656. เรียนรู้ FLOW Theory จากหนังเรื่อง Fast and Furious 7

ผมกับครอบครัวไปดูหนังเรื่อง Fast and Furious 7 มาครับ ดูแล้วก็ตื่นเต้นจริงๆ นั่งไม่ติดครับ แต่ภายใต้ความตื่นเต้นนั้นก็ทำให้ผมเชื่อมโยงเรื่องราวของหนังไปยังทฤษฎีสำคัญด้านจิตวิทยาบวกที่ผมสนใจมานาน นั่นคือ FLOW ก่อนจะบอกว่าผมเห็นอะไร ผมขอสรุปเลยครับว่าพระเอกชนะเพราะเข้าใจทฤษฎีนี้ครับ ส่วนผู้ร้ายก็แพ้เพราะไม่รู้จัก FLOW นั่นเอง

FLOW อธิบายถึงภาวะหนึ่งของมนุษย์ที่เรียกว่า "ภาวะลื่นไหล (FLOW)" ซึ่งถือเป็นความสุขประเภทหนึ่ง ที่เกิดขึ้นเนื่องจากมนุษย์ทำกิจกรรมที่มีความท้าทายสูง หากแต่ผู้นั้นก็ทักษะสูง ภาวะนี้เมื่อเกิดแล้วคุณจะตื่นเต้น เครียดหน่อยๆ แต่ก็เพลินจนลืมเวลา ผมว่าเราเคยเจอภาวะนี้กันครับ เช่นหมอผ่าตัดเขาบอกเจอ FLOW มากๆ เพราะผ่าตัดคนไข้นี่ท้าทาย แแต่หมอก็มีทักษะพอครับ ตรงนี้มีโอกาสเกิด FLOW สูง แต่หากคุณต้องเอาหมอฟันไปทำคลอดเมื่อไหร่ แล้วหมอฟันที่ไม่เคยทำคลอดต้องมาทำคลอดนี่ เรื่องใหญ่แล้ว หมอฟันท่านนั้นจะเกิดความกังวล ตึงเครียด (Anxiety) เพราะอะไรครับเพราะหมอฟันต้องเจอความท้าทายสูง แต่ทักษะไม่ได้ ถ้าไม่ทำอะไรเช่นเปลี่ยนงาน หรือฝึกเพิ่มรับรองสักพักจะอยู่ไม่ได้

ส่วนอีกมุมหนึ่งเราเกิดให้คนไปทำงานที่ใช้ทักษะเช่นเอาหมอฟันที่ทำงานมานานผ่านการทำฟันยากๆมากแล้ว เอามาถอนฟันง่ายๆ สักพักก็จะเบื่อ (Boredom) ไม่อยากทำ นี่ก็เพราะว่าทักษะของท่านมากแต่ความ้ทาทายต่ำนั่นเอง แต่หากไม่ให้ทำอะไรบอกว่าเป็นหมอฟัน แต่ให้ไปสอนคนไข้แปรงฟัน ซึ่งนอกจากไม่ท้าทายแล้ว ยังไม่ได้ใช้ทักษะอะไรมาก แต่หากต้องทำไปสักพัก หมอหันท่านนั้นก็จะเกิดภาวะหมดอาลัยตายอยาก (Apathy)

หน้าที่ของผู้บริหาร โค้ช ครู หัวหน้างานก็ต้องพยายามทำให้คนในองค์กรเกิดภาวะ FLOW ให้ได้ ซึ่งจะทำให้คนมีความสุข เติบโตในงาน เขาจะเก่งขึ้นสร้างผลงานให้คุณมากขึ้น เรื่องนี้พิสูจน์ได้จากหนังเรื่อง Fast and Furious 7 ได้เลยครับ

