ตำราชีวิต : พฤติกรรมการเล่นในเด็กออทิสติก

Kanon Ida
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ
ออทิสติก หรือ ชื่อเต็ม "Autistic Spectrum disorder (ASD)" เป็นโรคเกี่ยวกับเรื่องของพัฒนาการ เด็กที่เป็นโรคนี้จะมีความผิดปกติอยู่3ส่วนหลักๆ คือ

1.ทักษะในการปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่นในสังคม
2.การสื่อสารและมีส่วนร่วมในกิจกรรมต่างๆ
3.กิจกรรมและสิ่งที่สนใจจะเป็นสิ่งที่ซ้ำๆตามรูปแบบเดิมอย่างเห็นได้ชัด

อ้างอิงรูปภาพ http://hellcat-vintage.com/wp-content/uploads/2013/03/autism-signs.jpg

นักกิจกรรมบำบัดจะเข้ามามีบทบาทในการเด็กออทิสติกอย่างไรบ้าง? ยกตัวอย่างเช่น นักกิจกรรมบำบัดจะใช้การบูรณการประสาทความรู้สึกในการรักษา โดย

1.ช่วยให้พ่อแม่เข้าใจพฤติกรรมของลูกและเลี้ยงดูอย่างถูกต้อง
2.ช่วยให้พ่อแม่และครูปรับสิ่งแวดล้อมให้ตรงกับความรู้สึกที่เด็กต้องการได้
3.ช่วยให้เด็กจัดการการตอบสนองต่อสิ่งเร้าที่เข้ามาได้

บทที่1 : PEOP

P (Person) – เด็กออทิสติก
E (Environment) – ครอบครัว , เพื่อน , ครู
O (Occupation) – Play : เล่นของเล่นผิดปกติ เช่น หมุนล้อจักยานแล้วนั่งมอง, สนใจแต่สิ่งของเดิมซ้ำๆอย่างมาก เช่น ไดโนเสาร์
P (Performance) – พัฒนาการไม่เป็นไปตามปกติ เพราะไม่ได้เรียนรู้จากการเล่นแบบต่างๆที่เป็นพื้นฐานของการเรียนรู้เลย

บทที่2 : EBP levels

- Client ' s performance outcome measure : จากการศึกษางานวิจัยทั้งหมด ผลที่ออกมาก็คือ ได้เรียนรู้ข้อมูลเกี่ยวกับความสามารถเรื่องการเล่น(Play performance)ในเด็กออทิสติก ซึ่งแต่ละงานวิจัยที่อธิบายเกี่ยวกับพฤติกรรมการเล่นของเด็กและวิธีการรักษาต่างๆนั้นต่างก็ได้ผลที่ดีขึ้น เช่น คุณภาพของการปฏิสัมพันธ์ในการเล่นของพ่อแม่กับเด็กดีขึ้น , เด็กเริ่มมีการปรับประยุกต์ความสามารถของตัวเอง โดยเฉพาะในเรื่องการสื่อสารและดำเนินกิจวัตรประจำวัน

- Client ' s conditions & framework : จากงานวิจัยทั้งหมดที่ศึกษา มีอยู่1เทคนิคและ1 frameworkที่เห็นได้ชัด คือ Floortime model และ Sensory integration FoR ซึ่งก็มีหลายสหวิชาชีพในไทยที่นำเอาเทคนิคFloortimeมาใช้ เช่น หมอ พยาบาล ส่วนSI FoR นักกิจกรรมบำบัดในไทยก็ใช้ในการบำบัดรักษาอยู่แล้วด้วยเช่นเดียวกัน

- Client ' s contextualization : บริบทของคนไข้ ในที่นี้คนไข้คือ เด็กออทิสติก บริบทแวดล้อมรอบตัวตามงานวิจัย คือ พ่อแม่ ครู OT และทีมสหวิชาชีพอื่นๆ

- Client ' s occupation : จากงานวิจัยที่ได้ศึกษา occupationของเด็กออทิสติกที่กล่าวถึง ก็คือ เรื่อง Play , Social participation และ ADL

