หนังสร้างจากเรื่องจริงของ Maria Altmann สตรีชาวยิวที่หนีไปอยู่อเมริกาเมื่อนาซีเข้ายึดออสเตรียประเทศบ้านเกิดของเธอ กับการทวงคืนภาพวาดที่ชื่อ Adele Bloch-Bauer I จากรัฐบาลออสเตรีย

ทหารนาซียึดทรัพย์สินมีค่าของครอบครัวมาเรีย รวมทั้งภาพวาดป้าอเดเล่ (Adele Bloch-Bauer)ผลงานของ คลิมท์ (Gustav Klimt) จิตรกรผู้มีชื่อเสียงชาวออสเตรีย มาเรียกับสามีหลบหนีจากเวียนนาไปอยู่อเมริกา เมื่อสงครามยุติภาพถูกนำไปแสดงในพิพิธภัณฑ์แห่งชาติออสเตรีย ต่อมาในปี ๑๙๘๘ ออสเตรียออกกฎหมายสำคัญให้เจ้าของทรัพย์สินที่ถูกนาซียึดไปสามารถแสดงหลักฐานขอคืนทรัพย์สินนั้นได้

มาเรียขอความช่วยเหลือจากทนายแรนดี้ (Randol Schoenberg) หนุ่มเชื้อสายยิวลูกชายเพื่อน ทั้งสองเดินทางไปออสเตรีย แต่การทวงคืนครั้งนี้ไม่สำเร็จเพราะรัฐบาลออสเตรียอ้างว่าภาพชิ้นนี้ป้าของเธอเขียนพินัยกรรมมอบให้ มาเรียยอมรับและไม่คิดจะต่อสู้ต่อ สำหรับแรนดี้ทนายหนุ่มที่ไม่เต็มใจนักที่จะทำเรื่องนี้แต่แรกแต่ทนแรงตื้อของมาเรียไม่ไหวการไปเยี่ยมชมอนุสรณ์สถานของการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ยิวในออสเตรียสร้างความสะเทือนใจรุนแรงจนเขามุ่งมั่นที่จะทวงคืนภาพให้ได้ เพราะนั่นคือ การทวงคืนความยุติธรรมให้แก่เหยื่อชาวยิวทั้งมวล

กลับไปอเมริกา แรนดี้ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้านายให้ทำงานนี้ต่อเพราะมันจบแล้ว แต่สำหรับแรนดี้ยังไม่จบ เขาลาออก สืบค้นเอกสารและข้อกฎหมายจนพบว่า เขาสามารถฟ้องรัฐบาลออสเตรียบนแผ่นดินอเมริกาได้ สุดท้ายอนุญาโตตุลาการตัดสินให้รัฐบาลออสเตรียมอบคืนภาพวาด ๕ ภาพให้แก่มาเรีย รวมทั้ง ภาพสำคัญ "Woman in Gold"

นี่คือชัยชนะของความยุติธรรมที่ไม่ได้มาง่ายๆ

...........................

การนำเสนอของหนังที่มีเหตุการณ์ประวัติศาสตร์เชื่อมโยงกับปัจจุบันไม่มีหนทางอื่นดีไปกว่าการตัดภาพกลับไปมา หนังทำให้คนดูสงสัยว่าเหตุใดการเดินทางกลับบ้านเกิดจึงเป็นความขมขื่น หนังให้เราเห็นภาพการกระทำป่าเถื่อนของนาซีต่อครอบครัว Bloch-Bauer ภาพเหตุการณ์ในวันที่มาเรียและสามีหนีจากบ้านเกิดทิ้งพ่อแม่ที่ป่วยไว้ลำพัง นอกจากการไม่ช่วยเหลือแล้วเพื่อนบ้านชาวออสเตรียยังชี้นำให้นาซีจับตัวเธอ จึงไม่แปลกที่มาเรียตั้งใจแน่วแน่ว่าเธอไม่มีวันกลับไปเหยียบแผ่นดินเกิดอีกชั่วชีวิต แต่เพื่อทวงคืนความยุติธรรมเธอต้องเดินทางกลับไปถึงสองครั้ง

หนังน่าเบื่อมากในครึ่งแรก การแสดงของ ไรอัน เรย์โนลด์ (รับบทแรนดี้) นั้นจืดสนิทเมื่อเจอนักแสดงรุ่นเก๋าอย่าง เฮเลน มิเรน (รับบทมาเรีย) บทพูดของหนังสไตล์ฮอลลีวูดก็เฟอะฟะ และน้ำเน่า ครึ่งหลังค่อยกระชับมีชีวิตชีวาขึ้น แต่เพราะเนื้อหาที่เป็นเรื่องจริงจึงดึงดูดให้ฉันดูหนังไปด้วยลุ้นไปด้วยทั้งที่รู้ว่ามันจะจบแบบไหน

หญิงนักสู้อย่าง Maria Altmann ได้ใจฉันไปเต็มๆ มันต้องอย่างนี้สิ!!

