.....ช่วงเบรคพักเที่ยง....

มันก็เป็นกลางวันเหมือนทุกๆวันนั้นล่ะ ที่หลังอาหารเที่ยงก็จะเข้ามานั่งคุยกันหน้าออฟฟิส บางคนก็อ่านหนังสือ บางคนก็นั่งจิบกาแฟ บางคนก็นั่งหลับ ขณะที่มือยังจับถ้วยกาแฟอยู่

"เมื่อคืนเลิกสี่ทุ่ม กว่าจะถึงห้องพัก อาบน้ำเสร็จก็เกือบเที่ยงคืน" คนหนึ่งพูดเหมือนจะบ่นให้เพื่อนฟังขณะก้มหน้าฟุบอยุ่บนโต๊ะ

"เป็นอย่างนี้ทุกวันจะไหวไหม แต่ถ้าไม่มีโอทีเลยก็คงอยู่กันไม่ได้นะพวกเรา" อีกคนเสริม

คนที่นั่งยื่นมือไปคนกาแฟในแก้วเบาๆเหมือนกลัวจะรบกวนคนที่นั่งฟุบอยู่ ก่อนจะยกถ้วยกาแฟขึ้นซด อีกคนจึงถามไปว่า...ไอ้กาแฟนี่ก็อีกอย่าง ไม่เคยช่วยให้ชีวิต กรู..ดีขึ้นหรอก กินเข้าไปดื่มเข้าไป ก็เท่านั้น

"อ้าวมันช่วยให้มึงหายง่วงไม่ใช่เหรอ"

"เปล่าเล้ย...แมร่งง..กรูจะหลบตั้งแต่อยู่ครึ่งแก้วแล้ว555"

"555 แสดงว่ามันออกฤทธิ์ช้า"

"เปล่าหรอก นั่นแล่ะคือฤทธิ์ของมัน ดื่มไปเหมือนเสพยา ไม่เสพแม่ร่งง ปวดหัว"

...หรืองานที่ทำมาหาเงินอยู่นี่มันคือสิ่งเสพติด ไม่ทำก็กระวนกระวาย อยากมีอยากได้ เห็นหลายคนมนุษย์เงินเดือนกรรมกรห้องเย็นที่โหมทำเพื่อจะได้มีรถกระบะป้ายแดงออกมาอวดเพื่อน ...มันคือความสำเร็จของคนทำงานที่พอจะบอกกับคนทางบ้านที่ห่างมาไกลให้ภาคภูมิใจกับชาวบ้านเขาบ้างว่า ลูกข้าก็ทำได้ แต่ปัญญาที่จะส่งต่อก็แล้วแต่มัน รถมือสองจึงเต็มเต้นท์ของพ่อค้าแห่งยุคสมัย

"มึงจะบ่นไปทำไมวะ เขาก็ทำๆกันอย่างนี้ทั้งบ้านทั้งเมือง" คนแรกเริ่มเสียงดัง

"ง่วงว่ะ" อีกคนพยายามจะเปลี่ยนเรื่อง

"กาแฟช่วยไม่ได้จริงเหรอ ดูไอ้นี่หลับจริงจัง"ชี้ไปที่คนก้มหลับอยู่บนโต๊ะ

"เห็นมันบ่นว่าจะหลับทั้งแต่กาแฟอยู่ครึ่งแก้วแล้ว"

....กริ๊ง กริ๊ง กริ๊ง ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ....

เสียงกริ่งแผดเสียงดังยาว บอกให้เข้างานรอบบ่าย

.....................

09 มีนาคม 2558

พ.แจ่มจำรัส