nui
นาง เสาวลักษณ์ พัวพัฒนกุล

ดู​หนัง The Book Thief จอมโจรหนังสือ


หนัง The Book Thief จอมโจรหนังสือ เล่าเรื่องเด็กหญิงวัย ๑๐ ขวบชื่อ ลิเซิล ที่ถูกส่งไปอยู่กับพ่อแม่บุญธรรมที่เยอรมัน ก่อนสงครามโลกครั้งที่ ๒ การปรับตัวกับชีวิตใหม่ที่มีฉากหลังบอกเล่าเรื่องราวการไล่ล่ายิวของฮิตเลอร์ และชีวิตของผู้คนเยอรมันในสงครามโลกครั้งที่สอง

ตัวละครสำคัญในชีวิตลิเซิล (โซฟี เนลิสซี่) นอกจาก พ่อ (เจฟฟรี่ย์ รัช ) แม่ (เอมิลี่ วัตสัน) แล้วตัวละครเด็กชายชื่อ รูดี้ (Nico Liersch) ที่ถูกชะตาลิเซิลตั้งแต่แรกพบและกลายเป็นเพื่อนสนิท แม็กซ์ (เบน ชเน็ทเซอร์) หนุ่มยิวที่หลบหนีนาซีมาหลบซ่อนในห้องใต้ดินบ้านลิเซิล

ลิเซิล อ่านหนังสือไม่ออก พ่อผู้แสนดีค่อยๆ สอนอ่าน สอนเขียน ลิเซิลเด็กหญิงผู้รักการอ่าน มีความสุขที่ได้ถือหนังสือไว้ในมือ อ่านหนังสือกับพ่อและเขียนคำศัพท์ใหม่ๆ ไว้บนฝาห้องใต้ดิน วันที่ฮิตเลอร์สั่งให้เผาหนังสือ ลิเซิลแอบหยิบหนังสือไปจากกองไฟเล่มหนึ่ง เป็นการขโมยหนังสือเล่มแรก และเล่มต่อๆ ไปจากบ้านนายกเทศมนตรีของเมือง เมื่อลิเซิลไปส่งเสื้อผ้าที่แม่รับจ้างซักให้ภรรยานายกเทศมนตรี เธอได้รับความเมตตาให้เข้าไปในห้องสมุดของบ้าน ได้อ่านหนังสือในห้องนั้น จนวันหนึ่งนายกเทศมนตรีผู้เป็นสาวกของฮิตเลอร์ไม่อนุญาตให้เธอมาที่ห้องสมุดแห่งนี้อีก ลิเซิลแอบปีนเข้าห้องสมุดเพื่อ "ขโมย" หนังสือมาแอบอ่านที่บ้าน ลิเซิลอ่านหนังสือให้แม็กซ์หนุ่มยิวที่นอนป่วยในห้องใต้ดิน

สาระหลักที่หนังต้องการสื่อกับคนดู คือ หนังสือ กับ คุณค่าของการอ่านผ่านตัวละครลิเซิล การ "ขโมย" หนังสือจากกองไฟและจากบ้านนายกเทศมนตรีต้องการสื่อว่า ไม่มีสิ่งใดมาหยุดยั้งการอ่านได้ วันที่ลิเซิลและชาวเมืองหลบอยู่ในหลุมหลบภัย ท่ามกลางเสียงระเบิดและความหวาดกลัว เสียงลิเซิลเล่าเรื่องจากหนังสือที่เธอจดจำมาช่วยขับไล่ความกลัวจากทุกคนในที่นั้น

"หนังสือ" เชื่อมร้อยความสัมพันธ์ระหว่างลิเซิล กับผู้คนรอบตัว พ่อ แม็กซ์ และ ภรรยานายกเทศมนตรี

พ่อผู้อ่อนโยน อ่านหนังสือให้ลิเซิลฟัง สอนให้อ่าน และอนุญาตให้เธอจดคำศัพท์ใหม่ๆ บนฝาบ้าน

