การดำเนินการตามโครงการตรวจ ดี.เอ็น.เอ. (DNA) เพื่อพิสูจน์สัญชาติไทย

9 มีนาคม 2558

กระบวนการเพื่อให้มาซึ่งสัญชาติไทยของบุคคล มีความยุ่งยากในการหาพยานหลักฐานมาพิสูจน์ยืนยันตัวบุคคล โดยเฉพาะในกรณีที่ไม่มีพยานเอกสารใด หรือ ไม่มีพยานบุคคลใด หรือมีพยานบุคคลรับรองยืนยัน แต่พยานบุคคลไม่น่าเชื่อถือ หรือ เหตุอื่นใด ที่ไม่ปรากฏพยานหลักฐานยืนยันพิสูจน์ถึงตัวบุคคลได้ชัดเจนแน่นอน เช่น กลุ่มบุคคลที่ไม่ปรากฏบุพการี หรือ บุพการีทิ้งไปตั้งแต่เด็ก ซึ่งเรียกบุคคลกลุ่มนี้ว่า "กลุ่มบุคคลไร้รากเหง้า"

ลองมาตรวจสอบผลการดำเนินการ การตรวจ ดี.เอ็น.เอ. (DNA) เพื่อพิสูจน์สัญชาติไทยดังกล่าว

ในช่วงเวลาหลายปีที่ผ่านมาตั้งแต่ปี 2542 รศ.ดร.พันธุ์ทิพย์ กาญจนจิตรา สายสุนทร นักวิชาการอาจารย์และนักกฎหมายจากคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้ให้ความสนใจเข้ามาช่วยเหลือชาวไทยภูเขาและบุคคลบนที่สูงในการพิสูจน์สัญชาติ ซึ่งประสบกับปัญหา เช่น ขาดพยานบุคคลที่สามารถยืนยันได้ถึงการเข้ามาในประเทศไทย หรือการเกิดในประเทศไทย ขาดพยานหลักฐาน ใบสูติบัตร ทะเบียนบ้าน รวมทั้งหลักฐานทางราชการในการแสดงความเป็นพ่อ แม่ ลูก พี่น้องกัน จึงได้มีการเสนอแนะแนวทางตามกระบวนการค้นหาความจริงในแบบวิทยาศาสตร์เข้ามาช่วยในการพิสูจน์สัญชาติ โดยการตรวจ ดี.เอ็น.เอ. เพื่อพิสูจน์ในความเป็นพ่อ แม่ พี่น้องกัน เพื่อผลในการได้สัญชาติไทยตามหลักสืบสายโลหิต โดยเริ่มในกรณีของชาวบ้านที่ห้วยน้ำอุ่น จนกระทั่งได้สัญชาติไทย นอกจากนี้ยังมีกรณี "การถอนสัญชาติไทย" ของชาวบ้านอำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ จำนวน 1,243 คนที่ถูกกรมการปกครองสั่งจำหน่ายรายชื่อออกจากทะเบียนบ้านเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2545 ก็ได้นำกระบวนการพิสูจน์ความจริงตามหลักวิทยาศาสตร์ดังกล่าวมาใช้เช่นกัน ซึ่งหน่วยงานสำคัญคือ สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม ได้ดำเนินการตรวจพิสูจน์สารพันธุกรรมเพื่อนำผลการตรวจสารพันธุกรรมประกอบพิจารณาเรื่องสัญชาติไทยและการแก้ไขข้อมูลทางทะเบียนราษฎร์ มาตั้งแต่ปี พ.ศ.2547 ถึงปัจจุบัน [1]

ลองมาดูการดำเนินการตามโครงการที่สำคัญ ๆ

โครงการตรวจ DNA เพื่อคุ้มครองสิทธิคนสัญชาติไทยถวายแด่ในหลวง จังหวัดเชียงราย 2552 [2]

17 ธันวาคม 2552 ที่ตึกอำนวยการ โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ ชาวอาข่า ลาหู่ รวม 98 ราย พากันจูงลูกตัวเล็กตัวน้อยมาเจาะเลือด เพื่อตรวจ DNA (สารพันธุกรรมเพื่อพิสูจน์ความสัมพันธ์ทางสายโลหิต)

กำลังสำคัญที่ทำให้ความฝันของ 4 องค์กรด้านสิทธิมนุษยชนของจังหวัดเชียงราย [3] ที่ต้องการพิทักษ์และคุ้มครองสิทธิผู้มีสัญชาติไทยตามหลักสืบสายโลหิต แต่ขาดเอกสารหลักฐานพิสูจน์ตนซึ่งทางการเชื่อถือได้ ให้ได้ฟื้นชีวิตคืนสิทธิและสถานะทางกฎหมายของตนคืนมา โดย "การตรวจ DNA" แบบพอเพียง มีมาตรฐานทางวิทยาศาสตร์ที่ยอมรับระดับสากลและราคาถูก เพราะใช้เทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นในแนวทางที่พึ่งตนเองได้ ไม่ต้องซื้อจากต่างประเทศทั้งหมด