-และจากงานวิจัยทั้งหมดที่ศึกษามา มีงานที่ไม่ใช่OTเป็นผู้เขียนด้วย ซึ่งความรู้จากงานนี้ที่OTจะสามารถนำมาใช้ได้คงจะเป็นการนำเอาเทคนิคการวางแผนรักษาบางอย่างมาใช้ เช่น ในเรื่องของการให้คำปรึกษากับพ่อแม่ตอนเล่นอยู่บ้านกับลูก อาจมีการอัดvdoการเล่นไว้ แล้วนำมาเปิดให้OTดูเพื่อจะได้ให้ข้อมูลสะท้อนกลับไปยังพ่อแม่และวิเคราะห์แผนการรักษาต่างๆใหม่ได้อย่างถูกประเด็น เป็นต้น

บทที่ 3 : Knowledge Management
- Therapeutic use of self : ใช้ตัวเองเป็นสื่อในการรักษา ในที่นี้ไม่จำเป็นต้องเป็นแค่OTที่ต้องเป็นคนรักษา พ่อแม่ ปู่ย่า ครูก็สามารถช่วยกันรักษาได้ โดยมีงานค้นคว้าหนึ่งกล่าวเกี่ยวกับการใช้เทคนิค Floor time ในการรักษาเด็กออทิสติก โดยOTจะให้คำแนะนำกับพ่อแม่ว่าควรเล่นกับลูกยังไง ใช้เวลาเท่าไร มีเทคนิคอะไร เพื่อพัฒนาทักษะการปฏิสัมพันธ์ทางสังคมและพฤติกรรมการปรับตัวของเด็ก ซึ่งผลของงานค้นคว้านี้ก็ได้เป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้จริงๆ

- Client relationship : ต้องมีการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับเด็กและพ่อแม่ก่อน โดยในเด็กเราจะค่อยๆเข้าหา ไม่คุกคามมากเกินไป ใช้การเล่นเป็นสื่อในการสร้างความสัมพันธ์เพื่อให้เด็กไว้ใจเรามากขึ้น ส่วนพ่อแม่เราต้องสร้างสัมพันธภาพที่ดีเพื่อให้เกิดความร่วมมือสูงสุดในการช่วยดูแลรักษาเด็ก เช่น พ่อแม่ทำตามคำแนะนำของผู้บำบัดในเรื่องของการเป็นตัวอย่างในการเล่นที่ถูกต้องขณะใช้เวลาเล่นกับลูกที่บ้าน

- Activity analysis : วิเคราะห์การเล่นให้เหมาะกับพฤติกรรมของเด็ก เช่น เด็กมีการเรียนรู้ใหม่ๆผ่านการสัมผัส การเล่นที่เราจะให้ก็ต้องปรับให้เหมาะตามสไตล์ของเด็ก เช่น เล่นทรายในถังเล็กàเล่นทรายกับพ่อที่หลังบ้านàเล่นทรายที่สนามเด็กเล่นกับเพื่อน

- Teaching & Learning process : กระบวนการสอนในเด็ก จะเป็นไปตามโปรแกรมที่ตั้งไว้หลังจากตรวจประเมินเรียบร้อยแล้ว ส่วนของพ่อแม่ผู้บำบัดก็ต้องให้ความรู้ในการปฏิบัติตัวอย่างไรให้ช่วยส่งเสริมพัฒนาการเด็กได้

- Environment modification : จะมีการปรับสิ่งแวดล้อมรอบตัวเด็ก เช่น แนะนำให้คุณครูปรับเอากิจกรรม เล่นสไลเดอร์,ตักทราย,ปีนตาข่าย เพิ่มเข้ามาในชั่วโมงพละ เพื่อใช้การเล่นส่งเสริมในเรื่องของการบูรณาการประสาทความรู้สึก

บทที่ 4 : Knowledge Translation

- สร้างสัมพันธภาพ : แนะนำตัวก่อนกับทั้งพ่อแม่และเด็ก พยายามเข้าหาแบบเป็นมิตรกับเด็ก ไม่ให้ทำเด็กรู้สึกกลัว อาจปล่อยให้เด็กได้เข้าไปเล่นในห้องฝึกก่อน แล้วผู้บำบัดก็อยู่คุยกับพ่อแม่อยู่ข้างนอกเพื่อสอบถามข้อมูลทั่วไปและพยายามเข้าใจถึงสิ่งที่พ่อแม่ประสบอยู่ ให้ความเห็นอกเห็นใจต่อพ่อแม่ เพื่อให้เค้ารู้สึกว่าเราเข้าใจความรู้สึกเค้านะ จะทำให้ความสัมพันธ์ยิ่งดีขึ้น