แม็กซ์ หนุ่มยิวที่เข้ามาหลบซ่อนในห้องใต้ดิน นอนฟังลิเซิลอ่านหนังสือ วันหนึ่งเมื่อเขาหายป่วย เขาทำสมุดบันทึกจากหนังสือเล่มเดียวที่เขามี (หนังสือ Mein Kampf – เขียนโดยฮิตเลอร์) โดยการใช้สีขาวทาทับตัวหนังสือ มอบให้แก่ลิเซิล และมันเป็นของขวัญอันมีค่า

ภรรยานายกเทศมนตรี เธอรักการอ่าน ห้องสมุดที่บ้านมีหนังสือต้องห้ามเต็มทุกตู้ , เธอเป็นคนเดียวที่เห็นลิเซิลขโมยหนังสือจากกองไฟแต่ไม่ว่ากระไร เธอพาลิเซิลเข้าในห้องสมุดที่บ้านและอนุญาตให้ลิเซิลนั่งอ่านหนังสือในห้องนั้น ในฉากที่ระเบิดคร่าชีวิตพ่อ แม่ และรู้ดี้ ภรรยานายกเทศมนตรีผู้นี้มาปรากฏตัวท่ามกลางซากปรักหักพัง ลิเซิลวิ่งไปกอดเธอ "หนังสือ" เชื่อมร้อยความรักของคนทั้งสองไว้แนบแน่น

เป็นหนังที่อบอุ่น แทรกเกร็ดประวัติศาสตร์เยอรมันช่วงสงครามโลกครั้งที่ ๒ ได้อย่างแนบเนียน.

…………………….

อาทิตย์ ๘ มีนาคม ๒๕๕๘

บันทึกเพิ่มเติม

เกี่ยวกับหนัง / หนังสือ

หนังสร้างปี ๒๐๑๓ กำกับการแสดงโดย Brian Percival นักแสดง : Geoffrey Rush , Emily Watson , Sophie Nelisse , Ben Schnetzer, Sandra Nedeleff สร้างจากหนังสือชื่อ The Book Thief ของ Markus Zusak นักเขียนชาวออสเตรเลีย พิมพ์ครั้งแรกปี ๒๐๐๕ ติดอันดับหนังสือขายดีของ The New York Times นานถึง ๒๓๐ สัปดาห์ เคยแปลเป็นภาษาไทยชื่อ "จอมโจรหนังสือ" โดย บีจา สำนักพิมพ์ เพิร์ล พับลิชชิ่ง พ.ศ.๒๕๕๑ หนังสือไม่มีขายแล้ว

.......................................

เหตุการณ์ในหนัง กับ เหตุการณ์จริงในประวัติศาสตร์

ด้วยฉากหลังของเรื่องราวเป็นเหตุการณ์จริงในประวัติศาสตร์ทั้งสิ้น จึงขอนำฉากต่างๆ ในหนัง มาขยายความเพิ่มเติมจากเหตุการณ์จริงในประวัติศาสตร์อันน่าสนใจยิ่ง ดังต่อไปนี้

ล้างสมองเด็กๆ

ฮิตเลอร์ให้ความสำคัญกับเด็กๆ มากเป็นพิเศษ ในหนังสือ Mein Kampf ที่เขาเขียน หลายๆ ตอนที่เขาพูดถึงความจำเป็นต้องส่งเสริมเด็กๆ เพื่ออนาคตอันยิ่งใหญ่ของเยอรมัน

ซ้าย : ฮิตเลอร์ตรวจเยี่ยมยุวชนฮิตเลอร์ , ขวา : ฉากที่ ลิเซิล รูดี้ และเด็กๆ ร้องเพลงปลุกใจในหนัง

ในหนัง

ลิเซิล รูดี้ และเด็กนักเรียนในชุดเครื่องแบบยุวชนนาซี ร้องเพลงปลุกใจ ด้วยความฮึกเหิม สาระสำคัญในเพลงคือ ยิวเป็นศัตรูที่ต้องกำจัด คนเยอรมันเท่านั้นที่ยิ่งใหญ่

