มันคือ...ความรักใช่มั้ย

ถ้าเรียกมันว่ารัก ไม่ผิดใช่ไหมเธอ

ถ้าทุกวันต้องการจะเจอ มีแต่เธอทุกลมหายใจ

แบบนี้ มันคือความรักใช่ไหม
เธอจะเป็นบ้างไหม ช่วยพูดให้เข้าใจที

เพลงนี้ช่างเข้ากับบรรยากาศตอนนี้เหลือเกิน ฉันเป็นคนที่ค่อนข้างมุ่งมั่น และมีความเป็นตัวของตังเองสูงไม่ยอมใครง่ายๆ ถ้าฉันไม่เห็นด้วย การโต้เถียงในที่ทำงานจึงมีบ่อยๆ เพราะความที่ไม่ถูกต้องและฉันไม่ต้องการให้มองข้ามผ่านไป ด้วยวัย 24 ปีของฉัน ไฟของฉันจึงแรงและพร้อมที่จะประทุได้ทุกเมื่อ ฉันทำงานข้าราชการอาชีพที่ใครๆ ก็ต่างแย่งชิงกันเพื่อที่จะได้เข้ามา ฉันเองก็เป็นหนึ่งในจำนวนนั้น หน้าที่ของฉัน คือ สอนเด็กๆ ให้เป็นคนดีมีวินัย มีความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ มีจิตอาสา และเป็นคนดีของสังคม ใช่แล้วฉันเป็นคุณครู ฉันเพิ่งสอบบรรจุได้หมาดๆ แต่ให้ตายเถอะฉันไม่รู้ว่า ตัวเองโชคดี หรือ โชคร้ายกันแน่ที่ได้บรรจุเข้าสอนในโรงเรียนที่เป็นโรงเรียนชายล้วน ดังนั้นในรั้วแห่งนี้ครูผู้หญิงทุกคนจะมีความสุขมว๊ากกกกกกกกกกก เพราะอะไรนะรึ เพราะว่าเราเป็นผู้หญิงไงค่ะ นอกนั้นผู้ชายทั้งน้านนนนนนนน เลยค่ะ เพราะฉะนั้นผู้หญิงที่หลุดเข้ามา ณ ที่แห่งนี้จะงามทู๊กกกกกกกกคน เอาเป็นว่าเข้าใจเนาะ ฉันมีความสุขกับการสอนเด็กๆ ที่นี่มากเพราะอายุอานามไม่ได้ห่างกันมากนัก ช่องว่างระหว่างวัยจึงไม่มีปัญหา ตกเย็นเราจะจัดปาร์ตี้บ้าง สังสรรค์กันในกลุ่มของเด็กๆ บ้างตามประสาของครูที่เฮฮาและใส่ใจกับนักเรียน

