การกล่าวคำสวัสดี
เป็นคำทักทาย การไหว้ เป็นกิริยาทักทาย
คำทักทายมีมากมายครับ การทักทายเป็นนิสัยประจำชาตินะครับ
ว่ากันว่าแต่ละชาติมีคำทักทายต่างกัน เช่น
คนฝรั่งจะทักว่า “สบายดีหรือ ?” (How are you ?)
ว่ากันว่าเพราะประเทศฝรั่งเป็นเมืองหนาวส่วนใหญ่
จึงเป็นห่วงเรื่องสุขภาพกัน
คนจีนจะทักว่า “กินข้าวหรือยัง ?”
ว่ากันว่าประเทศจีน (ในอดีต) แห้งแล้ง อดอยาก
คนจีนจึงเป็นห่วงเรื่องการกินครับ
ส่วนคนไทยจะทักว่า “ไปไหนมา”
ว่ากันว่าเพราะคนไทยเคลื่อนย้ายอพยพกันบ่อย
บางตำราว่าอพยพลงมาตั้งแต่ภูเขาอัลไต
บางตำราว่าอยู่ที่ขวานทองนี่แหละ
นักประวัติศาสตร์กำลังเถียงกันอยู่ครับ
ว่าที่จริงคนไทยมีถิ่นฐานดั้งเดิมอยู่ที่ไหนกันแน่
ผมไม่ใช่นักประวัติศาสตร์เลยไม่สงสัยครับ
รอคำตอบอย่างเดียว แต่ต้องเป็นคำตอบที่ผมเชื่อโดยไม่
เอ๊ะ”
ด้วยนะครับ
เรื่องการทักทายของคนแต่ละชาตินี่ทำให้เกิดปัญหานะครับ
ที่สอนภาษาอังกฤษอยู่ที่ มน.
เป็นอาสาสมัครอเมริกันตั้งแต่ยุคแรกๆ เล่าให้ฟังว่า
เมื่อมาทำงานที่ วศ.พิษณุโลก (คือ มน.ปัจจุบัน) ใหม่ๆ
เพิ่งหัดขี่มอเตอร์ไซด์ ซื้อคันใหญ่ด้วย
เจอคนไทยขี่จักรยานสวนทางมา คนไทยถามว่า “ไปไหนมา” Christ
รีบหยุดมอเตอร์ไซด์แล้วจูงไปจอดข้างถนนเพื่อจะตอบว่า “ไปไหนมา”
ปรากฏว่าคนที่ถามถีบจักรยานเลยไปไกลแล้ว เขาบอกว่า “ผมโมโหมากเลย”
นี่คือปัญหาวัฒนธรรมชนชาติครับ
เดี๋ยวนี้ไม่มีปัญหาแล้วครับ
อยู่เมืองไทยมาร่วมสามสิบปีแล้วครับ เมื่อ สี่-ห้า
ปีก่อนจะกลับไปอเมริกา ผมยังล้อว่า “คุณเป็นฝรั่งไม่เป็นแล้ว”
เคยไหว้ใครแล้วผู้ที่เราไหว้ไม่รับไหว้บ้างไหมครับ
รู้สึกอย่างไรครับ ผมคนหนึ่งล่ะที่รู้สึก
รู้สึกไม่นึกอยากไหว้อีก
เพราะเมื่อผู้ที่ผมไหว้ไม่ให้ความสำคัญ
ก็ไม่มีประโยชน์อะไรที่ผมจะไหว้อีก
ผมไม่ถือว่าการไหว้เป็นมารยาทครับ
ถ้าผู้ที่ผมไหว้ไม่รับไหว้ ผมจะมีมารยาทไปทำไม
ดังนั้นผมจึงรับไหว้ทกครั้งครับ ไม่ว่าจะเป็นนิสิต
เพื่อนร่วมงาน
การรู้จักทักทาย
เป็นการสื่อสาร (Communication)
และมารยาทการทักทายเป็นคุณสมบัติเบื้องต้นของผู้บริหาร เป็น
ของภาวะผู้นำ (Leadership) เป็นคุณสมบัติที่ต้องทำ
และทำอย่างจริงใจด้วยครับ