- ตรวจประเมิน :
ประเมินตาม Domain&Process > Occupation

1. ADL : เด็กมีการทำกิจวัตรประจำวันของตัวเองอย่างไรบ้าง เช่น แปรงฟัน กินข้าว
2. IADL : การทำกิจวัตรประจำวันขั้นสูงเป็นอย่างไรบ้าง เช่น ช่วยทำงานบ้าน
3.Education : การเรียนของเด็กเป็นอย่างไร เช่น อยู่ชั้นป.3 มีปัญหาการเรียนยังไงบ้าง
4.Play : การเล่นเป็นอย่างไร ***(ซึ่งในตำราชีวิตนี้จะเน้นศึกษาเรื่องการเล่น)
5.Social participation : พฤติกรรมการเข้าสังคมเป็นอย่างไร เช่น ไม่สบตากับคู่สนทนา
6.Rest/sleep : พฤติกรรมการนอนหลับเป็นอย่างไร
7.Leisure : กิจกรรมที่เด็กทำยามว่างคืออะไร

ขั้นตอนการประเมิน Play

  • ประเมิน Client need ก่อนว่าเด็กหรือผู้ดูแลมีความต้องการอะไรจากการมาทำกิจกรรมบำบัด
  • การตรวจประเมินในที่นี้จะใช้จากการสัมภาษณ์พฤติกรรมของเด็กจากผู้ดูแลและการสังเกตขณะเด็กเล่นจริงในห้องฝึกว่ามีพฤติกรรมอย่างไรบ้าง แล้วเอามาเปรียบเทียบกับระดับพัฒนาการของเด็ก(Developmental Milestone) ณ ขณะนั้นว่าเป็นไปตามวัยหรือไม่
  • ทดสอบโดยการใช้แบบประเมิน Preschool play scale ตาม framework development(ดูplay performance) และแบบประเมิน Vineland (ดูadaptive ability)
  • ดูประวัติคนไข้จากแฟ้มการรักษาเพื่อใช้ข้อมูลมาประกอบการวิเคราะห์กิจกรรมในการรักษา เช่น การวินิจฉัยโรค อายุ การส่งต่อสหวิชาชีพ เป็นต้น
  • ประเมินความสุขของเด็กและผู้ดูแลหลังจากการบำบัดแล้ว โดยการสอบถามหรือจากการสังเกตอารมณ์ ท่าทางที่แสดงออกในการทำกิจกรรม
  • ประเมินดูบทบาทของเด็กว่าตัวเค้ามีบทบาทอย่างไรบ้าง เช่น ลูกคนโต , นักเรียน ,หลาน
  • OTประเมินตัวเองซ้ำทุกครั้ง ว่าเราได้ทำอะไรไปบ้างกับเคสนี้ ดีหรือไม่ดีอย่างไร ควรแก้แบบไหน ครั้งต่อไปเราจะปรับปรุงจุดไหนให้ดีขึ้น

- OT planning :

  • Floortime technique – OTเอามาปรับใช้โดยเป็นการให้เด็กเล่นสิ่งที่อยากเล่นอยู่กับพื้นและพ่อแม่ก็มีส่วนร่วมในการเล่นไปด้วย ถ้าเด็กงอแงจะใช้การวางเงื่อนไขเข้ามาช่วย เช่น ถ้างอแงหรือไม่เล่นดีๆจะไม่ให้เล่นของที่ชอบนะ
  • SI technique – OTใช้หลักการตามเฟรมนี้ในการวางแผนทำกิจกรรม โดยต้องเป็นกิจกรรมการเล่นที่มีทั้งการกระตุ้น tactile, vestibular และ Proprioceptive senses เพราะการเกิดการบูรณาการประสาทความรู้สึกจะเป็นฐานของความสามารถในการเล่นและความสามารถด้านอื่นๆด้วย
  • ให้คำปรึกษาพ่อแม่เพื่อนำกลับไปใช้ที่บ้านกับลูก - โดยอาจให้พ่อแม่อัดวิดีโอตอนเล่นกับลูกไว้แล้วนำมาเปิดให้OTดูเพื่อให้OTให้สะท้อนข้อมูลกลับไปเกี่ยวกับการกระทำของพ่อแม่ในวิดีโอว่าทำแบบไหนดี/ไม่ดี,ควรทำขั้นตอนอะไรเพิ่ม,มีเทคนิคในการเล่นยังไงบ้าง เป็นต้น
  • Follow up – ติดตามผลการรักษา โดยการประเมินซ้ำจากตัวเด็กและผู้ดูแลทั้งในแง่พฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปและความสุขที่เกิดขึ้น

