การดูพระเนื้อผงปูนเปลือกหอย แบบง่ายๆ

หลักการและวิธีการเรียน ดูพระเนื้อผง ปูนเปลือกหอย

--------------------------------------------
ให้ใช้ หลัก 3+2 ที่เป็นหลักการเบื้องต้น ที่เริ่มง่าย หาง่าย ราคาถูก ใครๆก็ทำได้
โดย...... เริ่มที่ดูสีของผิวที่งอกใหม่จากเนื้อเดิมของเปลือกหอย
พกติดตัว นั่งมองและส่องจนชินตา กับสี ความนวล และความหลากหลายของผิวเปลือกหอยที่หลากสี หลากแบบ และหลากอายุพัฒนาการ
พอดูจนชินตาแล้ว ขอให้ลงรายละเอียดไปที่การพัฒนาการของปูนเปลือกหอย

1. ปูนสุก (ชื่อสมมติ ของปูน แคลเซียมไบคาร์บอนเนต) มีลักษณะเป็นฝุ่นละเอียด ขาวๆ นวลๆ เนียนๆ ที่ผิว และในร่องทุกร่อง

2. ปูนดิบ (ชื่อสมมติ ของปูน แคลเซียมคาร์บอนเนต) มีลักษณะเป็น เม็ดๆ ใสๆ ฉ่ำๆ บนสัน ทั้งในที่ต่ำ (มีน้อย) และที่สูง (มีมาก)

3. คราบน้ำมันจากเปลือกหอย สีเหลืองๆ อมน้ำตาล ฉ่ำๆ บนสัน รอบๆเม็ดปูนดิบ
นี่คือหลัก 3 ข้อแรก

เมื่อส่องไปนานๆ ท่านก็จะสังเกตว่าเปลือกหอยไม่เรียบ มีลักษณะเป็นริ้วเล็กๆ ที่เป็นหลักข้อที่ 4

4. ความเหี่ยวของผิวและเนื้อทุกชั้น

และส่องจนคุ้นตา จะเห็นรูพรุน เรียกว่า ความพรุน ที่เป็นหลักข้อที่ 5

5. ความพรุนของเนื้อปูนทุกชนิด รวมทั้งหิน ฟัน กระดูก เปลือกหอย ฯลฯ

ซึ่งเป็นที่มาของหลัก 3+2
เมื่อดูเป็นแล้ว ก็ควรใช้ความชินตาไปหาส่องพระตามตลาด หรือของเพื่อน หรือที่ตนเองมี
พอเจอลักษณะ คล้าย หรือ ใกล้เคียงกับ หลัก 3+2 ในเปลือกหอย
ทั้งรูปลักษณ์ไกลๆ และส่องใกล้ๆ ให้ลองไล่หลักการ 3+2
ถ้าผ่านอีก ให้นำมาวิพากษ์กันในกลุ่มเรียนรู้ "การดูพระแท้" ทำเช่นนี้ถ้าดวงดีๆ ท่านอาจจะเจอของแท้ประมาณไม่เกิน 10% เพราะพระเก๊เฉียบๆเขาก็จะเลียนแบบปูนเปลือกหอยแบบใกล้เคียงมากๆๆๆๆๆ
การเรียนแบบนี้จะไม่นาน ถ้าจับหลักที่ว่ามา ถ้าไม่จับหลัก นานแน่นอน
เมื่อได้หลัก 3+2 เป็นเบื้องต้นแล้ว ต่อไปก็เป็นหลัก 6

ก็คือ

6. การดูเม็ดมวลสารพุทธคุณ เม็ดทราย เม็ดแร่ เม็ดพระธาตุ ในหลัก 6 ข้อ คือ
6.1 นูน จากผิวที่กร่อนหายไป แต่ไม่เกินผิวเดิม
6.2 มน ด้านนอกมากกว่าด้านข้าง ทุกเม็ด
6.3 เหี่ยว ที่สันด้านที่มีรอยสัมผัส
6.4 ฉ่ำ รอบเม็ดจากการพอกของปูน และน้ำมัน (น้ำว่าน หรือ ตังอิ้ว)
6.5 นวล จากการพอกของปูนดิบและปูนสุก ข้างๆ และบนเม็ด
6.6 แพร่กระจายไปในเนื้อ โดยเฉพาะเม็ดแร่เหล็ก เม็ดก้อนลูกรัง (วงการเรียก แร่พระกำแพง)