วันเวลาผ่านไปเรื่อยๆ เหมือนสายน้ำ เผลอแป๊บเดียวฉันทำงานที่นี่ครบสามปี เหมือนกระพริบตาเลยทีเดียว เจ้าพวกลิงทโมนทั้งหลายก็กลายร่างเป็นหนุ่มกันหมด ความสนิทความคุ้นเคยยิ่งทวีคูณ บางครั้งเราจะนัดกันร้องคาราโอเกะ "อาจารย์ๆๆ เย็นนี้ว่างป่ะ ไปเกะกัน" ฉันหรี่ตามอง "อารายย่ะ เมื่อวานก็ร้านไอติม วันนี้ไปร้านเกะ" หมูหยองยิ้มจนตาหยี "น่านะ ไปกันหลายๆ คนสนุกดี นะๆๆ เด่ะ พวกผมรอที่เดิม เวลาเดิมด้วยนะ ไปล่ะ" พูดจบก็วิ่งออกนอกห้องไปทันที แต่ก็โผล่หน้าเข้ามาอีก "อย่าเบี้ยวนะ จารย์" ฉันเลยตะโกนตาม "เออ แหมๆๆ ย้ำจัง" แต่ฉันก็อดที่จะอมยิ้มไม่ได้ มันเป็นความสุขเล็กๆ ที่ฉันมีแทบทุกวันเด็กๆ เหล่านี้ช่วยกันเติมเต็มในสิ่งที่หายไป ความเหงาที่เคยมีก็คลายลง เพราะความที่อยู่ไกลบ้านความอ้างว้าง กับความหงอยเหงาจะเข้ามาทักทายทันที ฉันนั่งทำงานจนใกล้ถึงเวลาพลันข้อความก็เข้ามา "จารย์ๆ ไม่ไปแล้วนะ เพื่อนไม่ไป แค่นี้นะ" ดูมันทำฉันอารมณ์ขึ้นเลยเพราะอุตส่าห์ปั่นงานเพื่อให้เสร็จทันเวลาดูซิมาเป็นแบบนี้ ฉันจึงพิมพ์ตอบไปทันที "ก็แล้วแต่นะ คนเราน่ะ" หมูหยองตอบมาทันที "จารย์ๆ อย่างอนนะ งอนป่ะเนี่ย" ฉันเชิดหน้าพิมพ์ตอบ "ก้อแล้วแต่นะ กลับบ้านอาบน้ำนอนดีกว่า" ไม่เกิน 10 นาที หมูหยองเธอก็วิ่งเหงื่อโชกมาที่หน้าห้อง "จารย์ๆๆ โกรธหรา ไปก็ได้นะ" ฉันปรายตามองที่หมูหยองเห็นสภาพที่หอบแฮ่กๆ ลิ้นห้อยแล้วก็โกรธไม่ลง "อืม ไม่โกรธ แต่ทีหลังอย่ามานัดแบบนี้อีก ฉันไม่ใช่เพื่อนเล่นเธอนะ" หมูหยองยิ้มจนตาหยี "ครับๆๆ ไม่โกรธแน่นะ ถ้าจารย์โกรธละแย่เลย" ดูเธอทำเป็นมาพูด "ทำไม ถ้าฉันโกรธแล้วเธอจะเป็นไง หมูหยอง" หมูหยองยิ้มแต่ไม่ตอบ วันนี้ชั้นเลยมีเพื่อนเดินกลับหอพักถ้าดูเผินๆ ก็ไม่ต่างกับคู่หนุ่มสาวเดินคุยกันหนุงหนิง เลยที่เดียว แว๊กกกกกกกกนี่ฉันคิดอะไร "ฝันดีนะ จารย์ พรุ่งนี้ผมเตะบอลไปเชียร์ผมด้วยนะ ถ้าไม่ไปผมจะเสียใจมากๆๆ" ดูมันมัดมือชกฉัน "ฉันต้องไปใช่มั้ยเนี่ย" หมูหยองมองหน้า "จารย์ไม่อยากไปเหรอ ผมเตะกับเพื่อนๆ หลายคนนะ จารย์ไปเหอะ ผมขอร้องไปให้กำลังใจผมหน่อยนะๆๆ" อีกแล้วมันมาแนวนี้อีกแล้วซิ ฉันจึงต้องพยักหน้าส่งๆ ไป "จารย์รับปาก ผมแล้วนะ ห้ามเบี้ยวเดี๋ยวผมไปรับที่ห้องพักครูนะ" เออ นั่นดูมันไม่ถงไม่ถามซักคำ ว่างมั้ยยังไง ลากไปตามอำเภอใจเลยทีเดียว

