ลุงโง่ย้ายภูเขา

โกวิท วงศ์สุรวัฒน์ : ลุงโง่ย้ายภูเขาตัวจริงอยู่ที่อินเดีย


คุณลุงแมนจิตัวจริง

มีเรื่อง “ลุงโง่ย้ายภูเขา” ซึ่งเป็นเรื่องแบบคติสอนใจของจีนที่เคยอ่านมานานแล้ว ซึ่งมักได้ยินคนอ้างอิงถึงอยู่บ่อยครั้งเวลาจะสอนเรื่องความเพียรซึ่งเรื่องมีอยู่ว่า



กาลครั้งก่อนนานมาแล้วมีชายชราคนหนึ่งอายุเกือบ 90 ปี มีชื่อว่า อวี๋กงชาวบ้านเรียกขานพ่อเฒ่าว่า "ลุงโง่" บ้านของลุงโง่อยู่ทางเหนือของภูเขา ที่หน้าบ้านมีภูเขาไท่หังและภูเขาหวางอูสองลูกตั้งขวางอยู่ ทุกวันเดินเข้าเดินออกจะไปไหนก็จะต้องเดินอ้อมภูเขาที่ขวางหน้าบ้านนี้ ทำให้รู้สึกไม่สะดวกยิ่งนัก ดังนั้น ลุงโง่จึงตัดสินใจจะย้ายภูเขาทั้งสองลูกที่ขวางหน้าบ้านนี้ออกไปเสีย และนับจากนั้นมา ลุงโง่ก็ตื่นแต่เช้า นำลูกๆ หลานๆ ช่วยกันขุดเจาะหินผาที่หน้าบ้านกันอย่างไม่หยุดมือ ตั้งใจจะย้ายภูเขาสองลูกนี้ให้พ้นไปให้ได้



ในละแวกใกล้เคียงที่ลุงโง่อาศัยอยู่นั้น มีชายชราอีกผู้หนึ่งชื่อ จือโส้ว อาศัยอยู่ ชาวบ้านเรียกขานพ่อเฒ่าคนนี้ว่า "เฒ่าเรืองปัญญา" วันหนึ่งเขาเดินผ่านมาเห็นลุงโง่กับลูกหลานพากันง่วนอยู่กับการขุดเจาะภูเขา ก็อดหัวเราะในความโง่เขลาของลุงโง่ไม่ได้ จึงพูดกับลุงโง่ว่า "ท่านท่าจะเลอะเลือนไปใหญ่แล้วั้อายุปูนนี้เปรียบไปก็เหมือนไม้ใกล้ฝั่ง ยังจะขุดย้ายภูเขาอะไรกันอีก ถึงขุดไปจนตัวตายก็ยังหาได้สะเทือนภูเขาใหญ่สองลูกนี้แม้สักน้อยนิดไม่"



ลุงโง่ตอบว่า "คนที่เลอะเลือนนั้นมิใช่ข้า เป็นท่านต่างหาก แม้ข้าตายไปแล้วก็ไม่เป็นไร ยังมีลูกของข้า แล้วลูกก็มีหลานหลานก็ยังมีเหลนอีกั้ลูกหลานเหลนรับช่วงสืบต่อกันไปหลายชั่วคนช่วยกันขุด ขุดมันออกไปหน่อยหนึ่ง มันก็น้อยลงหน่อยหนึ่ง แต่ภูเขานั้นไม่มีวันงอกสูงขึ้นอีกเป็นแน่ขอแต่ให้พวกเรามีความตั้งใจเด็ดเดี่ยวแน่วแน่ั้ย่อมจะขุดย้ายภูเขาสองลูกนี้ให้ราบไปได้"