เมื่อคุณดูเรื่องนี้คุณจะเห็นชัดครับ เมื่อมองจาก FLOW ตอนต้นเรื่อง



คุณจะเห็นผู้ร้ายนี่ดู FLOW มากในข่วงแรก เพราะเป็นนักฆ่ามืออาชีพระดับโลก เรียกว่ามีทักษะสูง เป็นสายลับมาก่อน จะเห็นผู้ร้ายคนนี้ฆ่าคนอย่างกับผักปลาหน้าตาดูมีความสุขแบบโจรดูมีภาวะไหลลื่น (FLOW อยู่ตำแหน่ง A4) หมอนี่ตั้งใจมาฆ่าพระเอกและเพื่อนด้วยความแค้นส่วนตัว พวกพระเอกตอนแรกตั้งตัวไม่ติด เพราะเจอมืออาชีพระดับโลก ประสาทกลับกันหมด คุณจะเห็นความกังวล ความตึงเครียดของพวกเขา (Anxiety อยู่ตำแหน่ง A 3) และในตอนต้นจะเห็นภรรยาของพระเอกวิน ดีเซลเกิดอุบัติเหตุ ชีวิตสับสน ไม่รู้ใครเป็นใคร มีทักษะการขับรถสูง แต่ก็งงชีวิต ไม่รู้จะใช้ทักษะอะไร จำอะไรไม่ได้ ดูหดหู่แทบไม่อยากมีชีวิต (Apathy อยู่ตำแหน่ง A2) ส่วนอีกคนคือ Paul Walker ตอนแรกก็อยู่ห่างเรื่องยุ่งๆ เพราะไปมีครอบครัว เลยเลิกขับรถแข่ง แต่ก็ดูมีชีวิตเบื่อๆ (Bordom อยู่ตำแหน่ง A2) จริงๆแกก็ยอมรับชีวิตแบบนี้ เพราะมีลูกแล้ว แต่การขับรถส่งลูกเมียเป็นอะไรที่ใช้ทักษะไม่มาก แถมไม่ท้าทายเลย แกเลยดูเซ็งจนภรรยาสังเกตเห็น

คุณจะเห็นพัฒนาการเรื่องราว และเห็นสมดุลย์ของ FLOW เปลี่ยนดังนี้ครับ



เรื่องพัฒนามาเรื่อยครับพระเอกถูกคุกคามหนักเข้า ก็เริ่มรวมตัวกัน แถมมีหน่วยงานสืบราชการลับมาช่วยทุกคนช่วยกันวางแผนรับมือ ดึงเอาความสามารถ และทรัพยากรของทุกคนมากองรวมกัน เรียกว่าหมดหน้าตัก ที่สุดก็เริ่มขยับครับ ความสามารถของทีมรวมกัน เสริมกันไปมามันขยับทักษะโดยรวมของทีมเริ่มสมดุลย์กับความท้าทายจากโจรร้าย

ตอนแรกยังขัดๆ เพราะติดอีกสองปัจจัย ที่สุดทีมพระเอกเข้าไกล้ภาวะลื่นไหลครับ แต่ยังไม่ถึงดี แล้วอะไรทำให้ถึงครับ ช่วงแรกพระเอกเราวิน ดีเซล ก็ประสาทกลับกันภรรยา เพราะเธอจำอะไรไม่ได้ แต่ก็ค่อยๆใจเย็น ค่อยๆดูแลจนกระทั่งภรรยาเริ่มดีขึ้น จนสุดท้ายจำได้ เริ่มตระหนักว่าความสามารถของตนคืออะไร แล้วจะเอาไปช่วยสามีได้อย่างไร ตรงนี้เองที่เธอขยับตัวเองไปไกล้ FLOW คุณจะเห็นวินทำอะไรครับ ชัดมากเขาฟัง พยายามเอาใจใส่เท่านั้นเองไม่เร่งร้อน วิน ดีเซลอาจต้องเคยเรียนศาสตร์ของ OD แขนงหนึ่งนั่นคือสุนทรียสนทนา (Dialogue) มาแน่ เพราะเขาพยายามฟัง คุยแบบไม่ตัดสินครับ พอแฟนพระเอกดีขึ้นพระเอกย่อมมีความสุข ทีมก็แข็งแรงกว่าเดิมเพราะได้คนที่ทักษะเยี่ยมมาเพิ่มอีกหนึ่ง ส่วน Paual Walker (น้องหรือพี่แสดงแทน ไม่แน่ใจ) ...ภรรยาเห็นว่าเซ็งเป็ดมาก เลยบอกให้ไปต่อสู้โจรร่วมกับศัตรู โดยเธอเองย้ายไปอยู่เซฟเฮ๊าส์ เลยทำให้พระเอกวางใจ ไปทำงานร่วมกับวิน ดีเซลล์ ที่สุดทีมสมบูรณ์ ทักษะทุกคนมารวมกัน ทีม Fast and Furious เริ่ม FLOW ครับ โจรโหดจัดมา ทีมพระเอกก็เริ่มจัดกลับให้ด้วยทักษะที่สูงเยี่ยม