จังหวัดเชียงราย โดยนายสุเมธ แสงนิ่มนวล ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ได้แต่งตั้งคณะทำงานโครงการ DNA เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2552 โครงการมีภารกิจ 3 ประการ คือ สำรวจข้อมูลบุคคลที่มีความจำเป็นตามเงื่อนไขการพิสูจน์สถานภาพด้วยการ ตรวจยืนยันความสัมพันธ์เชิงครอบครัว (ตรวจ DNA) โดยความร่วมมือระหว่างองค์กรพัฒนาเอกชนและสำนักทะเบียนที่ดำเนินงานใน พื้นที่ต่าง ๆ ในจังหวัดเชียงราย ดำเนินการตรวจพิสูจน์เพื่อขอผลยืนยันทางสายเลือดจากแพทย์ โดยได้รับความช่วยเหลือจากภาควิชานิติเวชศาสตร์ คณะแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่เป้าหมาย เด็ก เยาวชนและบุคคลไร้สัญชาติจำนวน 500 คน

โดยจะเริ่มเจาะเลือดรุ่นแรกในวันที่ 4 ธันวาคม 2552 เริ่มที่กลุ่มเป้าหมายราษฎรในพื้นที่ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย

ครั้งที่ 2 ในวันที่ 17 ธันวาคม 2552 ผลการตรวจเบื้องต้นของรุ่นแรกว่า พบรายที่ไม่พบความสัมพันธ์ทางสายโลหิต 5 % ซึ่งอาจเกิดจากความไม่เข้าใจเหตุผลและวิธีการตรวจ หรือความผิดพลาดอื่นๆ

วันที่ 18 มกราคม 2553 คณะทำงานเข้าพื้นที่บ้านแม่ปูนหลวง หมู่ 8 ตำบลเวียง อำเภอเวียงป่าเป้า กับบ้านแม่ปูนล่าง หมู่ที่ 9 ตำบลเวียง อำเภอเวียงป่าเป้า ซึ่งเป็นชาวมูเซอแดง

สถิติผลการดำเนินการ พ.ศ. 2552 จังหวัดเชียงรายอนุมัติ 8,340 ราย เป็นที่ 1จังหวัดเชียงใหม่เป็นที่ 2 จำนวน 4,110 ราย

โครงการพระมหากรุณาธิคุณปกเกล้า ฯ ชาวม้งบ้านไทยสมบูรณ์ อ.เวียงแก่น จังหวัดเชียงราย 2554 [4]

คณะเจ้าหน้าที่จากบริษัทพาโนราม่าเวิล์ไวด์ จำกัด ผู้ถ่ายทำสารคดีเทิดพระเกียรติ "หนึ่งในพระราชดำริ" 27 มิถุนายน 2554 เป็นวันดีที่ได้เห็นความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งกลั่นจากใจของชาวม้ง บ้านไทยสมบูรณ์ (บ้านห้วยหลู้) ต.ปอ อ.เวียงแก่น จ.เชียงราย ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ที่ได้รับการเพิ่มชื่อในทะเบียนบ้าน จากผลการตรวจพิสูจน์สารพันธุกรรม (DNA) ยืนยันความเป็นพ่อหรือแม่กับลูก ทำให้ได้สถานะทางกฎหมายตามพ่อหรือแม่ผู้มีสัญชาติไทย

ซึ่ง 4 องค์กรเอกชน ร่วมกับจังหวัดเชียงราย สำนักทะเบียนทุกอำเภอในจังหวัดเชียงราย โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ และ ศ.นพ.ธานินทร์ ภู่พัฒน์ (นักเรียนทุนพระราชทานอานันทมหิดล) แห่งสถาบันนิติเวช โรงพยาบาลมหาราช มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้ร่วมกันดำเนินการตั้งแต่เดือนตุลาคม 2552

ผลจากโครงการตรวจ DNA ฯ ของ จ.เชียงราย มีผู้ได้สัญชาติไทยตามพ่อหรือแม่ 386 คน และจากโครงการตรวจ DNA ฯ โดยวุฒิสภาร่วมกับกรมการปกครอง สถาบันนิติเวช ของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยขอนแก่น มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ มหาวิทยาลัยมหิดล โรงพยาบาลตำรวจ และสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กับจังหวัดเชียงราย ตราด ระนอง อุบลราชธานี กรุงเทพ ฯ กับสมุทรปราการ มีผู้ได้สัญชาติไทยของจังหวัดเชียงรายอีก 393 คน และมีผู้ที่รอผลการตรวจ DNA อีก 188 คน

ศอ.บต.ร่วมกับสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กรมการปกครอง นำร่องตรวจ DNA พิสูจน์สัญชาติไทยแก่ประชาชนในพื้นที่ 2556[5]

เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2556 ที่เทศบาลนครยะลา จังหวัดยะลา พันตำรวจเอกทวี สอดส่อง เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ ให้ความช่วยเหลือประชาชนในโครงการพลเมืองไทย สัญชาติไทยจังหวัดชายแดนภาคใต้เฉลิมพระเกียรติปกป้องสิทธิผู้ด้อยโอกาส ผู้ยากจน ผู้ยากไร้ สู่พลเมืองอาเซียน โดยมีนายแพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าที่สาธารณสุข ให้บริการพิสูจน์บุคคลทางพันธุกรรม หรือ DNA ที่ขอเพิ่มรายชื่อในทะเบียนบ้าน เพื่ออำนวยความสะดวกโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายแก่ประชาชน ซึ่งมีประชาชนในจังหวัดยะลามาใช้บริการ จำนวน 400 คน จากการสำรวจข้อมูลของ ศอ.บต.ในพื้นที่อย่างไม่เป็นทางการ พบว่าทะเบียนราษฎร์ไม่ถูกต้อง สมควรปรับปรุงแก้ไขจำนวนถึง 10,000 ราย