ดาราอินเดียแสดงเป็นลุงแมนจิ



ชายชราที่ได้ชื่อว่าเป็นผู้เรืองปัญญาฟังแล้วให้รู้สึกอับจนถ้อยคำ นิทานสุภาษิตนี้มีบันทึกไว้ในหนังสือ "เลี่ยจื่อ" สอนให้เรารู้ว่า คนเราย่อมเอาชนะธรรมชาติได้ คนๆ หนึ่งขอแต่ให้มีความตั้งใจ มีความมานะบากบั่นไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคั้แม้จะยากลำบากแค่ไหนก็สามารถขจัดได้ั้คนเราไม่ว่าจะทำการงานใดจะต้องมีจิตใจแบบลุงโง่ย้ายภูเขา ภูเขาแม้จะใหญ่โตก็มิสู้ปณิธานของลุงโง่



หินผาแม้จะแข็งแกร่งก็ไม่สู้ความตั้งใจอันเด็ดเดี่ยวแน่วแน่ของลุงโง่

เรื่องเดิมมีอยู่เท่านี้ แต่พอเล่าไปเล่าไปก็เกิดมีการต่อเติมเป็นเทวดาเห็นเข้าเลยสงสารจึงช่วยย้ายภูเขาให้ ทำให้ผู้เขียนไม่ค่อยจะศรัทธาและไม่เคยนำเรื่องลุงโง่ย้ายภูเขานี้มาใช้เลยจนกระทั่งมาเจอเอาของจริงวันนี้ คือ มีลุงโง่ตัวจริงของอินเดียผู้ที่ย้ายภูเขาได้สำเร็จด้วยตัวคนเดียว โดยขายแพะที่มีอยู่เพียง 5-6 ตัวของเขาเพื่อซื้อฆ้อน สิ่ว และเชือก มาย้ายส่วนหนึ่งของทิวเขาหินที่สูงร่วม 7.6 เมตร เพื่อสร้างทางยาว 110 เมตร กว้าง 9.1 เมตร เพื่อไปยังเมืองใหญ่ที่มีหมอ มีโรงพยาบาล ที่เดิมใช้ระยะทางเดินอ้อมทิวเขาไปยาวถึง 73 กิโลเมตร แต่เมื่อสร้างทางผ่าภูเขาเข้าไปแล้วจะมีระยะทางเพียง 1 กิโลเมตรเท่านั้น โดยลุงโง่อินเดียคนนี้ต้องใช้เวลาถึงใช้เวลาวถึง 22 ปี


ปัจจุบัน



ลุงคนนี้ ท่านชื่อ คุณลุงดาสราช แมนจิ อาศัยอยู่ในหมู่บ้านกัลลอร์ อำเภอคยา จังหวัดมคธ รัฐพิหาร ประเทศอินเดีย (ไม่ห่างจากพุทธคยาที่คนไทยชอบไปแสวงบุญเท่าไรนัก) คุณลุงแมนจิเป็นลูกจ้างเขาทำนานะครับ ไม่มีที่ดินไปของตัวเอง และเป็นคนที่อยู่นอกวรรณะ คือ ไม่ใช่พวกกษัตริย์ พราหมณ์ แพศย์ ศูทร หรือแม้แต่จัณฑาลที่เป็นคนที่แต่งงานข้ามวรรณะ แบบว่าเป็นพวกที่ต่ำสุดของต่ำในสังคมอินเดีย ซึ่งมันสืบเนื่องมาจากประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม แม้รัฐธรรมนูญอินเดียประกาศยกเลิกการแบ่งชนชั้นวรรณะนี้ไปตั้งแต่ตั้งประเทศแล้ว แต่ในทางปฏิบัติก็ยังมีอยู่ทั่วไปในอินเดีย