ในประวัติศาสตร์

เมื่อฮิตเลอร์มีอำนาจเต็มในปี ค.ศ. ๑๙๓๓ เขาจัดการระบบการศึกษาในทันที โดยการปรับหลักสูตรให้เป็นไปตามอุดมการณ์ลัทธินาซี คือชาตินิยม คลั่งเชื้อชาติ เกลียดชังยิว และเชื้อชาติอื่นๆ ที่ไม่ใช่อารยัน ครูทุกคนต้องเป็นสมาชิกสันนิบาตครูนาซี ปฏิบัติตามข้อกำหนดต่อต้านยิว ครูที่วิจารณ์ลัทธินาซีจะถูกไล่ออก ฮิตเลอร์รวบอำนาจการบริหารสถาบันการศึกษาไว้ในมือคนที่ตัวเองไว้วางใจ วันที่ ๒๕ เมย. ๑๙๓๓ รัฐบาลของพรรคนาซีผ่านกฎหมายที่อ้างว่าเพื่อต่อต้านการแออัดในชั้นเรียน โดยกำหนดให้โรงเรียนและมหาวิทยาลัยรับนักเรียนนักศึกษายิวได้ไม่เกินร้อยละ ๑.๕

มีการก่อตั้งยุวชนฮิตเลอร์ (Hitlerjugand) นำเยาวชนไปล้างสมองให้ภักดีต่อฮิตเลอร์และนาซี ปลายๆ สงครามมีการเกณฑ์ยุวชนฮิตเลอร์เข้าร่วมรบ

.......................................

เผาหนังสือ

หนังสือมีอิทธิพลต่อความคิดของคน ฮิตเลอร์บัญชาให้กำจัดหนังสือทั้งหลายที่ไม่ตรงกับอุดมการณ์นาซี

ซ้าย : พิธีกรรมเผาหนังสือครั้งแรกในเบอร์ลิน ก่อนกระจายไปทุกเมือง , ขวา : คืนเผาหนังสือในหนัง ลิเซิลถุูกบังคับให้เผาหนังสือ

ในหนัง

ฉากเผาหนังสือ เป็นฉากสำคัญของหนัง ลิเซิล รู้ดี้ และทุกคนในเมืองไปรวมตัวกันกลางจัตุรัสใหญ่ หนังสือกองมหึมาถูกเผาท่ามกลางเสียงโห่ร้องกึกก้องหลังจากนายกเทศมนตรีกล่าวสุนทรพจน์ สาระคือ ประณามวัฒนธรรมต่างชาติ และกระตุ้นความรู้สึกชาตินิยม ยุวชนคลั่งอุดมการณ์คนหนึ่งเอาหนังสือใส่มือลิเซิลกับรู้ดี้ บังคับให้เอาไปใส่ในกองไฟ

ในฉากนี้ เมื่อทุกคนออกไปแล้ว ลิเซิลแอบกลับมาหยิบหนังสือจากกองไฟไป ๑ เล่ม เป็นการ "ขโมย" หนังสือครั้งแรก

ในประวัติศาสตร์

ฮิตเลอร์เป็นคนชอบอ่านหนังสือ เขามีหนังสือในครอบครองมากถึง ๑๖,๐๐๐ เล่ม เขาเลือกอ่าน (มีร่องรอยการขีดเส้นใต้ และเขียนข้อความ) เฉพาะเล่มที่ความคิดตรงกับตัวเขาเอง อเมริกาเมื่อเข้ายึดเบอร์ลินได้ยึดเอาหนังสือไปเป็นสมบัติของตัวเอง ปัจจุบันมีหนังสือที่เคยอยู่ในห้องสมุดส่วนตัวของฮิตเลอร์ในห้องสมุดรัฐสภาสหรัฐ ๑,๒๐๐ เล่ม

ฮิตเลอร์กำหนดรายชื่อหนังสือต้องห้ามกว่า ๑๐,๐๐๐ รายการ สันนิบาตนักศึกษาเยอรมันเป็นผู้เสนอให้เผาหนังสือ และได้รับการสนับสนุนให้เป็นวาระแห่งชาติโดยจอมโฆษณาชวนเชื่อประจำพรรคคือ โยเซฟ เกิบเบลส์ (Paul Joseph Goebbels) การเผาหนังสือทำครั้งแรกเมื่อวันที่ ๑๐ พฤษภาคม ๑๙๓๓ ที่เบอร์ลิน และขยายไปทั่วเยอรมัน

ภาพ : http://www.sarakadee.com/2011/02/21/bookdestroy/

................................