โครงการเฉลิมพระเกียรติปกป้องสิทธิผู้ด้อยโอกาส ผู้ยากจน และคนยากไร้สู่พลเมืองอาเซียนตรวจพิสูจน์สารพันธุกรรม (DNA) ให้แก่ผู้ด้อยโอกาส 2556 (วุฒิสภา) [6]

25 มิถุนายน 2556 นายนิคม ไวยรัชพานิช ประธานวุฒิสภา เปิดโครงการเฉลิมพระเกียรติปกป้องสิทธิผู้ด้อยโอกาส ผู้ยากจน และคนยากไร้สู่พลเมืองอาเซียน (KICK OFF DAY) ที่อาคารรัฐสภา 1 เพื่อให้สัญชาติคนไทยอย่างเป็นทางการภายใต้โครงการฯ มีการตรวจพิสูจน์สารพันธุกรรม (DNA) ให้แก่ผู้ยากไร้ ครั้งที่ 1 โดยมีกลุ่มเป้าหมายจำนวน 44 คน ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ก่อนที่จะสัญจรไปยัง 4 ภูมิภาคทั่วประเทศ

ครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2556 ณ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่

ครั้งที่ 3 เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2556 ณ เทศบาลเมืองวารินชำราบ อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี นายอนันต์ อริยะชัยพาณิชย์ รองประธานวุฒิสภา คนที่สอง เป็นประธานเปิดโครงการฯ ให้แก่ผู้ด้อยโอกาส ภายในงานมีการตรวจพิสูจน์สารพันธุกรรม (DNA) ให้แก่ผู้ยากไร้ ในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี จำนวนทั้งสิ้น 35 รายโดย คณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยขอนแก่น

ครั้งที่ 4 เมื่อวันที่ 24-25 สิงหาคม 2556 ณ ห้องประชุมสำนักงานเทศบาลเมืองระนอง

ครั้งที่ 5 เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม - 1 กันยายน 2556 ณ ห้องประชุมที่ว่าการอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก

ตั้งเป้าหมายช่วยเหลือประชาชนคนไทยที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน จำนวน 2,986 คน เป็นการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในวันที่ 5 ธันวาคม 2556 และจำนวน 2,982 คน เป็นการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในวันที่ 12 สิงหาคม 2557

การสำรวจกลุ่มเป้าหมายตามโครงการตรวจสอบสารพันธุกรรมเพื่อแก้ไขปัญหาสถานะและสิทธิของคนไทยที่ตกหล่นทางทะเบียน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2557[7]

ประชาสัมพันธ์และสำรวจกลุ่มเป้าหมายตามโครงการตรวจสอบสารพันธุกรรมเพื่อแก้ไขปัญหาสถานะและสิทธิของคนไทยที่ตกหล่นทางทะเบียน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2557 เริ่มครั้งแรกเดือนธันวาคม 2556 ได้จนถึงวันที่ 25 สิงหาคม 2557

กรมการปกครอง ได้จัดทำโครงการตรวจสอบสารพันธุกรรม เพื่อแก้ไขปัญหาสถานะและสิทธิของคนไทยที่ตกหล่นทางทะเบียน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2557 และได้กำหนดกลุ่มเป้าหมายว่าบุคคลที่จะขอรับการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการพิสูจน์สารพันธุกรรม (DNA) จะต้องเป็นบุคคลที่อ้างว่ามีสัญชาติไทย แต่ยังไม่มีชื่อและรายการบุคคลในทะเบียนบ้าน (ท.ร.14) เนื่องจากไม่ได้แจ้งการเกิดหรือขอเพิ่มชื่อในทะเบียนบ้านหรือบุคคลที่อ้างว่าเป็นคนไทย แต่มีรายการบุคคลในเอกสารทะเบียนราษฎรระบุสัญชาติอื่นหรือไม่ได้สัญชาติไทย โดยบุคคลดังกล่าวจะต้องเป็นผู้ที่ได้ยื่นคำร้องขอแจ้งการเกิดเกินกำหนดหรือขอเพิ่มชื่อในทะเบียนบ้าน (ท.ร.14) หรือขอลงรายการสัญชาติไทยในเอกสารทะเบียนราษฎรตามกฎหมายหรือระเบียบที่เกี่ยวข้อง

ตามกลุ่มเป้าหมาย ดังนี้

1. บุคคลที่อ้างว่าเป็นคนไทยที่ยื่นคำร้องขอแจ้งการเกิดเกินกำหนดและขอเพิ่มชื่อใน ทะเบียนบ้าน (ท.ร.14) ตามระเบียบสำนักทะเบียนกลางว่าด้วยการจัดทำทะเบียนราษฎร พ.ศ. 2535

2. ชาวเขาและบุคคลบนพื้นที่สูงที่ยื่นคำร้องของลงรายการสัญชาติไทย ตามระเบียบสำนักทะเบียนกลาง ว่าด้วยการพิจารณาลงรายการสถานะบุคคลในทะเบียนราษฎรให้แก่บุคคลบนพื้นที่สูง พ.ศ. 2543