ความสนิทที่มีทวีคูณขึ้นเรื่อยๆ จนเราต้องเจอกันมากขึ้นทุกๆ วันแต่ในความสนิทและไปไหนต่อไหนกันนั้น จะมีเพื่อนในกลุ่มไปด้วยเสมอจึงดูไม่น่าเกลียด แต่ในใจลึกๆ ของฉันคิดเสมอว่าเธอเป็นแค่ลูกศิษย์ที่น่ารักของฉันเท่านั้น ยิ่งเวลาผ่านไปหมูหยองยิ่งติดฉันเหมือนตังเม เวลากินข้าวกลางวันยังต้องมานั่งกินด้วยกัน เมื่อก่อนนั้นหมูหยองก็มีคนที่สนิทเช่นกันนะ แต่ว่าเป็นรุ่นพี่คนนึงที่เข้ามาทำงานในโรงเรียนแต่มันเป็นแค่เพียงหมูหยองเท่านั้นที่คิดไปเองเพียงฝ่ายเดียว เพราะว่าหมูหยองที่ปลื้มในตัวรุ่นพี่ที่เข้ามาสอน หมูหยองนั่งเฝ้ารุ่นพี่ทุกวันจนวันนึงหมูหยองเห็นว่ามีผู้ชายหน้าตาดีเข้ามาที่โรงเรียนเพื่อมารับ รุ่นพี่กลับบ้านหมูหยองส่งข้อความไปถามว่า พี่ชายมารับกลับบ้านหรา รุ่นพี่ตอบกลับมาว่า เขาไม่ใช่พี่ชายจ๊ะ เขาเป็นแฟนพี่เอง นับตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมาหมูหยองหัวใจสลายทันที เงียบขรึม ฉันสงสารเลยพยายามชวนพูดชวนคุยเพราะไม่อยากให้เขาเสียการเรียน แต่ตอนนี้กลายเป็นว่าฉันต้องแบกหมูหยองไว้เต็มๆ เลยทีเดียว ทั้งไปกินข้าวเป็นเพื่อน นั่งเฝ้าขอบสนามจนมืดค่ำถ้าเป็นแฟนกัน คงเป็นแฟนที่รักกันมากเลยนะเนี่ย "นี่ๆ คุณแฟนทำไรอยู่ อย่าลืมที่นัดกันไว้นะ เชียร์ผมข้างสนาม" ดูมันใช้สรรพนามกับช้านนนนนน ไอ้หมูหยองแกนี่มันช่างกล้าเกินไปแหละ อยากจะดึงหูซักทีสองทีในความทะลึ่งทะเล้นของมันเนี่ย ไอ้เราก็ได้แต่บ่นในใจแต่ก็แปลกนะทำไมเราต้องรู้สึกดีที่มีไอ้เด็กคนนี้ มาก่อกวนข้างทุกครั้งด้วยนะ ถ้าไม่ส่งข้อความมาก็มองแล้วมองอีก นี่เรารอข้อความรึนี่ เอ? แล้วทำไมเราต้องรอ สงสัยจะเป็นความเคยชินมั้ง ขอให้มันเป็นแค่ความเคยชินด้วยเถิดดดดด "นี่ ไอ้หมูหยอง ฉันเพื่อนเล่นแกเหรอ ห๊ะ!"

ฉันแหว กลับไปทันทีหมูหยองส่งสติ๊กเกอร์หน้าทะเล้นล้อเลียนกลับมาทันทีเช่นกัน หมูหยองหาได้สลดไม่ยังคงเกาะติดแจ ทั้งชวนไปกินไอศกรีมหลังเลิกเรียน หมูกระทะ ร้องคาราโอเกะ วิ่งจ๊อกกิ้งในยามเย็นสารพัดที่จะมีโมเม้นแบบนี้ บางครั้งมานั่งเล่นอูคูเลเล่หน้าห้องทำตาหวานเชื่อมล้อเลียนร้องเพลงก่อกวน โอ้ย!!! ไอ้หมูหยอง ไอ้เด็กมีปัญหา ไอ้เด็กขาดความอบอุ่น ฮึ!!! ฉันไม่หลงกลแกหรอกไม่ต้องมาอ่อยช้านนนนนนนนนนน เอ???? แล้วเราต้องของขึ้นทำไม ก็แค่เด็กคนเดียวทำไมเราจัดการไม่ได้นะ "นี่ๆๆ คุณแฟน ทำไมไม่ตอบแชทผม" ไลน์เด้งมาในช่วงกลางวัน "ไม่ว่าง ทำงานอยู่" ไลน์เด้งมาอีกรอบ "ไม่ว่าง ทำงานตลอดเวลาเลยรึไง ไม่กิน ไม่นอน ไม่มีเวลาที่หยุดเลยรึไง ผมไม่เชื่อ อาจารย์ตั้งใจหลบหน้าผม" ฉันเลยต้องวีนกลับไป "นี่ ฉันไม่ได้เป็นอะไรกับเธอนะ ฉันต้องมีเวลาเป็นส่วนตัวของฉันบ้างซิ" คราวนี้หมูหยองไม่พิมพ์ตองกลับแต่โทมาเลย "คุณแฟน" ฉันต้องรีบเบรกทันที "นี่อย่ามาเรียกฉันแบบนี้นะ หมูหยอง ให้รู้จักที่ต่ำที่สูงมั่ง เวลาไหนเล่น เวลาไหนจริง" หมูหยองตอบกลับทันที "ผมขอโทษ จารย์โกรธผมหรา ผมขอโทษนะๆๆ ก็จารย์ไม่ตอบผมเลยอ่ะ ผมแค่อยากให้สนใจผมบ้างอ่ะ" ดูมันตอบมาทำอย่างกะอ้อนแฟนสาวยังไงยังงั้น เอ๊ย มันชักจะยังไงแล้วเนี่ย