ถ้าไม่ใช่คอหนัง และหนังสือเกี่ยวกับสงครามโลกครั้งที่สอง อาจดูหนังเรื่องนี้ไม่สนุก

เป็นวันเสาร์ที่ดูหนัง ๒ เรื่องติดกัน เดินจากโรงนี้ไปโรงโน้น ออกจากโรง Woman in Gold ไปดูหนังอีกเรื่อง The Age of Adaline หนังเกี่ยวกับหญิงสาวชื่อ Adaline ที่ประสบเหตุการณ์ประหลาดที่เธอจะหยุดการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพไว้ในวัยสาว คือจะไม่มีวันแก่ โครงเรื่องน่าสนใจมาก แต่หนังทำออกมาแสนธรรมดา ถ้าไม่ได้ดู Woman in Gold การขับรถเข้ากรุงคงเสียเวลาเปล่า.

......................................

บันทึกเพิ่มเติม

การยึดครองออสเตรีย

ฮิตเลอร์เรียกการยกทัพไปยึดครองประเทศต่างๆ ว่า การรวมชาติ (Anschluss = Union)

ออสเตรียเป็นประเทศบ้านเกิดของฮิตเลอร์ จึงเป็นประเทศแรกที่ฮิตเลอร์เข้ายึดครองในปี 1938 โดยข่มขู่ประธานาธิบดีออสเตรียให้แต่งตั้งคนของตัวเองเป็นนายกรัฐมนตรีแทนคนเก่าที่ไม่เชื่อฟัง ฮิตเลอร์บัญชาให้ โยเซฟ เกิบเบลล์ รัฐมนตรีกระทรวงโฆษนาการของเยอรมันและเป็นสาวกผู้ซื่อสัตย์คนเดียวของฮิตเลอร์ออกข่าวเท็จว่ามีเหตุวุ่นวายยุ่งเหยิงนานาในออสเตรีย เป็นผลให้ภาวะเศรษฐกิจปั่นป่วนอย่างหนัก สุดท้ายประธานาธิบดีแต่งตั้งคนของพรรคนาซีเป็นนายกรัฐมนตรี นาซียกทัพเข้ายึดออสเตรียง่ายดาย ได้รับการต้อนรับอย่างดีจากชาวออสเตรีย

จากหนังสือ Mein Kampf (การต่อสู้ของข้าพเจ้า) ที่ฮิตเลอร์เขียนเอง เขาจัดลำดับคนยิวเป็นชนชั้นต่ำจึงต้องกำจัดให้หมดไปจากโลก ฮิตเลอร์และพลพรรคนาซีปฏิบัติต่อยิวในทุกประเทศที่ยึดครองด้วยการยึดทรัพย์สิน จับกุมตัวคนยิวที่ร่ำรวยด้วยข้อหาต่างๆ สุดท้ายก็จับกุมยิวทุกคนไปเข้าค่ายคือเอาไปฆ่า

.......................................

เกี่ยวกับภาพวาด Pertrait of Adele Bloch-Bauer

Portrait of Adele Bloch-Bauer I

ภาพนี้เป็น ๑ ใน ๒ ภาพวาดที่มี Adele Bloch-Bauer (1881-1925) เป็นแบบ ผลงานสีน้ำมันบนผ้าใบ (Oil,silver,and gold on canvas) ของ กุสตาฟ คลิมท์ (Gostav Climt ,1862-1918) วาดในปี ๑๙๐๗ ชื่อ Adele Bloch-Bauer I