3. บุคคลที่ยื่นคำร้องขอเปลี่ยนแปลงสถานะในเอกสารทะเบียนราษฎรจากคนที่ไม่มี สัญชาติไทย เป็นผู้มีสัญชาติไทยโดยการเกิดโดยผลของกฎหมายว่าด้วยสัญชาติ เช่น บุคคลที่ขอลงรายการสัญชาติไทยตามมาตรา 23 แห่งราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2551 เป็นต้น

ทั้งนี้ บุคคลตามข้อ 1 - 3 ควรมีอายุไม่ต่ำกว่าสามปี และมีบิดา มารดา หรือ ญาติร่วมสายโลหิตที่มีชื่อและรายการบุคคลในทะเบียนบ้าน (ท.ร.14) ระบุสัญชาติไทย ซึ่งสามารถตรวจพิสูจน์สารพันธุกรรม (DNA) เพื่อการมีสัญชาติไทยได้ โดยสามารถมาแจ้งความประสงค์ ณ ที่ทำการผู้ใหญ่บ้าน เริ่มครั้งแรกเดือนธันวาคม 2556 ได้จนถึงวันที่ 25 สิงหาคม 2557

ข้อมูลปัญหาคนไร้สัญชาติในประเทศไทยมีความรุนแรงทวีขึ้น ตามสถิติผู้ยากจนคนยากไร้ในประเทศไทยมีจำนวนประมาณ 1.2 ล้านคน เป็นบุคคลยังไร้สัญชาติประมาณ 4 แสนคน บุคคลเข้าข่ายได้รับสัญชาติไทยประมาณ 1 แสนคน

ผู้รับผิดชอบในการตรวจหาสารพันธุกรรมคือ ศาสตราจารย์นายแพทย์ธานินทร์ ภู่ภัทร คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และ รองศาสตราจารย์ ดร.บุษบา ฤกษ์อำนวยโชค คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี โดยกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย เป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด

ตามโครงการฯ มีกลุ่มเป้าหมายที่จะได้รับการช่วยเหลือ 2 ช่วง คือช่วงแรกเดือนมกราคม 2556 จำนวน 2,981 คน ช่วงที่สอง เดือนมกราคม-ธันวาคม 2557 จำนวน 2,986 คน

ระเบียบสำนักทะเบียนกลางกำหนดให้ใช้ผลการตรวจสารพันธุกรรมหรือ ดี.เอ็น.เอ.

"ผลการตรวจสารพันธุกรรมหรือ ดี.เอ็น.เอ. ที่ตรวจพิสูจน์จากหน่วยงานของรัฐ หรือสถาบันที่มีความน่าเชื่อถือซึ่งแสดงความสัมพันธ์การเป็นบิดาหรือมารดาของเด็กที่เกิด" ตามระเบียบสำนักทะเบียนกลางว่าด้วยการจัดทำทะเบียนราษฎร พ.ศ. 2535

ข้อ 56/1 [8] เมื่อนายทะเบียนอำเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่นได้รับแจ้งการเกิดของเด็กที่เกิด ในท้องที่สำนักทะเบียนอื่น

(เพิ่มความต่อไปนี้เป็นข้อ 56/1 ตามระเบียบสำนักทะเบียนกลางว่าด้วย การจัดทำทะเบียนราษฎร ฉบับที่ 5 พ.ศ. 2551 ข้อ 3)

ข้อ 57 [9] เมื่อนายทะเบียนอำเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่นได้รับแจ้งการเกิดเกินกำหนด ของผู้มีสัญชาติไทย (แจ้งต่อนายทะเบียนแห่งท้องที่อื่นที่ไม่ใช่ท้องที่ที่เกิด)

(ยกเลิกความเดิมตามข้อ 57 และให้ใช้ความใหม่แทนตามระเบียบสำนักทะเบียนกลางว่าด้วยการจัดทำทะเบียนราษฎร ฉบับที่ 5 พ.ศ. 2551 ข้อ 4)

ข้อ 64/1 [10]เมื่อนายทะเบียนอำเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่นได้รับแจ้งการตายของคนที่ตายหรือพบศพในท้องที่สำนักทะเบียนอื่น

(เพิ่มความต่อไปนี้เป็นข้อ 64/1 ตามระเบียบสำนักทะเบียนกลางว่าด้วย การจัดทำทะเบียนราษฎร ฉบับที่ 5 พ.ศ. 2551 ข้อ 7)

กรณีตัวอย่าง เช่น การจะเพิ่มข้อมูลในสูติบัตร หากไม่มีการลงข้อมูลไว้เบื้องต้น จำเป็นต้องใช้ผลการตรวจ DNAเนื่องจากไม่สามารถใช้หลักฐานอื่นในการยืนยันการเป็นพ่อแม่เด็กได้ ขอให้ผู้ร้องไปติดต่อยังสำนักงานเขตหรืออำเภอที่เด็กมีชื่ออยู่เพื่อยื่นคำร้อง แล้วทางเจ้าหน้าที่จะแจ้งว่าต้องใช้หลักฐานอะไรบ้าง [11]