คุณลุงแมนจิท่านรักภรรยาของท่านมาก ขณะที่ท่านไปรับจ้างทำนาอยู่ ภรรยาท่านก็ต้องปีนเขาไปหาน้ำหาอาหารให้ท่านกินเวลากลับมาที่กระต๊อบ (อาหารที่พวกคุณลุงแมนจิกินส่วนใหญ่ก็หาเอาในแถบที่อยู่อาศัยนั่นแหละ มีรากไม้ หอยทาก หรือหนูเป็นหลัก จึงเป็นที่รังเกียจของชาวอินเดียส่วนใหญ่) ภรรยาของท่านพลาดตกเขาจนข้อเท้าหัก แต่ไม่สามารถไปโรงพยาบาลได้เพราะมันไกลเหลือเกิน จึงต้องรักษากันไปตามมีตามเกิด จึงเป็นแรงบันดาลใจให้คุณลุงแมนจิต้องการจะทะลายภูเขาเพื่อที่ให้คนหลังเขาทั้งหมดนี้ไม่ได้ต้องทนทุกข์ทรมานเช่นภรรยาที่รักของตุณลุงอีก และในระหว่างช่วง 10 กว่าปีแรกของการทะลายภูเขานั้น ภรรยาของลุงก็เสียชีวิตลงโดยไม่สามารถเอาไปส่งไปรักษาโรงพยาบาลได้ ยิ่งทำให้คุณลุงแมนจิมีพลังมุมานะเพิ่มขี้นอีก ประกอบกับการทำงานทะลายภูเขาก็เริ่มเห็นรูปร่างขึ้นว่าอาจจะเป็นจริงได้

ชาวบ้านที่เคยหัวเราะเยาะและกล่าวหาเขาว่าบ้าก็เริ่มร่วมมือด้วยการลงขันซื้อสิ่ว ค้อน พลั่ว เชือก และช่วยขนหินออกไปบ้าง แต่ลุงแมนจิก็ยังต้องทำงานอยู่คนเดียวอีก 12 ปี รวมเวลาทั้งหมด 22 ปี จาก พ.ศ.2502 ถึง พ.ศ.2524

ครับ! ผลงานของคุณลุงแมนจิเป็นผลงานของอนุสรณ์แห่งความรักที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก เป็นความรักที่บริสุทธิ์ที่คุณลุงแมนจิมีต่อภรรยาและได้เอ่อล้นออกมาเป็นความเมตตาต่อประชาชน แม้ว่าภรรยาของลุงแมนจิเสียชีวิตไปแล้วก็ตาม แต่ลุงแมนจิก็ยังเดินหน้าทำงานที่มีเพียงชาวบ้านที่ชื่นชมในความรักอันบริสุทธิ์ของลุงแมนจิ โดยขนานนามท่านว่า "สาธุ จฮิ"

คุณลุงดาสราช แมนจิ เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งเมื่อวันที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2550 ด้วยอายุประมาณ 73 ปี (ไม่รู้วันเดือนปีเกิดที่แน่นอน) โดยที่รัฐบาลแห่งรัฐพิหารทำได้เพียงจัดพิธีศพเทียบเท่าประมุขของรัฐให้เท่านั้น

สำหรับท่านที่เคารพ ผู้เดินทางไปแสวงบุญยังพุทธคยาแล้วน่าจะหาโอกาสไปเยี่ยมเยือนถนนที่ผ่านช่องเขาด้วยมือทั้งสองของลุงแมนจิด้วย เนื่องจากถนนนี้เป็นอนุสรณ์แห่งความรัก ความเมตตาที่ยิ่งใหญ่กว่าทัชมาฮาลเสียอีก แถมยังอยู่ในรัฐพิหารรัฐเดียวกันอีกด้วย

..................

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน diary



ความเห็น (3)

กินใจนัก ชีวิตฉันคล้ายๆอย่างกับบทความ มีหลายๆคนเขาหาว่าอายุขนาดนี้แล้วเป็นไปไม่ได้ที่จะเรียนหนังสือ ฉันก็ตอบไปทุกครั้งว่าเพื่อลูกหลานจะเอาอย่างกันบ้าง ทุกวันนี้ในระดับ ป.โท ฉันฉลาดน้อยที่สุดก็จริงแต่ข้างนอกที่เคยสั่งสอนฉันเมื่อก่อนแม้หน้าฉันก็ไม่กล้ามองบางครั้งทำให้ฉันไม่ค่อยสบายใจนัก

เขียนเมื่อ 

thank you

เขียนเมื่อ 

ชอบใจบทความนี้มากเลยครับ

ใช้ความวิริยะอุตสาหะมากเลยครับ

ขอบคุณที่บันทึกให้อ่านครับ