อเดเล่ (Adele Bloch-Bauer) ภรรยาของเฟอร์ดินาน (Ferdinand Bloch-Bauer) ลุงของมาเรีย อัลต์แมน เป็นยิวเจ้าของโรงงานน้ำตาล ทั้งคู่ไม่มีลูก อเดเล่ชื่นชอบงานศิลปะเธอมีผลงานของคลิมป์ในครอบครอง ๕ ภาพ ๒ ภาพเป็นภาพวาดที่เธอเป็นแบบ อเดเล่เสียชีวิตในปี ๑๙๒๕ ก่อนนาซียึดครองออสเตรีย ก่อนเสียชีวิตเธอแสดงเจตจำนงขอให้สามีมอบภาพวาดทั้งหมดให้แก่หอแสดงภาพแห่งชาติออสเตรีย (Austrian State Gallery) ทำให้เป็นประเด็นทางกฎหมายว่าเจตจำนงของเธอมีผลทางกฎหมายหรือไม่เพราะภาพทั้งหมดเป็นทรัพย์สินของสามี เฟอร์ดินาน บลอช-บาวเออร์เสียชีวิตในปี ๑๙๔๕ ที่ซูริคหลังสงครามโลกครั้งที่ ๒ จบไม่กี่เดือน เขาเขียนพินัยกรรมยกทรัพย์สินทั้งหมดให้แก่หลานๆ ได้แก่มาเรียและพี่สาวที่ลี้ภัยอยู่นอกประเทศ ขณะนั้นภาพเขียนทุกชิ้นอยู่ในครอบครองของรัฐบาลออสเตรียที่ไปยึดคืนมาจากนาซี

ปี ๑๙๙๘ รัฐบาลออสเตรียออกกฎหมายสำคัญที่เปิดโอกาสให้บุคคลแสดงหลักฐานเพื่อขอคืนทรัพย์สินที่ถูกนาซียึดไปในระหว่างสงคราม Maria Altmann เป็นหนึ่งในนั้น เธอร้องขอเพียงให้เธอได้รับสิทธิการเป็นเจ้าของภาพเท่านั้นและเธอยินดีที่จะมอบภาพนั้นให้แสดงไว้ที่เดิมในประเทศออสเตรีย แต่รัฐบาลออสเตรียปฏิเสธ

ปี ๑๙๙๙ มาเรียคิดจะดำเนินการทางกฎหมายในออสเตรียเพื่อเรียกร้องสิทธิต่อ แต่ตามกฎหมายเธอต้องจ่ายเงินค่าฟ้องร้องให้แก่รัฐมากถึง ๑.๕ ล้านเหรียญ ซึ่งเธอไม่มีเงินมากขนาดนั้น

Maria Altmann และ Randol Schoenberg (ทนายความ)

ปี ๒๐๐๐ มาเรียและทนายความพบว่าเธอสามารถฟ้องร้องรัฐบาลออสเตรียภายใต้กฎหมายของประเทศสหรัฐอเมริกาที่ชื่อ Foreign Sovereign Immunities Act และศาลรับคำฟ้องของเธอ และในปี ๒๐๐๔ มีการแต่งตั้งคณะผู้พิพากษาออสเตรีย ๓ คน วินิจฉัยคำฟ้องนี้

โปสเตอร์อำลาภาพเขียนสำคัญที่ต้องส่งคืนเจ้าของ ติดตั้งในกรุงเวียนนา

เมื่อวันที่ ๑๖ มกราคม ๒๐๐๖ ได้มีคำวินิจฉัยให้รัฐบาลออสเตรียคืนภาพเขียนทั้งหมดให้แก่มาเรีย ในเดือนมีนาคมภาพทั้งหมดถูกส่งคืนเจ้าของ และถูกนำไปแสดงที่ Los Angeles County Museum of Art ในเวลานั้นมีการประเมินมูลค่าภาพทั้งหมดอยู่ที่ ๑๕๐ ล้านเหรียญ

มิถุนายน ๒๐๐๖ มาเรีย อัลท์แมน นำภาพออกประมูล ภาพ Adele Bloch-Bauer I ถูกประมูลไปที่ราคา ๑๓๕ ล้านเหรียญ โดย Ronald Lauder เป็นการประมูลภาพเขียนที่มีมูลค่าสูงที่สุดในเวลานั้น ภาพถูกนำไปแสดงอยู่ที่ Neue Galerie นิวยอร์ค

มาเรีย อัลท์แมน อาศัยอยู่ที่ลอส แองเจลีส สหรัฐอเมริกา เธอเพิ่งเสียชีวิตเมื่อ ๗ กุมภาพันธ์ ๒๐๑๑ ในวัย ๙๔ ปี.

.....................................

อ้างอิง

นฤนารท พระปัญญา. Hitler's War : กำเนิด จุดจบ และโศกนาฏกรรมของฮิตเลอร์. กรุงเทพ : สยามปริทัศน์ , ๒๕๕๗.

Adolf Hitler. Mein Kampf การต่อสู้ของข้าพเจ้า. พิมพ์ครั้งที่ ๘ (ศ.ป. ผู้แปล) . กรุงเทพ : สำนักพิมพ์โฆษิต , ๒๕๔๘.

http://en.wikipedia.org/wiki/Gustav_Klimt

http://en.wikipedia.org/wiki/Maria_Altmann

http://en.wikipedia.org/wiki/Portrait_of_Adele_Bloch-Bauer_I