ปัจจุบัน (2558) กรมการปกครองได้ขยายโครงการตรวจพิสูจน์สารพันธุกรรม (DNA) เพื่อบริการแก่ประชาชนผู้ยากไร้โดยแจ้งให้สำนักทะเบียนฯ ทุกแห่งสำรวจข้อมูล แล้วรายงานกรมการปกครองทราบ ในกรณีที่มีความจำเป็นต้องตรวจพิสูจน์สารพันธุกรรม (DNA) ประชาชนสามารถแจ้งความจำนงต่อสำนักทะเบียนฯ ได้

+++++++++++++++++++++++++++

[1] พงษ์เทพ ยังสมชีพ, "การตรวจ ดี.เอ็น.เอ. (DNA) เพื่อพิสูจน์สัญชาติไทย", 19 สิงหาคม 2547,

http://www.archanwell.org/autopage/show_page.php?t=1&s_id=73&d_id=73

& โครงการพิสูจน์สถานะบุคคลตามกฎหมายโดย DNA ระหว่างกรมการปกครองและ UNICEF : จดไว้กันลืม ?? โดย รศ.ดร. พันธุ์ทิพย์ กาญจนะจิตรา สายสุนทร (Archanwell), 8 พฤษภาคม 2553, ..... อ่านต่อได้ที่: https://www.gotoknow.org/posts/357116

& วิไลพร ไหลงาม, "การตรวจสารพันธุกรรมเพื่อแก้ปัญหาสัญชาติไทย", กลุ่มนิติเวชคลินิก สำนักนิติเวชศาสตร์ สถาบันนิติวิทยาศาสตร์, กันยายน 2557, http://www.cifs.moj.go.th/main2/index.php?option=com_phocadownload&view=category&download=437:2014-09-29-10-43-45&id=21:2011-03-04-12-54-39&Itemid=129&start=20

& ดีเอ็นเอ "โปรคิดส์"เกมรุก...ขบวนการค้ามนุษย์,

http://www.ifm.go.th/th/ifm-information/news-event...

ข้อมูลจาก บล็อก OKNATION, 18 สิงหาคม 2553, http://www.oknation.net/blog/Sp-Report/2010/08/18/...

[2] เตือนใจ (กุญชร ณ อยุธยา) ดีเทศน์, "เพื่อความสัมพันธ์ที่เกื้อกูลระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ", 17 ธันวาคม 2552, ใน มูลนิธิพัฒนาชุมชนและเขตภูเขา (พชภ.), "โครงการตรวจ DNA เพื่อคุ้มครองสิทธิคนสัญชาติไทยถวายแด่ในหลวง",http://www.hadf1985.org/english-version/33-โครงการตรวจ-dna-เพื่อคุ้มครองสิทธิคนสัญชาติไทยถวายแด่ในหลวง

[3] มูลนิธิ พัฒนาชุมชนและเขตภูเขา (พชภ.), มูลนิธิกระจกเงา, องค์การแพลน (PLAN), หน่วยพัฒนาและบรรเทาทุกข์มูลนิธิคริสตจักรเซเว่นธ์เดย์แอ๊ดแวนตีสแห่ง ประเทศไทย (ADRA)

[4] "พระมหากรุณาธิคุณปกเกล้า ฯ ชาวม้งบ้านไทยสมบูรณ์ จังหวัดเชียงราย", 27 มิถุนายน 2554, http://tribalcenter.blogspot.com/2011/07/blog-post_27.html & โครงการพิสูจน์สารพันธุกรรม (DNA) เฉลิมพระเกียรติคืนความเป็นไปไทยคนยากไร้ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2553-2554 (จำนวน 984 ราย), http://112.121.139.211/king/article.php?aid=40

[5] "ศอ.บต.ร่วมกับสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กรมการปกครอง นำร่องตรวจ DNA พิสูจน์สัญชาติไทยแก่ประชาชนในพื้นที่", 10 พฤศจิกายน 2556, https://www.facebook.com/io.yala/posts/444734255637236

[6] "วุฒิสภา ผนึกกำลังร่วมกับภาคีเครือข่าย ลงพื้นที่ตรวจพิสูจน์สารพันธุกรรม (DNA)ให้แก่ผู้ยากไร้อย่างต่อเนื่อง โดยกระจายสู่ภูมิภาค จากภาคเหนือสู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ...จังหวัดอุบลราชธานี", 17 สิงหาคม 2556, http://www.senate.go.th/w3c/senate/pictures/comm/56/file_1382600465.doc

& วุฒิสภา ผนึกกำลังร่วมกับภาคีเครือข่าย ลงพื้นที่ตรวจพิสูจน์สารพันธุกรรม (DNA) ให้แก่ผู้ยากไร้ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ...จังหวัดอุบลราชธานี, 17 สิงหาคม 2556, http://www.naewna.com/lady/columnist/8151

[7] สำนักทะเบียนท้องถิ่นเทศบาลตำบลเวียงพางคำ อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย, "ขอความร่วมมือประชาสัมพันธ์และสำรวจกลุ่มเป้าหมายตามโครงการตรวจสอบสารพันธุกรรมเพื่อแก้ไขปัญหาสถานะและสิทธิของคนไทยที่ตกหล่นทางทะเบียน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2557", 28 พฤศจิกายน 2556, http://www.wpkms.com/33/uploadfile/806.pdf