ในตอนนี้ฉันคิดว่า ไอ้หมูหยองมันจะติดกับเรามากเกินไปล่ะ ติดจนเกินควรติด ยิ่งกว่าลูกติดแม่ซะอีก บางครั้งโทรจิกอย่างกะไก่ พอฉุกคิดมาถึงตอนนี้เสียวสันหลังวาบพิลึกฉันไม่อยากเป็นไก่วัดหรอกนะ จะบอกให้ เช๊อะ!!! ไอ้หมูหยองแกจะเป็นซาตานในร่างเทพบุตรงั้นเหรอ หนอย!! แน่ะ ฉันไม่ยอมให้แกมามีอำนาจเหนือฉันหรอกคอยดู คุณครูดารากร!!อย่างฉันก็แล้วกัน ชิ ชิ ชิ ชิ วันนี้ก็เช่นกัน ไอ้หมูหยองโทรยิกๆ ฉันก็ต้องทำงานจึงไม่ได้รับเพราะปิดเสียงไว้พอพักเที่ยงเท่านั้นแหละ พ่อคุณทูนหัวก็เดินหน้าหงิกมาถึงหน้าห้องพักครูเลยเชียว "นี่ จารย์ผมคุยด้วยหน่อย" ฉันเดินยักไหล่ผ่านไปนิ่งๆ เดินผ่านไปเฉยๆ และชิลด์ แต่หมูหยองหายอมไม่ตกเย็นก็เจอหมูหยองยืนรอที่ทางเข้าหอพักพอฉันเดินเลี้ยวเท่านั้นแหละ ฉันต้องตกใจ เฮ้ย!! ไอ้หมูหยอง " จารย์ๆ ตั้งใจหลบหน้าผมใช่มั้ย จารย์ผมโทรตั้งหลายครั้ง ทำไมไม่รับ" หมูหยองยิงคำถามทันทีที่เจอหน้า "หมูหยองหยุด ครูทำงานนะ ไม่ได้เป็นโอปาเรเตอร์ คอยรับโทรศัพท์เธออย่างเดียว อีกอย่างเวลาทำงานใครเขาเปิดเครื่องกัน ห๊ะ!!!" หมูหยองหน้าหงิกไม่พอใจสุดๆ "แต่จารย์ก็น่าจะไลน์ บอกผมสักคำ ทำอย่างกับไม่มีผมอยู่ในโลก ผมเสียใจนะจารย์" เฮ้อ!!! มันมาไม้นี้อีกแหละ ฉันต้องทำอย่างไรกับแกดีนะ ไอ้หมูหยองเอ๊ย "หมูหยอง เธอต้องเข้าใจนะว่า ครูก็มีงานของครู เธอเป็นนักเรียนเธอก็เรียนของเธอไปนะ เธอควรรู้ว่าเธอต้องอย่างไรนะ หมูหยอง" หมูหยองหน้าสลดลดวูบ "ผมขอโทษครับจารย์ ที่ผมเอาแต่ใจมากเกินไป แต่ผม..........เอ่อ.....ผม" อย่าพูดออกมานะแก ฉันไม่อยากมีบาปมีกรรม ดีนะที่หมูหยองไม่พูดได้แต่มองหน้าแล้วค่อยๆ เดินกลับออกไป หมูหยองครูขอโทษนะ ครูเข้าใจทุกอย่างแต่ว่าบางสิ่งบางอย่างมันก็มีเส้นบางๆ กั้นอยู่เสมอ แต่ครูไม่อาจที่จะก้าวข้ามเส้นนั้นไปหาเธอได้หรอกนะ หมูหยองฉันได้แต่รำพึงในใจเอาน่าเพื่อความสบายใจและเพื่อหน้าใสๆ ตาตี่ๆ คู่นั้นฉันจะค่อยๆ ถอยห่างออกมาเอง จะไม่หักพร้าด้วยเข่าก็ได้เพราะอีกไม่กี่อาทิตย์ก็จะถึงเวลาที่ครูอย่างฉัน นักเรียนอย่างเธอต้องแยกย้ายกันไปคนละทิศละทางอย่างแน่นอน

ก็เข้าใจนะว่า การที่อกหักแล้วมีใครสักคนเข้ามา นั่นมันคือ เกราะกำบังของหัวใจแต่มันไม่ควรที่จะเป็นฉันใช่ป่ะ ฉันซึ่งเป็นคุณครูนะไม่ใช่สถานบำบัดหรือฟื้นฟูสภาพจิตใจ ใช่!! ฉันเป็นคนที่หยิ่งในศักดิ์ศรีของฉันพอสมควรและฉันเอง ก็ไม่สามารถที่จะก้าวผ่านเส้นใยบางๆ นั้นได้ด้วยเช่นกัน ถึงแม้ว่าฉันจะมุทะลุดุดัน หัวดื้อ หัวรั้น เอาความคิดตัวเองเป็นที่ตั้งก็ตามทีแต่ไอ้เรื่องแบบนี้ฉันจะมาทำตามใจแก ก็ใช่ที่ฉันทำได้แค่เพียงส่งแกให้ถึงฝั่งก็น่าจะเพียงพอแล้วนะ