คืนกระจกแตก (Night of Broken Glass)

เหตุการณ์คืนกระจกแตกสะท้อนความอาฆาตพยาบาทรุนแรงของฮิตเลอร์ที่กระทำต่อคนยิว

ภาพประวัติศาสตร์ การทำลายร้านของคนยิว เผาโบสถ์ยิว

ในหนัง

เวลากลางคืนทหารกลุ่มหนึ่งเข้าไปทุบกระจกร้านค้าที่เป็นของชาวยิว จับตัวชาวยิวออกไปจากบ้านของตน

ในประวัติศาสตร์

การทำลายร้านค้าชาวยิวเกิดขึ้นใน คืนวันที่ ๙ พฤศจิกายน ๑๙๓๘ มีที่มาจากเหตุการณ์ก่อนหน้า ๒ วัน ที่กรุงปารีส เด็กหนุ่มวัย ๑๗ ปีชื่อ แฮร์เชล กรินซ์พัน (Herschel Grynszpan เป็นยิวโปแลนด์ เขาเดินเข้าไปที่สถานทูตเยอรมัน ใช้ปืนยิง แอร์นสท์ ฟอม ราธ (Ernst vom Rath) เลขานุการสถานทูต เสียชีวิต แล้วประกาศว่า นี่คือการล้างแค้นแก่ชาวยิว หลังข่าวนี้ไปถึงฮิตเลอร์ คืนนั้นเองกองกำลังพายุ(SA)ในชุดเสื้อสีน้ำตาลได้เข้าทุบทำลายร้านค้าของชาวยิวทั่วประเทศ ๗,๕๐๐ แห่ง เผาโบสถ์ยิว ๒๖๗ หลัง จับกุมชาวยิวไปขัง ๒๕,๐๐๐ คน เป็นการแก้แค้นให้กับการเสียชีวิตของคนเยอรมันคนเดียว

.....................................

เจสสี โอเวนส์ : นักกรีฑาผิวดำคว้า ๔ เหรียญทองโอลิมปิกปี ๑๙๓๖ ที่เยอรมัน

ฮิตเลอร์เกลียดชังยิว และ คนเชื้อชาติอื่นที่ไม่ใช่อารยัน คนยิว สลาฟ และคนผิวดำเป็นคนชั้นต่ำในทรรศนะของฮิตเลอร์

ในหนัง

รูดี้ เพื่อนของลิเซิล ทาหน้าเป็นสีดำวิ่งแข่ง เขาบอกว่าเขาคือเจสสี โอเวนส์ รูดี้ถูกลากตัวไปส่งบ้าน พ่อของรูดี้จับตัวเขาไปอาบน้ำฟอกสีดำออกไปจากตัว

ในประวัติศาสตร์

ฮิตเลอร์ภูมิใจยิ่งนักที่ เยอรมันได้เป็นเจ้าภาพกีฬาโอลิมปิกปี ๑๙๓๖ สื่อต่างๆ ในเยอรมันลงพิมพ์ภาพและข้อความต่อต้านยิวและคนผิวดำอย่างเปิดเผย (ตามคำสั่งของฮิตเลอร์) จนชาติต่างๆ ประท้วงจึงหยุด ฮิตเลอร์และพลพรรคนาซีอับอายและเสียหน้ามากเมื่อ เจสสี โอเวนส์ (Jesse Owens) นักกรีฑาผิวดำชาวอเมริกาได้ ๔ เหรียญทอง เป็นฮีโร่ของโอลิมปิก และฮีโร่ของเด็กๆ ทั่วโลก รวมทั้งรูดี้(ในหนัง)

........................................

เอกสารอ้างอิง

นฤนารท พระปัญญา. Hitler's War : กำเนิด จุดจบ และโศกนาฏกรรมของฮิตเลอร์. กรุงเทพ : สยามปริทัศน์ , ๒๕๕๗.

พันทิวา. บังเกอร์สุดท้ายของฮิตเลอร์. กรุงเทพ : อนิเมทกรุ๊ป , ๒๕๕๗.