ส่วนโจรล่ะครับ ผมเห็นยิ่งดู ลุงแกยิ่งเครียดไม่ยิ้มเลย เพราะถึงทักษะสูง มีพันธมิตรช่วย เช่นจา พนม แต่ก็ไม่เพียงพอครับ ที่สุดจากภาวะ FLOW โจรร้ายค่อยๆ ขยับตัวเองมาอยู่จุดที่ความท้าทายเริ่มสูงล้ำ ส่วนทักษะก็เท่าเดิม แล้วคุณโจรก็เริ่ม เพลี่ยงพล้ำครับ ที่สุดทีมพระเอกก็ชนะ ขออนุญาตไม่เล่ารายละเอียดลึกไปกว่านี้นะครับ เดี๋ยวจะสปอยด์หนัง

จากเรื่องนี้จะเห็นว่าองค์กรที่คนมี FLOW นี่สามารถประสบความสำเร็จได้มากกว่าครับ เพราะทักษะสัมพันธ์กับความท้าทาย เรียกว่าสำเร็จอย่างมีความสุขเลย ทำอย่างไรจะเพิ่ม FLOW ครับ หนังเรื่องนี้สะท้อนให้เห็นมุมมองด้านการพัฒนาองค์กรอยู่ห้าประเด็นดังนี้ครับ

1. ถ้าทักษะไม่พอต้องรู้จักยืมทักษะคนอื่นมาใช้โดยเฉพาะทักษะของผู้เชี่ยวชาญ (Maven)

2. ต้องรู้จักสร้างเครือข่ายและทำงานร่วมกับพันธมิตรให้ได้ (Power Partners)

3. การฟังแบบไม่ตัดสิน (Dialogue) ไม่กดดันเอาแต่ความคิดของตนเอง เปิดโอกาสให้คนค้นพบตนเอง ค่อยประคับประคอง ค่อยเป็นค่อยไป

4. การสนับสนุน (Supporting) เปิดโอกาสให้คนได้ทำอะไรที่ท้าทายมากกว่าเดิม

5. สุดท้ายอย่าคิดว่าการเป็นคนไม่ดีเป็นคนเท่ห์ครับ คุณจะเห็นว่าหากใครผิดศีลมากๆ จะไม่มีใครกล้าคบแน่นอน ชีวิตจะเริ่มอับจนด้วยความท้าทายที่เริ่มมากขึ้นอย่างไม่รู้ตัว จนไปไม่ถูกและพินาศในที่สุด

สุดท้ายขอให้คุณ Paul Wlaker ไปสู่สุคตินะครับ

วันนี้พอเท่านี้ เพียงเล่าให้ฟัง ลองเอาไปพิจารณาดูนะครับ

อ้างอิง: สำหรับท่านที่ต้องการศึกษา Flow เพิ่มเติม มีแปลเป็นไทยนานแล้วครับ ลองไปหาดูนะครับ คงต้องสั่งซื้อครับ ลองถาม B2S Se-ED หรือนายอินท์ดูนะครับ ดู ที่นี่ครับ

ส่วนเร็วๆนี้ผมจะไปเป็นวิทยากรสอนการเป็นที่ปรึกษาด้าน OD ดูรายละเอียดที่นี่ครับ



บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน Appreciative Inquiry



ความเห็น (2)

สนุก ตื่นเต้น และมีองค์ความรู้

ขอบคุณครับพี่ สบายดีนะพี่แก้ว