หมูหยองอย่างไรก็ดี ครูอย่างฉันจะรำลึกนึกถึงแกเสมอ ว่ามีเด็กนักเรียนที่น่ารักอย่างแกมาเพิ่มสีสรรในวันที่ฟ้าเป็นสีเทาๆ หม่นๆ ของฉันให้มีความสดชื่นมากขึ้น "จารย์ๆ วันนี้ไปกินไอติมกันนะที่เดิม บ่าย 2 ครึ่งนะ เพื่อนผมไปด้วยรวมๆ ก็ 4 คน จารย์อีกคนก็ 5 คนพอดีนะๆๆ" ดูมันชวนอีกแหละ "ได้ๆ ของทำงานเก็บของแป๊บ แล้วเจอกันนะ" ผ่านไปไม่เกิน 5 นาทีข้อความก็ดังอีกครั้ง "จารย์ๆๆ ไม่ไปแล้วนะ เพื่อนๆ ไม่ไปกัน" อารมณ์นี้ ขึ้นเลยครับขอบอก "ก็แล้วแต่นะ!!!!" ข้อความดังขึ้นอีก "จารย์อย่าโกรธผมนะ จารย์โกรธผมหรอ" ฉันตอบไปแค่เพียง "คิดเองซิ ว่าควรทำอย่างไร"นี้เป็นอีกครั้งที่นัดแล้วไม่เป็นนัด แต่คราวนี้โทรมาเลยทีเดียว "จารย์อย่าโกรธ ผมเลยนะ ผมขอร้อง จารย์อย่าเงียบดิ ผมขอโทษ" ฉันฟังอย่างเดียว คิดดูไอ้เด็กบ๊อง ฉันรีบเคลียร์งานรีบเก็บของแต่นายส่งข้อความมายกเลิกมันใช่มั้ย ยังจะมีหน้ามาบอก อย่าโกรธ "หมูหยอง ครูไม่ใช่เพื่อนเล่นนะ ครูไม่สนุกกับอารมณ์ที่แปรปรวนของเธอนะ ครูรีบแต่ดูเธอทำซิมันใช่เรื่องมั้ย" หมูหยองได้แต่ส่งเสียงอ่อยๆตอบกลับมา "ผมขอโทษ งั้นผมไปคนเดียวก็ได้นะ รอแป๊บนะ อาบน้ำแป๊บเดียว" ไม่นานนายหมูหยองก็ตาลีตาเหลือกมาทำหน้าเจี๋ยมเจี้ยมรอที่ศาลารอรถนั่นเอง นึกไปก็ขำนะ เด็กหนอเด็ก ด้วยความที่เป็นลูกคนเดียวไม่มีใครที่ให้อ้อน ให้ตาม เอาใจในบางครั้ง แต่ก็อย่างว่านั่นแหละนายติดฉันมากเกินไปไหม ทุกอย่างเลย กินข้าว เตะบอล ร้องเพลง ทำการบ้าน เดินเล่น นายจะเกาะติดฉันมากเกินไปมันก็ไม่ได้นะ เพราะฉันก็ต้องการความเป็นส่วนตัวเหมือนกัน ฉันคิดว่าฉันควรที่จะคุยให้กับนายให้รู้เรื่องซะบ้างจะดีกว่า "นี่ หมูหยองครูคิดว่า เราต้องคุยกันนะ" หมูหยองมองหน้าอย่างตั้งใจฟัง "คุยอะไรอ่ะ คุยมาดิ ผมจะตั้งใจฟังทุกอย่างเลย" ฉันอยากจะเขกกบาลให้สักที "ครูไม่เล่นนะ หมูหยอง ฟังครูดีๆ ครูขอบใจหมูหยองที่ดูแลครูมาตลอด ทำให้ครูมีความสุขกับช่วงดีๆ ของชีวิตแต่ว่าเราคบกันแบบนี้ไม่ได้ หมูหยองเข้าใจใช่มั้ย" หมูหยองหน้าสลด "ผมไม่เข้าใจ ทำไมอ่ะครู เราอยู่กันแบบนี้เราก็มีความสุขดีนี่ ครูเองก็มีความสุขดีไม่ใช่เหรอ ทำไมครูทำไม ผมไม่เลิก ถ้าครูเลิกผมจะฆ่าตัวตายให้ดู ผมขอร้องนะครู อย่าทำแบบนี้เลย" ฉันตะลึงกับคำตอบถ้าหมูหยอง ท่าทำจริงไม่ใช่แค่คำขู่ ฉันจะทำอย่างไร ฉันสะอึกทำตัวไม่ถูก "แต่ที่เป็นแบบนี้มันไม่ถูกต้องนะ หมูหยอง ครูอายุตั้งเท่าไร เธอเท่าไร มันไม่เหมาะสม" หมูหยองน้ำตาคลอ "อะไรล่ะครับที่ครูคิดว่า มันคือความเหมาะสม แล้วอะไรครับที่ครูคิดว่า มันไม่ถูกต้อง ถ้าเป็นเรื่องอายุผมไม่เห็นจะแคร์ในเมื่อความสุขของผม ผมต้องการแค่ครูอยู่ตรงนี้ก็พอแล้ว นะครับครู อย่าพูดอย่างนี้อีกนะครับ" เฮ้อ!!! เอาแล้วซิ มันไม่ง่ายอย่างที่คิดเลย ทำไมปัญหาที่ดูเหมือนง่ายมันกลับเป็นปัญหาใหญ่สำหรับฉันเลยนะ คิดไปคิดมา ทำไมเราถึงไปตามใจเขาตั้งแต่เริ่มแรกถ้าเราตัดไฟตั้งแต่ต้นลมตอนนั้น ปัญหานี้คงไม่ยืดยื้อยาวยืดออกมาแบบนี้ จะโทษว่าใครผิดก็โทษไม่ได้ถ้าจะผิดก็ผิดที่ตัวเรานี่ล่ะ ที่ไม่รู้จักยับยั้งชั่งใจจนเกิดเรื่องนี้ขึ้นมา ครั้นจะหยุดก็มีปัญหาตามมาอีก

