เราทุกคนมีความตายเป็นจุดหมาย มีความตายเป็นเพื่อนเตือนสติ และมีความตายเป็นความจริงของชีวิต

วันนี้ได้รับข่าวการจากไปของ "พี่เษม" ของน้อง ๆ หรือครูเกษมสุขโรงเรียนเทศบาล ๒ เป็นความรู้สึกที่อธิบายได้ยาก เหตุเพราะเมื่อวานผมไปนั่งดื่มกับรุ่นพี่ที่สนิทมากที่สุดท่านนึงระหว่าง ดื่มมีบทสนทนาถามไถ่ที่พี่เษมอยู่ว่า แกเป็นไงบ้างเราทั้งคู่ก็เปรยๆว่าน่าจะไม่สบายแต่คงไม่หนักหนาสาหัสอะไร เช้าวันนี้7นาฬิกา ผมก็นึกถึงแกเลยเปิดดูเฟซบุ๊ค และไลน์ของแกแล้วก็อดนึกถึงตอนมาเป็นครูใหม่ ๆ ได้ว่า ถึงแม้เราอยู่คนละโรงเรียนแต่ผมก็มีความสนิทกับพี่เษมในระดับนึง บ่อยครั้งที่พี่เษมมักให้ข้อคิดดีๆ ในการเป็นครูและการดำเนินชีวิต ผมได้มีโอกาสทำงานกับพี่เษมเป็นบางโอกาส แต่ทุกครั้งที่ทำงานด้วยกัน ผมรู้สึกโล่งใจและสบายใจและเช่นเดียวกัน พี่เษมมักบอกผมว่า "ทำงานกับวิทย์แล้วพี่สบายใจ จะให้พี่ทำอะไรก็ได้" พี่เษมเป็นคนขยัน เสมอต้นเสมอปลาย ไม่ชอบยุ่งเรื่องคนอื่นโดยการเฉพาะซุบซิบนินทาคนอื่นผมไม่เคยได้ยินออกจาก พี่เษมเลยสักครั้ง
บ่อยครั้งที่เรารู้สึกว่า โลกนี้ไม่ยุติธรรมเลยคนที่ดีหรือคนที่เราผูกพันธ์มักอยู่กับเราไม่นาน แต่แท้จริงแล้วความตายอยู่กับเราทุกคนในทุกช่วงเวลา บางคนไม่ได้เตรียมพร้อมหรือเตรียมตัวกับความจริงสิ่งนี้ เมื่อมันมาถึงจึงไม่มีโอกาสแก้ตัวกับสิ่งที่ได้ทำไว้ขณะมีชีวิตอยู่ ขณะที่บางคนพร้อมรับความจริงของชีวิตในข้อนี้ โดยไม่ได้ยินดียินร้าย แต่เข้าใจในฐานะที่ว่าไม่ช้าก็เร็ว เราล้วนต้องเดินไป ณ จุดนั้น พี่เษม เป็นคนประเภทหลังคนที่พร้อมที่จะทำชีวิตให้สมบูรณ์ ไม่ฟูมฟายร้องไห้และไม่แม้กระทั่งปริปากบอกใคร
ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ผมไปงานศพ รดน้ำศพทั้งคนที่เคยรู้จักและญาติของคนที่รู้จักมา 3 งาน คำถามที่เกิดขึ้นคือ ถ้าวันนั้นมาถึงผมบ้าง ผมพร้อมที่จะยอมรับมันเหมือนที่พี่เษมทำได้หรือปล่าว คนข้างหลังผมจะเป็นยังไง แล้วสุดท้ายตอนผมยังอยู่ผมได้ทำสิ่งดี ๆ เพื่อคนคนอื่นบ้างไหม

ขอดวงวิญญาณของพี่ไปสู่สุขคติครับ

12/04/57

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน รวมเรื่องไม่มีสาระ



ความเห็น (1)

เขียนเมื่อ 

A truth reconfirmed!