Adolf Hitler. Mein Kampf การต่อสู้ของข้าพเจ้า. พิมพ์ครั้งที่ ๘ (ศ.ป. ผู้แปล) . กรุงเทพ : สำนักพิมพ์โฆษิต , ๒๕๔๘.

Hugh Trevor-Roper. วาระสุดท้ายของฮิตเลอร์. (นภดล เวชสวัสดิ์ ผู้แปล). กรุงเทพ : สำนักพิมพ์มติชน , ๒๕๕๕.

John Cornwell. นักวิทยาศาสตร์ ของฮิตเลอร์. (นภดล เวชสวัสดิ์ ผู้แปล). กรุงเทพ : สำนักพิมพ์มติชน , ๒๕๕๔.

Timothy W. Ryback. ห้องสมุดลับของฮิตเลอร์ . (โรจนา นาเจริญ ผู้แปล). กรุงเทพ : สำนักพิมพ์มติชน ,๒๕๕๓.

.........................................

หมายเลขบันทึก: 587184เขียนเมื่อ 8 มีนาคม 2015 17:20 น. ()แก้ไขเมื่อ 8 มีนาคม 2015 22:17 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง


ความเห็น (20)

สาระหนักแน่นมากครับพี่ ;)...

สวัสดีค่ะ

ได้ชมภาพยนตร์เรื่องนี้ ชอบมาก ได้ข้อคิดมุมมองรายละเอียดจากบันทึกนี้เพิ่มเติม

ขอบคุณค่ะ :)

ขอบคุณอาจารย์ Wasawat Deemarn ที่ให้เกียรติอ่านบันทึกพี่ค่ะ

เป็นบันทึกที่ใช้เวลาเขียนนานเป็นสัปดาห์ พี่หมกมุ่นอยู่กับหนังสือฮิตเลอร์นาน ๓ เดือน หาหนังมาดูมากมาย ตั้งใจเขียนบันทึกไว้เป็นผลึกการอ่านของตัวเอง

ดีใจมากนะคะคุณ หยั่งราก ฝากใบ ที่ได้เจอคนชอบดูหนังใน G2K ค่ะ

และดีใจที่บันทึกนี้ได้เพิ่มเติมรายละเอียดให้คุณนะคะ

ดูหนัง กับ อ่านหนังสือ นี่คนละรสชาติ แต่ถ้าได้ทั้งดูหนังอ่านหนังสือนี่ทำให้ดูหนังได้ลึกซึ้งมากขึ้นค่ะ

สำหรับเรื่องนี้ ยังหาหนังสือมาอ่านไม่ได้ค่ะ

อิ่มเลยครับพี่นุ้ย ความรู้เต็มเปี่ยมครับ

แผ่นยังมีขายนะคะคุณ แสงแห่งความดี...

เชื่อว่าได้ดูแล้วจะชอบ

ขอบคุณค่ะน้อง nobita

เป็นบันทึกที่พี่ตั้งใจเขียนมากค่ะน้อง หวังว่าผู้อ่านจะได้ประโยชน์

สวัสดีครับคุณหมอพี่นุ้ย คอมเม้นท์นี้อาจไม่เกี่ยวกับภาพยนตร์นะครับ...เพียงนำคำตอบเกี่ยวกับเรื่องผักกูดมาฝากครับ...

ตอบคุณพี่หมอนุ้ยครับ ผักกูดปลูกง่ายมากครับ ก็อย่างที่เคยเขียนไว้ในบันทึกก่อนหน้านานมาแล้ว...คือเป็นผักครึ่งบกครึ่งน้ำ ชอบขึ้นอยู่ใกล้ๆ น้ำหรือลำห้วย หากเรานำมาปลูก ก็ปลูกไว้ในที่ๆ ใกล้น้ำหรือที่เราใช้น้ำบ่อยๆ เช่น ข้างบ่อน้ำตื้น หลังบ้านที่เทน้ำทิ้งหรือล้างถ้วยจาน หรือไม่ก็ตามข้างร่องระบายน้ำว่างๆ ก็ได้...