ฉันจึงตัดสินใจประคับประคองให้เขาเรียนอย่างมีความสุขเพราะอีกไม่กี่อาทิตย์เขาก็จะจบไปแล้ว ส่วนตัวฉันเองก็เขียนย้ายทันที เพื่อตัดปัญหาตรงนี้และเพื่อไม่ให้บัวไม่ช้ำน้ำไม่ขุ่นอีกด้วย ฉันจึงพยายามทำตัวให้ปกติที่สุดเพื่อให้เขาสบายใจและดูไม่ออกว่าฉันได้พยายามทำอะไรอยู่ "ครูครับ วันนี้ไปดูผมเล่นบอลนะๆ" เขาส่งข้อความมาหาตอนบ่ายๆ "อืม แต่ต้องเคลียร์งานก่อนนะ" เขาก็ส่งตอบกลับมา "ได้ๆ งั้นเจอกันที่สนามเลยนะ ผมจะรอ เล่นบอลเสร็จแล้วไปกินไอติมกัน" เฮ้อ!!! มันมัดมือชกตลอดเลย แต่เขาเป็นเด็กที่น่ารักมากเลยนะ ทุกครั้งที่ไปกินไปเที่ยวหรือไปที่ไหนก็แล้วแต่ เราจะไปกันเป็นกลุ่มๆ ลงขันกันกินโน่น นี่ นั่น เฮนั่นฮานี่ เราจะไปกันด้วยเซ็ตนี้ตลอดวันนี้ก็เช่นกัน ฉันต้องไปนั่งที่ขอบสนามเพื่อรอเขาและเพื่อนๆ ที่เล่นฟุตบอลกันอย่างสนุกสนานได้เหงื่อโทรมกายกันทุกคน เมื่อได้เวลาเขาก็วิ่งมาที่ขอบสนาม "ครูๆ รอแป๊บนะ เดี๋ยวพวกผมไปอาบน้ำแป๊บนึง" พูดจบก็วิ่งหน้าทะเล้นออกไป ฉันจึงได้แต่รอและรอ จะว่าไปเราเองก็ไม่เคยมีโมเม้นแบบนี้เลยนะ ทำไมฉันถึงเพิ่งมามีตอนนี้นะ อยากจะบ้าตอนที่อายุเท่าไอ้เจ้าหมูหยองเรามัวไปทำอะไรอยู่นะ ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆ นึกขำตัวเองไม่เคยมีจริงๆ เลยนะ แล้วนี่เรามานั่งทำอะไร คนที่จริงจังกับชีวิตทุกอย่างค่อนข้างไปทางเจ้าระเบียบเสียด้วยซ้ำไป แต่ในวันนี้ไอ้ความเนี๊ยบเฉียบต่างๆ ได้ลดลงไปเพราะไอ้เจ้าหมูหยองคนนี้คนเดียวเลย แถมในบางครั้งก็ต้องยอมจำนนกับเหตุผลเด็กๆของเขา บางเรื่องเรามองว่าผู้ใหญ่เขาไม่ทำกันแต่เขากลับมองตรงข้ามแถมยังชวนให้เราทำ อืม มันก็ดีนะได้ปล่อยวางเป็นตัวของตัวเอง ได้ทำอะไรอีกอย่างที่ไม่เคยทำ

