ทำไมถึงวัฒนธรรม "Passive learning" ?

งานการเปลี่ยนแปลงทางการศึกษาจาก "Passive Learning" ให้เป็น "Active Learning" นั้นไม่ใช่งานง่าย ๆ
แค่จัด "Event" ทางการศึกษา นั้นไม่ได้ส่งผลการเปลี่ยนแปลง ไปถึงระดับ "ไวยากรณ์" ระดับจิตใต้สำนึก
แต่อย่างไร

ตามวิธีการวิเคราะห์อุดมการณ์และจิตสำนึก ได้บอกความคิดรวบยอดพื้นฐานไว้ว่า ความคิดใด ๆ ก็ตามที่ผลิต
ขึ้นมานั้น จะต้องถูกนำเสนออยู่บ่อย ๆ หรือที่เรียกว่าการผลิตซ้ำ ความคิดนั้นจะยืนนาน เป็นความคิดความเชื่อ
หลัก อุดมการณ์หรือจิตสำนึกใดที่ถูกนำเสนอน้อย โอกาสที่จะยืนอยู่บนเวทีเพื่อต่อสู้กับความคิดความเชื่อเดิม
นั้นแทบจะถูกน๊อคตั้งแต่ชั่วโมงแรก

เรามาดูวัฒนธรรมครุศาสตร์ ศึกษาศาสตร์ นักเรียนที่ถูกบังคับเรียนนั้นมีโอกาสได้รับวัฒนธรรมการเรียนการสอน
ตั้งแต่อนุบาล จนถึง อุดมศึกษา เราจะเรียกวัฒนธรรมนี้ว่า วัฒนธรรม "Passive Learning" การผลิตซ้ำความคิด
วัฒนธรรมแบบ Passive learning มาตั้งแต่อนุบาล ยัน มหาวิทยาลัย นับเวลา 18 ปี ทำไมผมจึงนับมหาวิทยาลัย
ด้วย เท่าที่ผมได้สัมผัสการสอนในมหาวิทยาลัยตอนปริญญาตรี ก็เป็นแบบ Passive Learning แม้จะสอนเรื่องที่
เป็น Active Learning ก็ตาม อาจจะมีอาจารย์หลายคนเปลี่ยนวิธีสอนเป็น Active learning เช่นไม่ใช้ตำราเอา
หนังสือพิมพ์หลายเล่ม อย่างภาควิชาประวัติศาสตร์ทำก็ตาม ถือว่า มีน้อยมาก ๆ ผู้หลักผู้ใหญ่เราที่อยู่ได้ดิบได้ดี
ก็เพราะระบบ Passive Learning บางท่านไปได้คอนเซปใหม่คือ Active learning มาจากต่างประเทศ จึงเปลี่ยน
วิธีการก็มี แต่เมื่อเรานำเสนอความคิด Passive Learning มาตั้งสิบแปดปี มันช่างติดแน่นทนนาน ชนิดที่แม้ไม่ใช่
นักศึกษาครูก็สอนได้ เพราะได้รับ คอนเซบPassive Learning มาตั้งนาน บางคนสอนเก่งกว่านักศึกษาครูและครู
จริง ๆ ก็มี วันหน้าจะเล่าให้ฟังต่อไป

อันนี้แค่จิตสำนึกวัฒนธรรมแบบ Passive Learning เท่านั้น ยังลงไม่ลึกถึงไวยกรณ์ เอาง่าย ๆ แค่คำว่า "ฉันเรียนรู้"
กับ "ฉันถูกทำให้เรียนรู้" ไวยากรณ์อย่างหลังถูกสืบทอดมาอย่างยาวนาน จนเราเชื่อว่า "ฉันถูกทำให้เรียนรู้" ทั้ง ๆที่
ไวยากรณ์พื้นฐานคือ ฉันเรียนรู้ ไวยากรณ์ภาษาเป็นการซ่อนความหมายในระดับลึก ในระดับจิตใต้สำนึก ในระดับ
ร่างกายใต้บงการ



บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เรียนรู้ตลอดชีวิต



ความเห็น (2)

เขียนเมื่อ 

ในความคิดผมนะครับ ผมมองว่าวัฒนธรรมส่วนหนึ่งเป็น Passive แต่อีกส่วนหนึ่งก็เป็น Active ได้นะครับ วัฒนธรรมปรุงเรา และเราก็ปรุงวัฒนธรรมได้

เห็นด้วยครับ ไม่มีอะไรครอบงำอะไรได้นาน คนยังมีเสรีภาพที่จะสร้างสรรค์วัฒนธรรม Active แต่จะใช้กลไกอะไรไปผลิตซ้ำวัฒนธรรมแบบใหม่เพื่อช่วงชิงการนิยามความหมาย