บทที่ 5 : Implication & Application

Implication – New knowledges ที่ได้มาจากการศึกษางานวิจัยครั้งนี้คือความรู้เกี่ยวกับเทคนิคการรักษาแบบ DIR/Floortime model ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อใช้ส่งเสริมทักษะด้านภาษา,ความคิดความเข้าใจ,อารมณ์ และทักษะสังคมให้ดีขึ้นผ่านการมีปฏิสัมพันธ์กันอย่างมีความหมาย
โดยในงานวิจัยเรื่องนี้พูดถึงโปรแกรมการรักษาแบบ Floortime ไว้ว่า จะให้OTผู้ซึ่งศึกษาเกี่ยวกับเรื่องนี้และได้รับการฝึกมาแล้วจากผู้บำบัดที่มีประสบการณ์และมีใบรับรองICDL มาเข้าคอร์สฝึกแม่แต่ละคนอยู่ 3week (คอนเซปท์พื้นฐาน,ขั้นตอน และแผนการเล่นแบบ Floortime)ต่อมาแม่จะถูกฝึกให้ตั้งgoalของลูกตัวเองและฝึกให้สังเกตสัญญาณจากลูกตัวเอง, ติดตามพฤติกรรมเด็ก และใช้วิธีการเล่นที่เหมาะสมกับระดับพัฒนาการ ณ ตอนนั้นของลูกเป็นเวลา 10 สัปดาห์ โดยมีการบันทึกเทปและมีOTคอยให้คำปรึกษาทุกๆ2สัปดาห์ ซึ่งผลการศึกษาก็ออกมาเป็นไปตามที่ผู้วิจัยตั้งไว้ คือ

1. เด็กมีการสื่อสารแบบ2ช่องทางได้อย่างมีจุดประสงค์, เด็กเริ่มสร้างความสัมพันธ์ได้, เด็กเริ่มจัดการกับพฤติกรรมตัวเองได้ และเริ่มมีการคิดแก้ปัญหาขึ้น

2. เด็กมีการปรับประยุกต์ความสามารถของตัวเอง โดยเฉพาะในเรื่องการสื่อสารและทักษะในการดำเนินกิจวัตรประจำวัน

3. แม่เด็กรับรู้ได้ถึงการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นของปฏิสัมพันธ์ระหว่างเธอกับลูกหลังจากใช้โปรแกรมนี้

Application – ความรู้ใหม่ที่ได้นี้ (Floortime intervention) OTสามารถนำมาปรับใช้ได้ในการรักษาเด็กที่ไม่จำเป็นว่าต้องเป็นแค่ในเด็กออทิสติก เด็กประเภทอื่นที่มีปัญหาในเรื่องคล้ายกันนี้ก็สามารถนำมาใช้ในการรักษาได้ด้วย







เอกสารอ้างอิง

  • 1.Solomon R, Egeren LAV, Mahoney G, Huber MSQ, Zimmerman P. PLAY Project Home Consultation Intervention Program for Young Children With Autism Spectrum Disorders: A Randomized Controlled Trial. Journal of Developmental & Behavioral Pediatrics. [Internet]. 2014 [cited 1 March 2015]; 35:475-485. Available from :http://www.ncbi.nlm.nih.gov/pubmed/25264862
  • 2.Liao ST, Hwang YS, Chen YJ, Lee P. Home-based DIR/Floortime Intervention Program for Preschool Children with Autism Spectrum Disorders : Preliminary Findings. Physical & Occupational therapy in Pediatric. [Internet]. 2014 [cited 11 April 2015]; 34:356–367. Available from:http://informahealthcare.com/potp
  • 3.Restall G, Evans JM. Play and Preschool Children with Autism. The American journal of Occupational Therapy. [Internet]. 1993 [cited 22 February 2015]; 48:113-120. Available from: http://www.ncbi.nlm.nih.gov/pubmed/8017504
  • 4.Smith JC, Bryan T. The Effects of Occupational Therapy with Sensory Integration Emphasis on Preschool-Age Children with Autism. The American journal of Occupational Therapy. [Internet]. 1999[cited 4 March 2015]; 53:489-497. Available from: http://www.ncbi.nlm.nih.gov/pubmed/10500857

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน กิจกรรมบำบัด



ความเห็น (0)