รักไปโดยไม่มีเหตุผล รักเธอโดยไม่มีข้อแม้
โดยไม่แคร์...ไม่ว่าวันพรุ่งนี้เป็นอย่างไร
ถ้าใจเธอไม่จริงอย่างนั้นหยุดฉันทีได้ไหม
ก่อนที่หัวใจ จะรักเธอไปกว่านี้...

นี่เราก้าวข้ามเส้นบางๆ นั่นมาแล้วใช่ไหม กำแพงของหัวใจ กำแพงของคำว่าถูกต้องถูกผิดอย่างไร หากในความเป็นจริงมีเพียงเราแค่นั้นฉันจะไม่รู้สึกผิดมากมายขนาดนี้เลยแต่นี่เราต้องยืนหยัดอยู่บนโลกของความเป็นจริงจึงไม่อาจที่จะทำตามความรู้สึกนี้ได้ เพราะสิ่งที่เราต้องเผชิญมันคือ ความเป็นจริงที่เราหนีไม่พ้นฉันอายุขนาดนี้ นายหมูหยองนายอายุแค่นั้นเด็กกว่าฉันตั้งมากมาย มันมากมายเหลือเกิน เกินที่ฉันจะทนรับได้ ตัวนายเองวันหนึ่งนายต้องพบเจอใครอีกเยอะแยะไม่ใช่แค่จะพบเจอแค่ฉัน แต่นายยังคงยืนยัน "ความสุขของผม คือ ครู คนที่พบอยากเจอเวลาที่ผมประสบผลสำเร็จ ก็คือ ครูนะครับ ทำไมครูไม่เข้าใจ ทำไมครูต้องสนใจคนอื่น ทำไมครูไม่เข้าใจในสิ่งที่ผมพยายามทำเพื่อครู" ฉันได้แต่น้ำตาซึม คำว่า "ทำไม และ ทำไม" มันก้องดังในหัว เหมือนตอกย้ำ ว่าเขาผิดอะไร "เธอรับได้เหรอที่ต้องเดินกุมมือกับคนที่อายุมากขนาดนี้ เธอทนได้กับสายตาของคนมากมายที่จ้องมองได้ไหม หมูหยอง" หมูหยองจ้องตาเหมือนจะบอกว่า ผมทนได้ ครูล่ะ ทนกับผมได้ไหม "ผมไม่เคยสนใจใคร นอกจากครู คนที่ผมแคร์ คือ ครู ไม่ใช่คนเหล่านั้น เพราะคนเหล่าไม่ใช่คนที่ทำให้ผมมีความสุข ครูเข้าใจไหมครับ ผมขอร้องครูอย่ามาพูดให้ผมเปลี่ยนใจเลยครับ" ฉันได้แต่ส่ายหน้าช้าๆ กับความดื้อรั้นของเขา "ครูไม่ได้ผลักไส แต่ครูอยากให้เรานึกถึงความเป็นจริง ระหว่างเราสองคนนั้นความเป็นไปได้มันน้อยเหลือเกิน หมูหยอง"น้ำตาของหมูหยองเริ่มรินไหลเป็นทาง "ผมไม่เปลี่ยนใจ ถึงจะอย่างไร ยังไง ผมก็ไม่เปลี่ยน ผมจะ......."