& หนังสือกรมการปกครองที่ มท 0309.1/ว 18467 ลงวันที่ 13 สิงหาคม 2556 เรื่อง การสำรวจกลุ่มเป้าหมายเพื่อตรวจพิสูจน์สารพันธุกรรม (DNA), http://www.bora.dopa.go.th/images/snbt/str/book/560813/mt03091_v18467.pdf

& กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย (นายชวน ศิรินันท์พร (อปค.)) และคณะกรรมการโครงการเฉลิมพระเกียรติปกป้องสิทธิผู้ด้อยโอกาส ผู้ยากจน และคนยากไร้สู่พลเมืองอาเซียนของวุฒิสภากระทรวงมหาดไทย และคณะกรรมการโครงการเฉลิมพระเกียรติปกป้องสิทธิผู้ด้อยโอกาส ผู้ยากจน และคนยากไร้สู่พลเมืองอาเซียนของวุฒิสภา จัดโครงการตรวจสารพันธุกรรม (DNA) เพื่อพิสูจน์สถานะบุคคล ฟรี ให้กับบุคคลที่อ้างว่ามีสัญชาติไทย แต่ยังไม่มีชื่อในทะเบียนบ้าน (ท.ร.14) และมีฐานะยากจน โดยยื่นคำร้อง ณสำนักทะเบียนอำเภอ/สำนักทะเบียนท้องถิ่น ทุกแห่ง ถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2556 ดังนี้ (1) เป็นคนไทยแต่ไม่มีชื่อในทะเบียนบ้าน (2) เป็นบุคคลที่ยื่นคำร้องขอลงรายการสัญชาติไทย (ชาวเขา, บุคคลพื้นที่สูง, บุคคลตามมาตรา 23) (3) ผ่านการตรวจสอบจากนายทะเบียนแล้ว และนายทะเบียนเห็นว่ามีความจำเป็นต้องตรวจDNA ดู http://www.dopa.go.th/index.php/information/knowlege/773-dna & http://www.bora.dopa.go.th/images/snbt/str/book/job/DNA.pdf & เรืองชัย ทรัพย์นิรันดร์, "สิทธิมนุษยชนคนไทยตกสำรวจ", มติชนสุดสัปดาห์ ฉบับวันที่ 12 - 18 กรกฎาคม 2556, http://www.nhrc.or.th/2012/wb/th/news_detail.php?nid=1852&parent_id=1&type=new

[8]"ข้อ 56/1 เมื่อนายทะเบียนอำเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่นได้รับแจ้งการเกิดของเด็กที่เกิด ในท้องที่สำนักทะเบียนอื่น ให้ดำเนินการ ดังนี้

(1) เรียกตรวจหลักฐานของผู้แจ้ง ได้แก่ บัตรประจำตัวของบิดา มารดาหรือผู้ปกครอง โดยชอบด้วยกฎหมายของเด็กที่เกิด (ถ้ามี) หรือบัตรประจำตัวของผู้ซึ่งได้รับมอบหมายจากบิดา มารดา หรือผู้ปกครองโดยชอบด้วยกฎหมาย (ถ้ามี) สำเนาทะเบียนบ้านที่ปรากฏชื่อบิดา มารดา หรือผู้ปกครองของเด็กที่เกิด หนังสือมอบหมาย (ถ้ามี) และหนังสือรับรองการเกิด (ท.ร. 1/1) หรือผลการตรวจ ทางวิทยาศาสตร์ เช่น ผลการตรวจสารพันธุกรรมหรือ ดี.เอ็น.เอ. ที่ตรวจพิสูจน์จากหน่วยงานของรัฐ หรือสถาบันที่มีความน่าเชื่อถือซึ่งแสดงความสัมพันธ์การเป็นบิดาหรือมารดาของเด็กที่เกิด

(2) สอบสวนผู้แจ้ง บิดา มารดา หรือผู้ปกครองของเด็กที่เกิดให้ทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสาเหตุที่ไม่แจ้งการเกิด ณ สำนักทะเบียนท้องที่ที่เด็กเกิด ประวัติของเด็กที่เกิด และสถานที่อยู่ปัจจุบันของเด็กและบิดา มารดา หรือผู้ปกครอง

(3) เมื่อตรวจสอบพยานหลักฐานแล้วเห็นว่าเด็กที่เกิดเป็นผู้ที่เกิดในราชอาณาจักร โดยยังไม่ได้แจ้งการเกิดและมีภูมิลำเนาอาศัยอยู่กับบิดา มารดา หรือผู้ปกครอง ซึ่งมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในเขตท้องที่สำนักทะเบียนที่แจ้งเกิด ให้นายทะเบียนผู้รับแจ้งออกสูติบัตร ท.ร. 1 หรือ ท.ร. 3 แล้วแต่กรณี และเรียกเก็บค่าธรรมเนียมตามที่กำหนดในกฎกระทรวง

(4) เพิ่มชื่อเด็กที่เกิดในทะเบียนบ้าน และมอบสูติบัตร ตอนที่ 1 พร้อมทั้งหลักฐานประกอบการแจ้งคืนให้ผู้แจ้ง"

[9]"ข้อ 57 เมื่อนายทะเบียนอำเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่นได้รับแจ้งการเกิดเกินกำหนด ของผู้มีสัญชาติไทย ให้ดำเนินการ ดังนี้

