Active Learning และ PBL ของมนุษย์บุพกาล

เมื่อสืบสานวงศ์วาน ของ "Active Learning" แล้วเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นมาพร้อมกับมนุษย์นั่นแหละ
แล้ว "Active Learning" มันคืออะไร? ในความหมายนี้หมายถึง "การเรียนรู้ด้วยตัวของตัวมนุษย์เอง"
พัฒนาการมนุษย์มาจาก [1] ลิงใหญ่ (apes),ชะนี (gibbons),มนุษย์ลิง(Homonids) จากลิงใหญ่ก็กลาย
มาเป็นมนุษย์ลิง กว่าจะมาเป็นมนุษย์ปัจจุบัน มนุษย์ลิงได้ผ่านวิวัฒนาการมาสองช่วง ระยะแรกจัดเป็น
พวก homo erectus ระยะหลังคือ homo sapiens พวก homo sapiens ซึ่งเป็นบรรพบุรุษของมนุษย์
ปัจจุบัน ลักษณะที่ร่วมกันมาจนถึงปัจจุบัน ตั้งแต่ apes มาจนถึงคน คือ การชอบอยู่ร่วมกันเป็นสังคม
และการรู้จักปรับตัวเข้ากับสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป

มีหลักฐานอะไรต่อ กระบวนการเรียนรู้ "Active Learning" ของมนุษย์บุพกาล หลักฐานสำคัญที่เกี่ยวกับ
"Active Learning" ก็คือ กลุ่มที่หนึ่ง กลุ่มที่นำเอาหินมาใช้ประโยชน์[2] เขานำหินมาใช้ประโยชน์เป็นเครื่องมือ
ล่าสัตว์ ได้แก่ การกระเทาะหินเป็นอาวุธ การพบเศษซากของสัตว์ในถ้ำผีแมน และพัฒนาวิธีการกระเทาะหิน
ให้หินมีประสิทธิภาพ และคมมากขึ้น และพัฒนาการมาเป็นขวาน นอกจากนั้นยังมีหลักฐานว่ามีการใช้กระดูก
หิน ดินเผา และ เปลือกหอย มาใช้ในการทำการเกษตร ต่อมาได้พัฒนานำเอาหินแร่มาถลุงในยุคทองแดงสำริด
เกิดการทำภาชนะโลหะต่าง ๆ เพื่อเกษตรกรรม การทำกลองมโหระทึก ในงานพิธีกรรมต่าง ๆ นอกจากนั้นแล้ว
งานศิลปกรรมที่ผ่านการเขียนสีลงในผนังถ้ำ การทำลูกปัด เครื่องประดับจากหิน เป็นหลักฐานสำคัญที่บ่งบอก
ว่ามนุษย์มีการกระบวนการเรียนรู้

ทำไมจึงกล่าวว่ามนุษย์นั้นใช้การเรียนรู้แบบ "Active Learning" เนื่่องจากการศึกษายุคนี้เป็นการศึกษาเรียนรู้ตาม
อัธยาศัย คือเรียนรู้เพื่ออยู่รอด เรียนรู้กันในชุมชน เรียนรู้จากสิ่งแวดล้อม อันประกอบด้วย ความสัมพันธ์ทางระหว่าง
มนุษย์กับสิ่งเหนือธรรมชาติ ความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับสิ่งแวดล้อม ความสัมพันธ์ทางสังคม ผ่านบริบทเงื่อนไข
สิ่งที่แปรเปลี่ยนไปตามธรรมชาติ ระดับที่มากที่สุดก็คือแผ่นดินไหว อทุกภัย วาตะภัย โรคระบาดต่าง ๆ องค์ความรู้
แบบนี้ได้แก่ องค์ความรู้แบบ อาหาร ยา ผ้า บ้าน ที่เป็นการจัดการปัจจัยสี่ให้เป็นประโยชน์ต่อมนุษย์ท่ามกลางสิ่ง
ที่เปลี่ยนแปลงไปมาไม่แน่นอน เช่นการสร้างบ้าน นิยมสร้างบ้านแบบง่าย ๆ เพราะเวลาเกิดความเสียหายจากแผ่นดินไหว
หรือภัยอื่น ๆ ก็สามารถสร้างใหม่ได้ทันที อาหารก็เลียนแบบธรรมชาติ สถานการณ์การเปลี่ยนแปลงที่ไม่แน่นอนและ
เกิดปัญหาขึ้นมานี้ ก็จะเรียกว่า "PBL" บุพกาล ก็แล้วกัน จากการขุดค้นพบกระโหลกของมนุษย์มีลักษณะที่มีพัฒนาการ
จากลิงมาสู่คน โครงสร้างสมองมีผลต่อการคิด ตรรกะ ความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรก็มีผลต่อการคิด การเรียนรู้
การเรียนรู้ต้นแบบพื้นฐานของมนุษย์นี้ถือว่าโรงเรียนคือโลกกว้างที่มีการเปลี่ยนแปลงและประสบปัญหาตลอดเวลา
มีการคิดค้นและแก้ไขปัญหาอยู่ตลอดเวลา ดังจะเห็นจากหลักฐานที่เป็นเทคโนโลยีดังกล่าว