หมูหยองเธอจะพูดอะไร ฉันคิดในใจ "หมูหยอง" หมูหยองสะกดกลั้นเต็มที่ "ผมรู้ว่า ครูเองก็รู้ว่าผมคิดอะไร คิดยังไง ครูอย่าห้ามผมได้ไหม ขอร้องเถอะครับ มันเจ็บเหลือเกิน มันเจ็บที่ใจพอเถอะครับอย่าทำแบบนี้เลย" คราวนี้หมูหยองปล่อยโฮทันที ฉันเองก็ไม่ต่างเลยฉันเองก็ไม่กลั้นเอาไว้อีกแล้ว เรานั่งร้องไห้กับโชคชะตาที่ทำให้เรามาพบกับชะตากรรมเช่นนี้ ในความเงียบมีเพียงน้ำตาที่ทำหน้าที่ของมัน "ถ้าครูไม่สบายใจ ผมจะอยู่เงียบๆ ไม่กวนใจครูอีก" เมื่อพูดจบหมูหยองก็เดินเงียบๆออกไป ฉันทำได้เพียงมองตามแผ่นหลังกว้างนั้นที่สั่นน้อยๆ เพราะแรงสะอื้น ฉันอยากจะปลอบหัวใจดวงน้อยๆ ดวงนั้นเหลือเกิน แต่ฉันทำได้เพียงปล่อยให้น้ำตาไหลรินเป็นทางแค่นั้นเอง

ในอาทิตย์ต่อมาเป็นวันที่ทางโรงเรียนจัดงานปัจฉิม มีผูกข้อมือเป็นพิธีการร่ำลากันระหว่างคุณครูที่ปรึกษา เพื่อนร่วมรุ่น ร่วมกลุ่ม ร่วมแก๊งค์ จะได้มารวมกันเพื่อทำกิจกรรมต่างด้วยกันไม่ว่าจะเป็นพิธีการภายในหอประชุมเพื่อรับวุฒิบัตรหรือ การผูกข้อมือ นักเรียนเริ่มทยอยเข้ามาเพื่อให้ครูได้ผูกข้อมือ เพื่อเป็นการอำลาครูเป็นครั้งสุดท้าย และแล้ววินาทีนี้ก็มาถึงจนได้ หมูหยองคุกเข่าเข้ามาใกล้พร้อมกับด้ายผูกข้อมือ อยู่น้ำตาของฉันก็รื้นขึ้นมาเฉยๆ "ครูครับ ผูกข้อมือให้ผมหน่อยครับ" ฉันได้แต่พยักหน้า "ครูร้องไห้ทำไมครับ เราไม่ได้จากกันซะหน่อย เดี๋ยวผมก็มาเยี่ยมมาหาครูตามปกติผมสัญญา โอ๋ๆๆๆ อย่าร้องนะๆๆ" ฉันร้องไห้สะอึกสะอื้น "ครูครับผมขอกอดครูหน่อยนะ" ฉันพยักหน้าเขาก็โผเข้ากอดและปลอบเบาๆ "ผมจะไม่ไปไหน ผมยังอยู่กับครูเสมอนะครับ" ฉันไม่ได้เสียใจที่เราจะจากกันแต่ฉันสงสารที่เขาไม่รู้เลยว่า ฉันเขียนย้ายและเราจะไม่ได้เจอกันอีกแล้ว อยู่ๆ หมูหยองก็พูดขึ้นมาว่า "ครูครับไม่ว่า ครูจะอยู่ที่ไหน ผมจะตามหาครูจนเจอนะครับ ครู คือ คนที่ผมอยู่ด้วยแล้วมีความสุขที่สุดนะครับครู" ฉันอึ้งแต่ไม่ได้พูดอะไรออกมาได้แต่มองตาของเขาอย่างเข้าใจ และซึ้งใจทุกอย่างที่เกิดขึ้นมันคงเป็นพรหมลิขิต ที่ลิขิตให้เรามาเจอสีสรรที่สวยงามในชีวิต แต่ลืมที่จะแต่งแต้มความเหมาะสม ความพอเหมาะพอควรลงไปด้วย ชีวิตของฉันจึงบิดเบี้ยวเช่นนี้ แต่ก็ขอบคุณสรวงสวรรค์ที่มอบความสุขอันล้ำค่ามาให้ช่วยแต่งเติมส่วนที่ขาดหายให้เติมเต็มกับชีวิตฉัน

เรื่องสั้นเรื่องนี้ได้ เค้าโครงเรื่องจากชีวิตจริงของคน คนหนึ่งที่กรุณาสละเสี้ยวชีวิตให้เขียนเรื่องสั้นเรื่องนี้ขึ้น ขอขอบคุณเจ้าของเรื่องมากๆ ค่ะ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน คือ...รัก (ต่อ )



ความเห็น (2)

เขียนเมื่อ 

บันทึกนี้ยาวทีเดียวนะครับ ;)...

เขียนเมื่อ 

ความรักที่บริสุทธิ์ค่ะ