หากมีพื้นที่ว่างก็สามารถปลูกได้โดยในฤดูแล้งที่ฝนไม่ตก ก็ติดตั้งสปริงเกอร์พรม เป็นระยะๆ ก็ได้ หากอากาศหรือแสงแดดร้อนมาก ให้หาสแลนคลุมด้านบนไม่ให้ผักกูดถูกแสงแดดมากจนเกินไป หากขาดน้ำและถูกแสงแดดมากฝักอาจตายได้ เท่านี้ก็ไม่มีปัญหาอะไรแล้วครับ...

การปลูกก็ให้หาเหง้าหรือต้นของผักกูดที่เป็นกอๆ สักสองสามกอ หรือมากกว่าก็ได้ตัดใบออกให้หมด มาขุดหลุมกลบทิ้งไว้ ในบริเวณที่ต้องการ ต่อไปพอมันติดดีแล้ว จะขยายลำต้นทางรากไปเรื่อย ๆ มากขึ้น ๆ เองครับ...

หวังว่าคงพอเข้าใจนะครับผม...ข้างบ้านผมที่เป็นทางระบายน้ำผมก็ปลูกไว้หลายกอเช่นกันโดยปลูกคู่กับต้นบอนหวานครับ...

ขอบคุณที่สนใจนะครับ

ขอบคุณมากๆ ค่ะ "พี่หนาน"

จะลองปลูกค่ะ

ขอบคุณนะคะพี่ Dr. Ple ที่แวะมาอ่าน

ขอบคุณค่ะคุณ บินหลาดง ที่ให้กำลังใจ

เป็นหนังที่ลูกชายวัยสิบห้าปลาย ๆ ณ ตอนนั้นแนะนำให้พ่อและแม่ดู

แม่ดูแล้วคิด

เป็นหนังเด็กหรือเปล่า แปลกใจที่เด็ก(ของเรา)เป็นคนแนะนำให้ดู โดยเขาบอกว่า เขาอ่านหนังสือไปแล้วก่อนหน้า

เป็นหนังต้านนาซี ต้านสงคราม หรือเปล่า

...


ในส่วนของแม่ คิดเพียงว่า

เป็นหนังดี ในความโดดเดี่ยว อ้างว้าง ท่ามกลางความสับสน ยากลำบากและทุกข์ทน

ลีเซิลยังมีเพื่อน ทั้งพ่อ รูดี้ แม็กซ์และภรรยาท่านนายกเทศมนตรี

เหนืออื่นใด

เธอมี หนังสือ เป็นเพื่อน ซึ่งเป็นเพื่อนแท้และติดตัวเธอเสมอ


ขอบคุณบันทึกที่เปี่ยมข้อมูลเชิงอรรถค่ะคุณนุ้ย

หนังสือยังมีให้สั่งซื้อได้ทางอเมซอน นะคะ

เป้นหนังสือและหนังที่น่าสนใจมากเลยครับ

ขอบคุณที่แนะนำครับ

ลูกชายคงชอบดูหนังนะคะน้อง ภูสุภา ดีจริงๆที่แนะนำหนังเรื่องนี้

เป็นหนังที่ดูได้ทั้งครอบครัว สาระสำคัญคือคุณค่าของหนังสืิอจริงๆ ค่ะ

พี่ดูซ้ำได้หลายหน ไม่เบื่อ

ขอบคุณอีกครั้งที่แนะนำแหล่งซื้อหนังสือค่ะ

เป็นช่วงเวลาที่กำลังหลงไหลอ่านประวัติศาสตร์ช่วงสงครามโลกครั้งที่ ๒ พอดี จึงมีข้อมูลในหัวเยอะ

เป็นหนังดีมากๆ ค่ะน้อง ขจิต ฝอยทอง

ควรค่าแก่การหามาดูอย่างยิ่ง

น่าติดตามอีกเรื่องครับ...บรรยากาศเหมือนเรื่องนี้จังนะครับ

พี่ชอบทั้งสองเรื่องค่ะน้อง ทิมดาบ

แต่ชอบบันทึกลับแอนน์ แฟรงค์มากกว่านะคะ

เพิ่งชมจบไปเมื่อกี๊ค่ะ เลยต้องหาอ่านประวัติศาสตร์ ขอบคุณมากๆสำหรับสาระดีดีนะคะ

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี