พหุวัฒนธรรมในสังคมอเมริกัน : MartinLuther King, Jr ปัญญาชนหลักของคนผิวสีผู้นำการเปลี่ยนแปลง




สืบเนื่องจากนางโรซ่า
พาร์ค ที่ได้เคลื่อนไหวอย่างสันติวิธีในการล้มกฎหมายที่เหยียดสีผิว เกิดไม่เป็นธรรม
ที่เกิดจากการแบ่งแยกผิวสี ซึ่งขบวนการเคลื่อนไหวเพื่อคว่ำบาตรรถเมล์ในมอนเกอแมรี่
รัฐอะลาบาม่าที่สำเร็จผลลงเมี่อครบ 381 วัน นั้นมีผู้นำชาวผิวดำที่ชื่อว่าMartinLuther King, Jr ซึ่งเป็นผู้นำ
คิง เกิดในครอบครัวของนักเทศน์แบ๊บติส หลังจากจบมัธยมศึกษาแล้วเขาก็ต่อที่ Morehouse College
และเรียนต่อด้านเทววิทยาอีกสามปี และได้เรียนต่อปริญญาโท ที่ Boston University สิ่งที่เขาได้เรียกร้องให้มีสิทธิด้านกฎหมาย
โดยใช้วิธีการไม่ใช้ความรุนแรงตามแนวของมหาตมะ คานธี ทำให้เขาเป็นตัวแทนของสิทธิพลเมืองของคนผิวดำ
เขาได้ถูกคุกคามและถูกจองจำถึงยี่สิบครั้ง ถูกแทงหน้าอก เคยถูกระเบิดบ้าน สิ่งที่เป็นอาวุธสำคัญของเขาคือการพูด
หรือการแสดงสุนทรพจน์ เขาแสดงสุนทรพจน์ของเขาที่มีชื่อเสียงที่สุดก็คือ I have a dream สามารถหาดูได้ที่


"ข้าพเจ้ายินดีที่ได้มาร่วมชุมนุมกับพวกท่านในวันนี้
ซึ่งจักกลายหน้าประวัติศาสตร์การชุมนุมเรียกร้องเสรีภาพครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของชาติเรา

เมื่อหนึ่งร้อยปีก่อน ชาวอเมริกันผู้ยิ่งใหญ่ท่านหนึ่ง
ผู้ซึ่งกลายเป็นสัญลักษณ์แผ่ร่มเงาแก่ผองเราซึ่งยืนอยู่ในที่แห่งนี้
ได้ลงนามในคำประกาศเลิกทาส
กฎหมายฉบับนี้ประดุจดังดวงประทีปแห่งความหวังของทาสนิโกรนับล้าน
ผู้ซึ่งถูกแผดเผาด้วยเปลวเพลิงอยุติธรรมที่เหยียดหมิ่น
มันมาถึงประหนึ่งยามอรุณรุ่งอันน่าปรีดา ที่จะยุติค่ำคืนอันยาวนานแห่งการจองจำ

หากร้อยปีถัดมา, เราพานพบความจริงอันโหดร้ายว่าชาวนิโกรยังไม่เป็นไท

ร้อยปีให้หลัง, ชีวิตของนิโกรยังคงถูกพันธนาการด้วยการเหยียดผิว
และถูกจองจำด้วยตรวนแห่งการเหยียดจำแนก

ร้อยปีถัดมา, ชนนิโกรยังดำรงชีพบนเกาะแห่งความจนยากอันโดดเดี่ยว
ท่ามกลางมหาสมุทรที่ไพศาลไปด้วยความมั่งคั่งทางวัตถุ

ร้อยปีให้หลัง, นิโกรยังอ่อนระโหยอยู่ตามมุมต่าง
ๆ ของสังคมอเมริกา และพบว่าตนถูกเนรเทศพ้นไปจากแผ่นดินของเขาเอง
ดังนั้นเราทั้งหลายมาชุมนุมในวันนี้ เพื่อแสดงให้เห็นสภาพอันน่าอดสูนี้


ในฐานะที่เราเข้ามาในเมืองหลวงของชาติเราเพื่อเอาเช็คมาขึ้นเงินสด
เมื่อครั้งที่เหล่าสถาปนิกแห่งสาธารณรัฐของเราจารึกถ้อยคำน่าประทับใจในรัฐธรรมนูญและประกาศอิสรภาพ
นั่นหมายความว่าพวกเขาได้ลงนามในพันธสัญญาที่คนอเมริกันทุกผู้ต้องสืบทอดปณิธาน
นี่เป็นบันทึกอันเป็นพันธะว่าเราทุกคนจะได้รับการประกันสิทธิ์
อันหาเพิกถอนได้แห่งชีวิต เสรีภาพ และการแสวงหาซึ่งความสุข


หากวันนี้ประจักษ์ชัดว่า อเมริกาได้บิดพลิ้วต่อพันธสัญญานี้
ตราบเท่าที่ยังคำนึงถึงสีผิวของพลเมืองในประเทศ
แทนที่่จะเคารพข้อผูกพันอันศักดิ์สิทธิ์ อเมริกากลับให้เช็คเสียกับประชาชนนิโกร
เช็คนี้ถูกส่งคืนพร้อมกับตราประทับว่า "เงินไม่เพียงพอ" แต่เราปฏิเสธจะเชื่อว่าธนาคารแห่งความยุติธรรมได้ล้มละลายไปเสียแล้ว
เราปฏิเสธจะเชื่อว่าไม่มีเงินเพียงพอภายใต้หลังคาที่ยิ่งใหญ่แห่งโอกาสของชาติเรา
ดังนั้นเราจึงเดินทางมาที่นี่เพื่อขอขึ้นเงิน — กับเช็คที่ตอบรับความต้องการในความมั่งคั่งแห่งเสรีภาพ
และความมั่นคงของกระบวนการยุติธรรม


เรามายังสถานศักดิ์สิทธิ์นี้
เพื่อเตือนอเมริกาให้ระลึกถึงความเร่งด่วนอันร้อนแรงในทันทีนี้
หามีเวลาจะยึดติดความฟุ่มเฟือย
หรือให้ยาระงับประสาทเพื่อให้เรื่องดำเนินอย่างค่อยเป็นค่อยไป

บัดนี้เป็นเวลาที่ต้องทำให้คำมั่นแห่งประชาธิปไตยเป็นจริงขึ้นมา

บัดนี้เป็นเวลาที่ต้องลุกขึ้นจากความมืดมน
และหุบผาที่ถูกทิ้งร้างแห่งการแบ่งแยกสีผิว
ไปบนหนทางอันเจิดจรัสแห่งความยุติธรรมทางเชื้อชาติ

บัดนี้เป็นเวลาที่จะเปิดประตูแห่งโอกาสให้แก่บุตรของพระผู้เป็นเจ้าทุกผู้ทุกนาม

บัดนี้เป็นเวลาที่จะยกระดับชาติของเราจากหล่มปลักแห่งความยุติธรรมทางเชื้อชาติ
ไปยังภูผาอันแกร่งกล้าแห่งภราดรภาพ


มันจะกลายเป็นหายนะแก่ประเทศชาติหากมองข้ามห้วงยามแห่งความเร่งด่วน
และประเมินความต้องการของชาวนิโกรต่ำไป
คิมหันต์อันอบอ้าวจากความไม่พอใจอันชอบธรรมของชาวนิโกรจะไม่ผ่านพ้นไป
ตราบจนกระทั่งฤดูใบไม้ร่วงอันมีชีวิตชีวาแห่งเสรีภาพและความเท่าเทียมกันจะมาถึง ปี
1963 หาใช่จุดสิ้นสุด
หากแต่เป็นจุดเริ่ม ผู้ที่หวังว่านิโกรต้องการเพียงที่จะระเบิดอารมณ์แล้วก็จะพอใจ
คนกลุ่มนั้นจะอยู่ในสภาพตะลึงงันหากประเทศชาติยังคงดำเนินไปตามที่มันเป็น
จะไม่มีการหยุดพักหรือความสงบในประเทศอเมริกาจนกว่าชนนิโกรจะได้รับสิทธิ์ในความเป็นพลเมืองอย่างแท้จริง
ความปั่นป่วนจากการจลาจลจะดำเนินต่อไปเพื่อสั่นคลอนรากฐานของชาติเรา
จนกว่าวันที่สดใสแห่งความยุติธรรมจักปรากฏ


แต่มีบางสิ่งที่ข้าพเจ้าอยากกล่าวกับประชาชนของข้าพเจ้าผู้ซึ่งยืนอยู่ตรงธรณีประตูอันอบอุ่น
ซึ่งจะนำเราไปยังพระราชวังแห่งความยุติธรรม ในขั้นตอนการได้มาซึ่งสถานะอันมีสิทธิ์
เราต้องปราศจากมลทินแห่งการกระทำอันผิดพลาด
เราต้องไม่แสวงหาความพอใจในการดับความกระหายเสรีภาพของเรา
ด้วยการดื่มกินจากถ้วยแห่งความขมขื่นและความเกลียดชัง


เราต้องดำเนินการต่อสู้ตลอดไปบนพื้นฐานอันสูงส่งของเกียรติยศและวินัย

เราต้องไม่อนุญาตให้การประท้วงที่สร้างสรรค์ของเรากลายเป็นการใช้ความรุนแรงทางกายภาพ

ไม่ว่าจะกี่ครั้งก็ตาม เราต้องยืนหยัดอย่างสง่างาม
ในหลักการหลอมรวมระหว่างพลังทางกายและพลังทางจิตวิญญาณอันสูงส่ง

ความเข้มแข็งอันน่าอัศจรรย์ครั้งใหม่ ซึ่งมันปกคลุมทั้งผองชนนิโกร
จะต้องไม่นำเราไปสู่ความไม่ไว้วางใจของคนขาวทั้งปวง เพราะพี่น้องคนขาวหลายคน
ดังประจักษ์พยานของการปรากฎตัวของพวกเขาในวันนี้
ได้ยืนยันว่าโชคชะตาของพวกเขาได้ผูกพันกับโชคชะตาของเรา และเสรีภาพของพวกเขา
เป็นพันธะที่ตรึงแน่นกับเสรีภาพของเรา


เราไม่อาจเดินได้เพียงลำพัง ขณะที่เราเดิน
เราต้องให้คำมั่นว่าเราก้าวไปข้างหน้า เราไม่อาจหันหลังกลับได้
มีคนถามผู้นับถือสิทธิพลเมืองว่า "เมื่อไหร่พวกคุณจึงจะพอใจ?"

เราไม่อาจพอใจได้
ตราบใดที่ชาวนิโกรยังเป็นเหยื่อจากความหวาดกลัวอันไม่อาจเอ่ยถึงของตำรวจที่โหดร้าย

เราไม่อาจพอใจได้
ตราบใดที่ร่างกายเราอันเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้าจากการเดินทาง
แล้วยังไม่อาจเข้าพักในโรงแรมบนทางหลวง หรือโรงแรมในตัวเมืองได้

เราไม่อาจพอใจได้
ตราบใดที่ยังมีการเคลื่อนย้ายฐานของพวกนิโกรออกจากพื้นที่ชุมชนแออัดไปจนถึงชุมชนขนาดใหญ่

เราไม่อาจพอใจได้ ตราบใดที่ลูกหลานเรายังถูกปลดเปลือยตัวตน
และถูกช่วงชิงศักดิ์ศรีไปด้วยการแขวนป้ายที่ระบุว่า "สำหรับคนขาวเท่านั้น"

เราไม่อาจพอใจได้ ตราบใดที่คนนิโกรในมิซซิสซิปปี้
ปราศจากสิทธิ์ออกเสียง และคนนิโกรในนิวยอร์คเชื่อว่าไม่มีใครที่ควรจะลงคะแนนให้

ไม่หรอก ไม่มีทางที่เราจะพอใจ
และเราไม่อาจพอใจตราบจนความยุติธรรมหลั่งรินลงมาดุจหยาดน้ำ
และความเที่ยงธรรมหลั่งไหลดุจสายน้ำอันเชี่ยวกราก


ข้าพเจ้าไม่อาจเมินเฉยต่อความจริงที่ว่า

พวกท่านบางคนมาถึงนี่ด้วยความทรมาน และความยากแค้น

พวกท่านบางคนเพิ่งมาจากห้องขังอันคับแคบ

พวกท่านบางคนมาจากท้องที่ซึ่ง การแสวงหาซึ่งเสรีภาพได้ทิ้งท่านไว้
กับการทุบตีด้วยพายุแห่งการข่มเหง
และการต้องโซซัดโซเซจากสายลมแห่งความป่าเถื่อนของตำรวจ

ท่านกลายเป็นผู้ทุกข์ทรมานมามาก
จงดำเนินการต่อไปด้วยความศรัทธาว่าความทุกข์ยากที่มิได้ก่อนี้จะถูกปลดเปลื้อง


จงกลับไปยังมิสซิสซิปปี้

จงกลับไปยังอลาบาม่า

จงกลับไปยังเซาธ์แคลิฟอร์เนีย

จงกลับไปยังจอร์เจีย

จงกลับไปยังหลุยเซียน่า

จงกลับไปยังสลัมและชุมชนแออัดในเมืองทางเหนือของเรา
และจงรู้ว่าสถานการณ์เช่นนี้สามารถและจักเปลี่ยนแปลงไปด้วยวิธีการใดวิธีหนึ่ง


