิ่งนี้เองที่ช่วยให้มองเห็นความจริงได้ว่า คนที่เข้าไปนั่งหลับตาเพื่อกำหนดสมาธิภายในวัด หลังจากออกมาแล้ว ส่วนใหญ่ก็ไม่สามารถนำไปใช้ประโยชน์อะไรได้มากนัก ทั้งนี้ เมื่อไม่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ ก็ย่อมเกิดภาวะยึดติด ทำให้ต้องมุ่งเข้าวัดเรื่อยไปจนเป็นนิสัย เปรียบเหมือนสิ่งเสพติด ไม่ว่าจะเกิดความทุกข์เรื่องใดก็ตาม

จากอุปนิสัยดังกล่าว สำหรับผู้ที่มีจิตใจอิสระช่วยให้มองเห็นได้สองด้าน มักชวนให้สงสัยว่า "บุคคลที่มีลักษณะดังได้กล่าวมาแล้ว ส่วนใหญ่กลัวความทุกข์ที่อยู่ในใจตัวเองจึงหนีโลกเข้าไปอยู่ในวัด"แทนที่จะมองเห็นโอกาสใช้ผลกระทบจากปรากฏการณ์ของโลกภายนอกเป็นครูสอนให้ตนมีรากฐานจิตใจเข้มแข็งยิ่งขึ้น ช่วยให้ยืนอยู่ท่ามกลางวิถีการเปลี่ยนแปลงของโลกได้อย่างสง่างาม

ความจริงแล้ว ถ้าต้องการศึกษาธรรมะซึ่งเป็นของจริง ที่แฝงอยู่ในรากฐานจิตใจตนเอง ควรมีความเข้มแข็งอดทนช่วยให้ดำเนินชีวิตได้อย่างมั่นคงแข็งแรงยิ่งขึ้นเป็นลำดับ แทนที่จะหลบเข้าไปอยู่ในวัดให้อิทธิพลวัตถุภายในวัดครอบงำหนักมากยิ่งขึ้น

จากบทความ ค้นหาธรรมจากชีวิต ๑๓ สิงหาคม ๒๕๕๐

ผู้เรียบเรียงก็เชื่อและมีความเห็นเช่นเดียวกับอาจารย์ปู่ ว่าวัดที่แท้จริงอยุ่ในตัวเรานี่แหละ