และถ้าเป็นไปได้ ให้ใช้หลัก 7

7. การกร่อน และการงอกของมวลสารที่ไหลได้ ในพื้นที่ หรือ บริเวณเดียวกัน
เพราะพระที่มีอายุ มีความเก่า จะสึกกร่อนบนสัน และจุดสัมผัส และงอกตามรอยแผลกร่อนทุกองค์

ในการส่อง ควรมีแสงมากๆ ที่ต้องใช้เลนส์ 20x ขึ้นไป จึงจะเห็นได้ชัด
ถ้าจะให้มั่นใจยิ่งขึ้น ก็หลัก 8

8. พิจารณาส่วนประกอบของเนื้อมวลสารพื้นฐาน และพัฒนาการ ว่าสอดคล้องกันทั้งหมดไหม

มีอะไรที่ขัดแย้งกันหรือไม่ ที่ต้องอาศัยความเข้าใจมากพอสมควร ในหลักการพัฒนาการของมวลสารแต่ละชนิด จึงจะเข้าใจภาพรวมอีกที
ถ้าจะให้มั่นใจยิ่งขึ้น ก็ไปดูหลักข้อที่ 9 ที่เป็นหลักของพุทธศิลป์ เหมือนกับการจำหน้าคนได้

9. ดู พุทธศิลป์ ทั้งเอกลักษณ์ และ อัตลักษณ์ ของแต่ละแหล่ง แต่ละวัด แต่ละพิมพ์ ที่ต้องใช้ความจำค่อนข้างมาก ไม่แนะนำสำหรับท่านที่เริ่มหัดส่อง เพราะพระเก๊เขาทำได้ใกล้เคียงมากๆ

สิ่งที่อาจะง่ายสำหรับบางท่านก็คือหลักข้อที่ 10

10. ดูตำหนิ ที่ต้องอาศัยทั้งความจำ ความเคยชิน และความเข้าใจจึงจะไม่หลงกับตำหนิของพระเก๊

สำหรับท่านที่ชอบระบบสัมผัส และมีหรือเห็นตัวอย่างพระมากๆ ก็เข้ากับหลักข้อที่ 11

11. ระบบสัมผัส คือ น้ำหนัก และความนุ่มมือ รอบองค์ สัมผัสแล้วจะรู้สึกว่า เรียบ มน ไม่มีสะดุด หรือระคายมือ ของพระเนื้อปูนเปลือกหอย ที่ได้อายุ มีความเก่า

ที่พระเก๊ ก็พยายามทำ แต่ยังห่างไกล สำหรับคนที่ชินแล้ว ที่ต้องอาศัยความเคยชินมากๆ และเคยสัมผัสมามากๆ เท่านั้น
และไม่แนะนำสำหรับมือใหม่ๆ เพราะท่านอาจจะหลงไปกับของเก๊เฉียบได้โดยง่าย
ดังนั้น สำหรับมือใหม่ หัดส่อง ผมจึงขอแนะนำเฉพาะหลักเบื้องต้นก่อน 3+2 ที่ไหนก็มี ใครๆก็ทำได้

คนที่ทำไม่ได้ ก็แค่คนที่ยังไม่คิดจะทำเท่านั้น
55555555555555555555555555555555555555555555555555555555

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เรียนประวัติศาสตร์จากของเก่า



ความเห็น (3)

เขียนเมื่อ 

อ่านแล้วรู้สึกได้ถึงความ"เข้าถึง"ของอาจารย์นะคะ พอรู้จริง เขียนออกมาจึงดูเหมือนง่าย แต่เชื่อว่าถ้าลงมือดูจริงๆคงต้องใช้ประสบการณ์และความตั้งใจจริงถึงจะมีทักษะนะคะ

ครับผมก็คงประมาณนั้นแหละครับ

ภาพดูไม่ได้ครับอาจารย์