จงอย่าจมปลักอยู่ในหุบผาแห่งความหดหู่
ข้าพเจ้าขอกล่าวกับพวกท่านในวันนี้ เพื่อนเอ๋ย – หากแม้ความลำบากที่เราเผชิญในวันนี้และวันพรุ่ง
ข้าพเจ้าจะยังมีความฝัน ความฝันซึ่งฝังรากลึกอยู่ในความฝันแห่งอเมริกันชน


ข้าพเจ้ามีความฝันว่า วันหนึ่งประเทศนี้จะหยัดยืนขึ้นและจรรโลงความหมายที่แท้จริงของบทบัญญัติทางศาสนาที่ว่า
"เรายึดถือความจริงเหล่านี้เป็นการยืนยันว่ามนุษย์ทุกคนถูกสร้างขึ้นมาอย่างเท่าเทียมกัน"

ข้าพเจ้ามีความฝันว่าวันหนึ่งบนเนินเขาสีแดงในจอร์เจีย
บุตรของทาสกับบุตรของอดีตเจ้าทาสจะนั่งร่วมโต๊ะแห่งภราดรภาพได้

ข้าพเจ้ามีความฝันว่า
วันหนึ่งแม้แต่รัฐมิสซิสซิปปี้ซึ่งอวลไปด้วยไอแห่งอยุติธรรม
ระอุไปด้วยความร้อนแรงแห่งการกดขี่
จะแปรเปลี่ยนเป็นที่ชุ่มชื้นแห่งเสรีภาพและความยุติธรรม

ข้าพเจ้ามีความฝันว่าในวันหนึ่งลูกๆ
ทั้งสี่คนของข้าพเจ้าจะอาศัยอยู่ในชาติที่พวกเขาไม่ถูกพิพากษาจากสีผิว
แต่ด้วยสาระแห่งอุปนิสัยของเขา


ข้าพเจ้ามีความฝันในวันนี้

ข้าพเจ้ามีความฝันว่า วันหนึ่งในอลาบาม่า
ที่ซึ่งมีการเหยียดชาติอย่างชั่วร้าย
ที่ซึ่งมีผู้ว่าการรัฐกำลังเปล่งวาจาขัดขวางและล้มล้างเราอยู่นั้น
สักวันหนึ่งเด็กชายผิวดำและเด็กหญิงผิวดำตัวน้อย จะสามารถเกี่ยวก้อยกับเด็กชายผิวขาวและเด็กหญิงผิวขาวตัวน้อย
ได้ดุจดังพี่น้องกัน


ข้าพเจ้ามีความฝันในวันนี้


ข้าพเจ้ามีความฝันว่าวันหนึ่งทุกหุบผาจะถูกยกให้สูงขึ้น
พร้อมกันนั้นทุกเนินเขาและภูผาจะถูกทำให้ราบลงมาเสมอกัน
พื้นที่อันขรุขระถูกถางเป็นทางราบ ทางคดเคี้ยวถูกทำให้เป็นเส้นตรง
เมื่อนั้นเสียงแซ่ซ้องแห่งพระเป็นเจ้าจะถูกเปล่งขึ้น และผองเราจะเห็นเวลานั้น


นี่เป็นความหวังของเรา
นี่เป็นศรัทธาของเราซึ่งข้าพเจ้าจะนำกลับไปทางใต้

ด้วยศรัทธานี้เราจะสกัดหุบเขาแห่งความหดหู่ ออกเป็นศิลาแห่งความหวัง

ด้วยศรัทธานี้เราจะเปลี่ยนเสียงเสียดหูแห่งความบาดหมางในชาติเรา
ให้เป็นเสียงเพลงอันแสนหวานแห่งภราดรภาพ


ด้วยศรัทธานี้เราจะสามารถทำงานร่วมกัน สวดมนต์ด้วยกัน
ต่อสู้ร่วมกัน ถูกจองจำร่วมกัน หยัดยืนเพื่อเสรีภาพร่วมกัน
เพราะเรารู้ว่าเราจะมีเสรีภาพไม่วันใดก็วันหนึ่ง


วันนี้ก็คือวันที่ว่า, นี่เป็นวันที่บุตรแห่งพระผู้เป็นเจ้าจะขับขานด้วยความหมายใหม่กับบทเพลงที่ว่า
"ประเทศของข้าฯ
ข้าฯขอขับขานบทเพลงแห่งเสรีภาพอันแสนหวานแด่ท่าน ดินแดนที่บรรพบุรุษของข้าฯฝังร่าง
ดินแดนแห่งความภาคภูมิใจของผู้แสวงบุญ ขอให้เสรีภาพจงก้องกังวานจากทุกขุนเขา"