(1) เรียกตรวจหลักฐานของผู้แจ้ง ได้แก่ บัตรประจำตัวของบิดา มารดา หรือเจ้าบ้าน ของบ้านที่มีการเกิด (ถ้ามี) หรือบัตรประจำตัวของผู้ซึ่งได้รับมอบหมายจากบิดา มารดา หรือเจ้าบ้าน (ถ้ามี) สำเนาทะเบียนบ้าน (ท.ร. 14) หนังสือมอบหมาย (ถ้ามี) หนังสือรับรองการเกิด (ถ้ามี)

(2) ตรวจรายการบุคคลในฐานข้อมูลการทะเบียนราษฎรเพื่อตรวจสอบว่ามีการแจ้งการเกิดและมีรายการบุคคลของคนที่เกิดในทะเบียนบ้านหรือไม่

(3) ออกใบรับแจ้งการเกิด (ท.ร. 100) ให้กับผู้แจ้งการเกิด

(4) พิสูจน์สถานะการเกิดและสัญชาติของคนที่เกิดตามที่กำหนดในกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการพิสูจน์สถานะการเกิดและสัญชาติของเด็กซึ่งถูกทอดทิ้ง เด็กเร่ร่อน หรือเด็ก ที่ไม่ปรากฏบุพการีหรือบุพการีทอดทิ้ง

(5) เมื่อได้รับแจ้งผลการพิจารณาจากนายอำเภอว่าคนที่เกิดนั้นเป็นผู้ที่เกิดในราชอาณาจักรและเป็นผู้มีสัญชาติไทย ให้นายทะเบียนอำเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่นดำเนินการเปรียบเทียบคดีความผิด และออกสูติบัตร (ท.ร. 2) ให้แก่ผู้แจ้ง

(6) เพิ่มชื่อคนที่เกิดเข้าในทะเบียนบ้าน (ท.ร. 14) หรือทะเบียนบ้านกลาง (ท.ร. 14) แล้วแต่กรณี

(7) กรณีนายอำเภอแจ้งผลการพิจารณาว่าคนที่เกิดไม่ได้เกิดในราชอาณาจักรและไม่ได้ รับสัญชาติไทย หรือไม่อาจพิสูจน์สถานะการเกิดและสัญชาติของบุคคลดังกล่าวได้ ให้นายทะเบียนอำเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่นจัดทำทะเบียนประวัติสำหรับบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียนให้แก่บุคคลนั้นตามระเบียบสำนักทะเบียนกลางที่เกี่ยวด้วยการสำรวจและจัดทำทะเบียนสำหรับบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน

ถ้าการแจ้งการเกิดเกินกำหนดตามวรรคหนึ่งเป็นการแจ้งต่อนายทะเบียนแห่งท้องที่อื่นที่ไม่ใช่ท้องที่ที่เกิด ให้นายทะเบียนอำเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่นเรียกตรวจหลักฐานของผู้แจ้งการเกิด ได้แก่หนังสือรับรองการเกิด (ท.ร. 1/1) หรือผลการตรวจทางวิทยาศาสตร์ เช่น ผลการตรวจ สารพันธุกรรมหรือ ดี.เอ็น.เอ. ที่ตรวจพิสูจน์จากหน่วยงานของรัฐหรือสถาบันที่มีความน่าเชื่อถือซึ่งแสดงความสัมพันธ์การเป็นบิดาหรือมารดาของคนที่เกิด สำเนาทะเบียนบ้านที่ปรากฏชื่อบิดามารดาหรือผู้ปกครองของคนที่เกิดซึ่งต้องเป็นทะเบียนบ้านในเขตท้องที่สำนักทะเบียนอำเภอหรือสำนักทะเบียนท้องถิ่นที่แจ้งการเกิด ตามที่กำหนดในกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการแจ้งการเกิดหรือ การตายต่อนายทะเบียนแห่งท้องที่อื่น แล้วดำเนินการตาม (2) ถึง (7) รวมทั้งเรียกเก็บค่าธรรมเนียมตามที่กำหนดในกฎกระทรวง

กรณีการดำเนินการตามวรรคหนึ่งและวรรคสอง เป็นการแจ้งการเกิดสำหรับเด็กที่มีอายุไม่เกินเจ็ดปีบริบูรณ์ในวันที่ยื่นคำร้อง ให้นายทะเบียนอำเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่นรับผิดชอบการพิสูจน์สถานะการเกิดและสัญชาติของเด็กที่เกิดแทนนายอำเภอ โดยดำเนินการตามที่กำหนดในกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการพิสูจน์สถานะการเกิดและสัญชาติของเด็กซึ่งถูกทอดทิ้ง เด็กเร่ร่อน หรือเด็กที่ไม่ปรากฏบุพการีหรือบุพการีทอดทิ้ง โดยอนุโลม"

[10]"ข้อ 64/1 เมื่อนายทะเบียนอำเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่นได้รับแจ้งการตายของคนที่ตายหรือพบศพในท้องที่สำนักทะเบียนอื่น ให้ดำเนินการ ดังนี้

