วิปัสสนาภาวนา (ตอนที่ ๖)

ในทางปฏิบัติ วิปัสสนาภาวนา คือ การฝึกเพื่อให้เกิดสติ หรือ การฝึกเจริญสติ แต่อย่างที่กล่าวไว้ในตอนก่อนๆ แล้วว่า เมื่อสติเกิดขึ้น ก็จะมีสมาธิเกิดขึ้นด้วยเป็นอัตโนมัติ วิปัสสนาจึงเป็นการเจริญทั้งสติและสมาธิพร้อมกัน

แต่ก่อนที่จะกล่าวถึงวิธีในการเจริญสติอย่างละเอียดมากขึ้นต่อไป จะขอย้อนกลับไปพูดถึงสติ และความสำคัญของสติ ด้วยการตั้งคำถามว่า สติคืออะไร? และมีความสำคัญอย่างไร?

สติ มักจะแปลกันว่า คือ ความระลึกได้ ซึ่งหมายถึงความระลึกได้ในสิ่งที่เกิดปรากฏ (สภาวะธรรม) ในปัจจุบัน ดังนั้นจึงอย่าเข้าใจผิดว่า เป็นการระลึกในเรื่องของอดีตหรืออนาคต ซึ่งเป็นเรื่องของความจำ (สัญญา) และไม่ใช่สติในความหมายอันถูกต้อง

สติ เป็นสภาวะทางธรรมชาติอย่างหนึ่ง ซึ่งมีอยู่จริง เรียกว่า 'เจตสิก' คือ สภาวะนามธรรมที่เกิดขึ้นพร้อมกับจิต ดับพร้อมกับจิต มีอารมณ์เดียวกับจิต และปรุงแต่งจิตให้เป็นไปต่างๆ เจตสิกมีหลายอย่าง (รวมเรียกว่าเจตสิก ๕๒)

สติ เกิดขึ้นจากการรับรู้โดยความตั้งใจ หรือมีความจงใจในการรับรู้ ต่อสิ่งที่เกิดขึ้น และกระทบต่อทางรับรู้หกทาง คือ ตา หู จมูก ลิ้น กาย และใจ แต่ละขณะๆ ในปัจจุบัน (ภาษาของผู้ปฏิบัติ เรียกว่า "อารมณ์ปัจจุบัน")

สติเป็นการรับรู้ในแต่ละขณะเฉยๆ โดยไม่มีการตัดสิน (non-judgmental moment-by-moment awareness) ซึ่งเกิดขึ้นด้วยความตั้งใจ หรือความจงใจ

ในการเจริญสติ จะต้องมีอุบายเพื่อให้สติเกิด อุบายนั้นคือการเอาสติไว้บนฐานสี่อย่าง ได้แก่ กาย เวทนา จิต และธรรม (สติปัฏฐานสี่)

การเอาสติไว้บนฐานกาย (กายานุปัสสนาสติปัฏฐาน) เป็นอุบายที่ง่ายที่สุดในการปฏิบัติ

การฝึกเจริญสติด้วยฐานกาย ได้แก่ การเดินจงกรม การนั่งสมาธิแบบอานาปานสติ และ การกำหนดรู้ในอิริยาบถย่อย (หรืออิริยาบถปัจจุบัน) เป็นต้น ซึ่งง่ายในการปฏิบัติ และใช้ได้ตลอดไป

สติมีความสำคัญอย่าง?

สติเป็นธรรมที่เป็นมหากุศล คือ เป็นนามธรรมฝ่ายดีที่มีอานิสงส์มาก เพราะสติสามารถช่วยดึง หรือเหนี่ยวนำให้นามธรรมฝ่ายดีอื่นๆ เกิดขึ้น

พระพุทธองค์ทรงตรัสเปรียบเทียบว่า สติเสมือนรอยเท้าช้าง ที่สามารถจะรองรับรอยเท้าสัตว์ทั้งหลาย หรือสติเสมือนมหาสมุทร ซึ่งเป็นที่รองรับห้วงน้ำใหญ่และน้อยทั้งหมด

ความหมายก็คือสติเป็นธรรมที่เป็นมหากุศล ซึ่งเป็นใหญ่ เป็นผู้นำ หรือเป็นหัวหน้า ของกุศลธรรมทั้งหลาย

ดังที่ได้กล่าวมาแล้ว เมื่อสติเกิดขึ้น สมาธิก็เกิดขึ้นด้วย หากสติเกิดไม่ต่อเนื่อง สมาธิจะเกิดขึ้นชั่วขณะ เรียกว่า 'ขณิกสมาธิ' เมื่อสติละเอียดและต่อเนื่องมากขึ้น จะเกิดสมาธิที่ลึกและต่อเนื่องมากขึ้น เรียกว่า 'อุปจารสมาธิ' เมื่อเจริญสติโดยการนั่งกำหนดรู้ โดยการทำอานาปานสติ ก็สามารถจะทำให้เกิดสมาธิที่สงบนิ่งลึก เรียกว่า 'อัปปนาสมาธิ' หรือสมาธิในระดับฌาน ดังนั้นฌานก็สามารถจะทำให้เกิดขึ้นได้ ในการทำ วิปัสสนาภาวนา ไม่แต่เฉพาะในการทำสมถภาวนา

นอกจากนี้แล้ว การเจริญสติอย่างต่อเนื่อง จะทำให้จิตเกิดความความบริสุทธิ์ เรียกว่า 'วิสุทธิ' และเกิดสัมปชัญญะ (คือความรู้ตัวทั่วพร้อม) ซึ่งเป็นจุดเริ่มของการเกิดปัญญาที่เรียก 'วิปัสสนาปัญญา' หรือ 'วิปัสสนาญาน'

ความบริสุทธิ์ของจิต (วิสุทธิ) และวิปัสสนาปัญญา (หรือวิปัสสนาญาน) คือ ผลอันวิเศษและมหัศจรรย์ของวิปัสสนาภาวนา ซึ่งผู้ปฏิบัติพึงรู้เฉพาะตน (คือผลอันเป็นปัจจัตตัง)

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน การเจริญสติ



ความเห็น (0)