และหากอเมริกาจะเป็นชาติที่ยิ่งใหญ่ สิ่งเหล่านี้ต้องเป็นจริง

ขอให้เสรีภาพจงก้องกังวานไปจากยอดเขาอันไพศาลแห่งนิวแฮมเชียร์

ขอให้เสรีภาพจงก้องกังวานไปจากภูเขาที่ทรงพลังแห่งนิวยอร์ค

ขอให้เสรีภาพจงก้องกังวานไปจากที่ราบสูงอัลเลเกนิสแห่งเพนซิลวาเนีย

ขอให้เสรีภาพจงก้องกังวานไปจากขุนเขาร็อคกี้ที่ปกคลุมไปด้วยหิมะแห่งโคโลราโด

ขอให้เสรีภาพจงก้องกังวานไปจากเนินเขาอันคดเคี้ยวแห่งแคลิฟอร์เนีย


ไม่ใช่เพียงเท่านี้


ขอให้เสรีภาพจงก้องกังวานไปจากภูเขาสโตนแห่งจอร์เจีย

ขอให้เสรีภาพจงก้องกังวานไปจากภูเขาลุคเอ๊าท์แห่งเทนเนสซี

ขอให้เสรีภาพจงก้องกังวานไปจากทุกด้าน
และทุกเนินเขาและทุกเนินดินทุกแห่งในมิสซิสซิปปี้


ขอให้เสรีภาพจงก้องกังวาน และเมื่อสิ่งนี้บังเกิดขึ้น
เมื่อเราบันดาลให้เสรีภาพดังกังวาน – เมื่อเราให้เสรีภาพก้องกังวานจากทุกตำบล ทุกหมู่บ้าน จากทุกรัฐ ทุกเมือง
เราอาจจะเร่งวันเวลาที่บุตรของพระผู้เป็นเจ้า ทั้งคนดำคนขาว ทั้งพวกยิว
คนศาสนาอื่น ทั้งแคธอลิคทั้งโปรเตสแตนท์
จะสามารถจับมือกันและขับขานบทเพลงเป็นถ้อยคำจากบทสวดในทางจิตวิญญาณอันเก่าแก่ของพวกนิโกรได้ว่า
"เสรีภาพในที่สุด เสรีภาพในที่สุด
ขอขอบคุณพระผู้เป็นเจ้าผู้ทรงมหิทธานุภาพ พวกเราจะมีเสรีภาพในที่สุด" คัดลอกคำแปลจาก http://www.siamintelligence.com/i-have-a-dream/


ปี1957-1968 เขาได้กล่าวสุนทรพจน์ถึงสองแสนกว่าครั้ง เขียนหนังสือถึงห้าเล่ม
ถือเป็นปัญญาชนหลักของชาวผิวสี เลยทีเดียวอุดมการณ์ที่เขาเป็นผู้นำในการสร้างนี้ ทำให้เขามีอิทธิพลทางความคิดต่อชาวอเมริกันทั้งผิวดำและผิวขาวและในปี 1964 เขาได้รับรางวัลโนเบล สาขาสันติภาพ ที่อายุน้อยที่สุดเขาได้ต่อสู้เพื่อสิทธิพลเมืองของคนผิวดำ และขยายวงไปถึงการต่อต้านสงครามเวียดนามและถูกลอบสังหารโดยคนผิวขาว ถึงแม้ว่าวัฒนธรรมใหม่ที่ปัญญาชนอย่าง
มาร์ติน ลูเธอร์ คิง จูเนียร์ได้สร้างขึ้น แต่วัฒนธรรมจริง ๆของอเมริกันผิวขาวยังต้องค่อย ๆ เปลี่ยนไป ในฐานที่เขาเป็นวัฒนธรรมหลัก แม้วันนี้อเมริกันชนจะมีประธานธิบดีผิวสีและเปลี่ยนจาก Ihave a dream มาเป็น I have a drone แล้วก็ตามสิ่งที่อยู่ใต้สมองของคนอเมริกันที่ยังไม่เปลี่ยนก็ยังคงปรากฎอยู่เรื่อย ๆไม่ว่าเรื่องอคติทางเชื้อชาติ ที่ส่งผลทางด้านกฎหมาย เช่นตำรวจผิวขาว
ยิงวัยรุ่นผิวดำ และมีการตัดสินในประเด็นนี้อย่างไม่เป็นธรรมที่ออกมาอย่างต่อเนื่อง และประเด็นที่คนผิวขาวหัวก้าวหน้าอีกมากมายทีเข้าร่วมกับคิงร่วมกับคนผิวดำ นั้นแสดงว่า วัฒนธรรมนั้นไม่หยุดนิ่ง เป็นไปตามพลวัตรตามเหตุปัจจัย

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เรียนรู้ตลอดชีวิต



ความเห็น (0)