(1) เรียกตรวจหลักฐานของผู้แจ้ง ได้แก่ บัตรประจำตัวของผู้แจ้งซึ่งได้แก่เจ้าบ้านของบ้าน ที่มีการตาย บุคคลที่ไปกับผู้ตายขณะตาย ผู้พบศพ หรือผู้ซึ่งได้รับมอบหมายจากเจ้าบ้าน บุคคลที่ไปกับผู้ตาย หรือผู้พบศพ (ถ้ามี) สำเนาทะเบียนบ้านที่ปรากฏชื่อและรายการบุคคลของคนตาย (ถ้ามี) หนังสือรับรองการตาย (ท.ร. 4/1) หรือผลการตรวจทางวิทยาศาสตร์ที่ตรวจพิสูจน์โดยหน่วยงาน ของรัฐหรือสถาบันที่มีความน่าเชื่อถือซึ่งแสดงรายการเกี่ยวกับคนตาย เช่น ผลการตรวจสารพันธุกรรมหรือ ดี.เอ็น.เอ. เป็นต้น และพยานหลักฐานอื่น ๆ (ถ้ามี) เช่น รูปถ่ายงานศพของคนตาย เป็นต้น

(2) สอบสวนผู้แจ้ง และพยานบุคคลไม่น้อยกว่าสองคนที่สามารถยืนยันตัวบุคคลของ คนตายให้ทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสาเหตุที่ไม่แจ้งการตาย ณ สำนักทะเบียนท้องที่ที่คนตายหรือพบศพ ประวัติและภูมิลำเนาของคนตาย การจัดการศพและสถานที่จัดการศพ

(3) เมื่อตรวจสอบพยานหลักฐานแล้วเห็นว่าคนตายโดยยังไม่ได้แจ้งการตายและ มีการเคลื่อนย้ายศพเข้ามาอยู่หรือจัดการศพโดยการเผา ฝัง หรือทำลายในเขตท้องที่สำนักทะเบียน ที่แจ้งตาย ให้นายทะเบียนผู้รับแจ้งออกมรณบัตร ท.ร. 4 หรือ ท.ร. 5 แล้วแต่กรณี และเรียกเก็บค่าธรรมเนียมตามที่กำหนดในกฎกระทรวง

(4) กรณีคนตายมีชื่อในทะเบียนบ้านหรือทะเบียนบ้านกลางของสำนักทะเบียนที่แจ้ง การตาย ให้นายทะเบียนจำหน่ายชื่อคนตายในทะเบียนบ้านหรือทะเบียนบ้านกลาง และมอบมรณบัตร ตอนที่ 1 พร้อมทั้งหลักฐานประกอบการแจ้งคืนให้ผู้แจ้ง

(5) กรณีคนตายมีชื่อในทะเบียนบ้านหรือทะเบียนบ้านกลางของสำนักทะเบียนอื่น เมื่อนายทะเบียนมอบมรณบัตร ตอนที่ 1 และหลักฐานประกอบการแจ้งคืนให้ผู้แจ้งแล้ว ให้ส่งมรณบัตร ตอนที่ 2ไปยังสำนักทะเบียนที่เกี่ยวข้องเพื่อจำหน่ายชื่อคนตายในทะเบียนบ้านหรือทะเบียนบ้านกลาง"

[11]คำตอบของเจ้าหน้าที่เขตราชเทวี, 19 สิงหาคม 2554, http://portal.bangkok.go.th/subsite/index.php?strOrgID=001058&strSection=webboard_view&intPostID=13440


+++++++++++++++++++++

(1) ขั้นตอนและค่าบริการการตรวจ DNA, 17 กันยายน 2556,

http://med.mahidol.ac.th/patho/th/announcement/17-9-2013

(2) ตรวจ DNA คำตอบสุดท้ายของการพิสูจน์พ่อลูก, 22 กันยายน 2553, https://health.kapook.com/view17162.html

(3) ราคา ตรวจDNA ระหว่างพ่อ-ลูก สรุปค่าใช้จ่ายทั้งหมด รวมแล้วประมาณเท่าไหร่ค่ะ?, 2 กรกฎาคม 2556,

https://th.answers.yahoo.com/question/index?qid=20130702024506AAHu40D

(4) รศ.ดร.วินัย ดะห์ลัน, ตรวจดีเอ็นเอรวดเร็วราคาถูก, บทความวิชาการ, 23 มกราคม 2557, http://www.halalscience.org/archives/36839


++++++++++++++++++++++++++++++++++

หน่วยตรวจ DNA

ราชการ (ใน กทม.) :

(1) สถาบันนิติเวชวิทยา (Institute of Forensic Medicine) โรงพยาบาลตำรวจ สำนักงานแพทย์ใหญ่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ, บริการของเรา,

http://www.ifm.go.th/index.php/contact-ifm/35-our-...

& https://www.facebook.com/ifm.nitivej/

(2) คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล (หน่วยมนุษย์พันธุศาสตร์ ภาควิชาพยาธิวิทยา : Patho.mahidol.ac.th, https://www.facebook.com/PathoRama-219714631384864... ),

(3) สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม

(4) ภาควิชานิติเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล

(5) โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์

ราชการ (ใน ตจว.) :

(1) คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยทุกแห่ง


เอกชน :

(1) บริษัท ดีเอ็นเอ เทสติ้ง แล็บบอราทอรี่ จำกัด (DTL : DNA Testing Laboratory Co.,Ltd.) เป็นบริษัทเอกชนแห่งแรกในประเทศไทยที่เปิดดำเนินธุรกิจด้านการตรวจพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคล ได้เริ่มก่อตั้งเมื่อวันที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2554 เป็นต้นมา,

http://dnathailand.com/