การใช้สมองซีกขวา ในการเรียนรู้ความสัมพันธ์ต่อสิ่งเหนือธรรมชาติ จินตนาการ อารมณ์ความรู้สึก ความหมายของ
อำนาจเหนือตัวมนุษย์เอง ทำให้เกิดพิธีกรรมการเขียนสีตามผนังถ้ำ เป็นผลมาจากการทำพิธีกรรมและสัญลักษณ์
สมองซีกซ้ายในการสร้างตรรกะ เทคโนโลยี และการอยู่ร่วมกันในสังคม และวัฒนธรรม สมองจึงเป็นพื้นฐานใน
การเรียนรู้แบบ Active Learning ทำให้่การเรียนรู้มีพลวัตร ดังนั้นจึงไม่แปลกที่มนุษย์จะรู้สึกแปลกแยกกับ Passive Learning
ซึ่งเป็นประดิษฐกรรมทางวัฒนธรรมตั้งแต่ปฏิวัติเขียวและ การปฏิวัติอุตสาหกรรมนี่เอง ซึ่งจะได้เขียนอีกต่อไป

ไม่มีห้องเรียน ไม่มีครู ไม่มีอุปกรณ์การสอน เทคโนโลยีการศึกษา มีการเรียนรู้ด้วยสมอง มีการแลกเปลี่ยน ไม่มีการวัด
และประเมินผล ทุกอย่างคือชีวิต มีปัญหา และ การแก้ไขปัญหา ซึ่งการเรียนรู้แบบ Active Learning แบบโบราณนี้
เป็นพื้นฐานของวิทยาศาสตร์ และศาสตร์อื่น ๆ อีกมากมาย การวัดประเมินผลด้วยชีวิต คือความอยู่รอดในการดำเนินชีวิต
ท่ามกลางภัยทุกรูปแบบ PBL จึงไม่แปลกเลยว่าทั่วโลกจะมีรายการยาพื้นบ้านที่สืบทอดกันมาไม่เหมือนกันเป็นจำนวนมาก
มีหลายตำรับ นั่นก็แสดงถึงการพยายามแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ด้วยตัวของมนุษย์เอง ต้องขอขอบคุณ ชาล ดาร์วิน ที่ให้แบบ
จำลองคำตอบของ Evolution ที่เข้ามาแทนที่คำอธิบายเดิม ๆ ที่ประกอบด้วยหลักฐานจำนวนมาก ทำให้ผมสรุปได้ว่า
ยุคบุพกาลเป็นสังคมที่ไม่มีโรงเรียน แต่มี "การเรียนรู้" ที่เข้มข้นกว่าด้วยการแลกทั้งชีวิต







[1]http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0...
[2]http://www.dooasia.com/thaihistory/h002c013.shtml



บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เรียนรู้ตลอดชีวิต



ความเห็น (1)

เขียนเมื่อ 

ชอบที่ีคุณบอกว่าสมองของคนยุคเริ่มต้นกับปัจจุบันมีความสามารถคล้ายกันครับ