​ถึงเวลาทบทวนภารกิจ สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพหรือยัง??

ถึงเวลาทบทวนภารกิจ สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพหรือยัง??

สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ ก่อตั้งเมื่อ 25 มีนาคม พ.ศ. 2554 เป็นองค์กรมหาชนภายใต้การกำกับของรัฐ ซึ่งองค์กรนี้ เป็นองค์การที่มีสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เป็นผู้ผลักดันขึ้น ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๔๖ มี ดร.ชนะ กสิภาร์ อดีตอธิการบดี สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ เป็นผู้ริเริ่มนำมาเผยแพร่ หลังจากผ่านมาหลายรัฐบาล หน่วยงานของรัฐมีความเห็นต่างกัน โดยกระทรวงแรงงานแย้งว่า จะซ้ำซ้อนกับงานของกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ทำให้การก่อตั้งล่าช้าออกไปเป็น 10 ปี ในที่สุดรัฐบาลได้อนุมัติจัดตั้งให้เป็นหน่วยงาน ขึ้นตรงกับสำนักนายกรัฐมนตรี ไม่ขึ้นตรงกับสำนักงานอาชีวศึกษาหรือกระทรวงแรงงาน ป้องกันความขัดแย้ง และได้มีการจัดหน่วยงานนี้อย่างเป็นทางการขึ้นมา ผู้เขียนในฐานะที่เกี่ยวข้องกับการผลักดันการก่อตั้งหน่วยงานนี้คนหนึ่ง ต้องการนำเสนอแนวความคิดเบื้องหลังของการผลักดันให้มีหน่วยงานนี้ขึ้นมา เพื่อให้ผู้เกี่ยวข้องได้เข้าใจและดำเนินการตามวัตถุประสงค์ของผู้ก่อตั้ง ดังนี้

  • ดร. ชนะ กสิภาร์ ได้เรียนรู้ระบบคุณวุฒิวิชาชีพ (NVQ) ของประเทศอังกฤษและออสเตรเลีย จึงได้ประสานงานกับสถานทูตทั้งสอง ซึ่งให้ความช่วยเหลือหาวิทยากรมาเผยแพร่ความรู้ และจัดอบรมเชิงปฏิบัติให้ในสาขาค้าปลีก เป็นสาขาแรก และมีสาขาอื่นๆ ตาม
  • มีการจัดสัมมนาและจัดทำโครงการร่วมกับหลายสมาคมในเวลาต่อมา เช่น สมาคมสิ่งทอ ,พลาสติก , ยานยนต์ เป็นต้น โดยเฉพาะให้นักศึกษาปริญญาเอกของสถานบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า พระนครเหนือทำการวิจัยในสาขาต่างๆ จำนวนมาก
  • คณะที่ผลักดันจัดตั้งสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ ในขณะนั้นที่มี ดร. ชนะ เป็นประธาน โดยมีกรรมการสภาอุตสาหกรรมร่วมสนับสนุนอยู่ ได้เห็นว่า ในระยะผ่านมาการขาดแคลนกำลังแรงงานของภาคบริการและภาคอุตสาหกรรม ยังมีการขาดแคลนทั้งปริมาณและคุณภาพ ซึ่งการพัฒนากำลังคนของประเทศทางด้านแรงงานของทั้งกรมอาชีวศึกษาและกระทรวงแรงงาน ไม่สามารถตอบสนองความต้องการได้ จึงได้เสนอแนวคิดใหม่จากประเทศอังกฤษ ที่เรียกว่า NVQ (National Vocational Qualification)
  • แนวคิดนี้ หรือ Approach นี้ เกิดขึ้นในช่วงทศวรรษที่ 70 ของประเทศอังกฤษที่มีปัญหา ประเทศขาดความสามารถในการแข่งขัน การผลิตบุคลากรไม่ตรงกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรม จึงเกิดการเปลี่ยนแปลงขนาดใหญ่ในการพัฒนากำลังแรงงานของประเทศ ดังนี้
  1. ให้ฝ่ายอุตสาหกรรมหรือฝ่ายนายจ้างจัดตั้งองค์กรที่เรียกว่า SSC (Sector Skill Council) ของแต่ละอาชีพขึ้นมา เพื่อทำหน้าที่ในการกำหนดมาตรฐานอาชีพ (Occupational Standards)
  2. จากนั้นให้สถาบันการศึกษา หน่วยงานฝึกอบรม ทั้งของรัฐและเอกชน จัดทำหลักสูตรฐานสมรรถนะ (Competancy Based Training) ตามมาตรฐานที่กำหนดในแต่ละอาชีพ แล้วจัดการสอน เพื่อให้ได้คนตรงกับความต้องการของฝ่ายนายจ้าง
  3. ตั้งหน่วยงานขึ้นมา เพื่อกำหนดคุณวุฒิวิชาชีพต่างๆ ให้เป็นแนวทางเดียวกัน เรียกว่า QCA (Qualification and Corriculum Council) เพื่อไม่ให้เกิดคุณวุฒิต่างๆ จำนวนมากเช่นในอดีต ที่ทำให้เกิดความสับสนกับฝ่ายนายจ้าง
  4. มีการจัดลำดับสมรรถนะตามความสามารถ ออกเป็น 7 ระดับ ใช้ กับกลุ่มอาชีพ เพื่อให้เป็นแนวทางในการเทียบโอนกับระบบการศึกษาในระบบ และเปรียบเทียบกันของแต่ละกลุ่มอาชีพ
  5. ภายใต้แนวคิดนี้ เรียกคุณวุฒิวิชาชีพนี้ว่า Work Based Qualification ที่มุ่งเน้นให้คุณวุฒิกับผู้ที่ทำงานหรือพนักงานฝึกหัด โดยให้มีการสอนและการประเมินผู้เรียน (Candidate) ให้ยืดหยุ่นตามสถานการณ์

กล่าวโดยสรุป แนวคิด NVQ เป็นการเปลี่ยน Approach ในการพัฒนาแรงงานที่ให้ภาคอุตสาหกรรมเป็นผู้นำในการพัฒนาคน ตั้งแต่การจัดทำมาตรฐานการทำงาน การให้คุณวุฒิวิชาชีพ การประเมินผู้เรียน ตลอดจนการกำหนดนโยบายด้านพัฒนากำลังแรงงานเป็นสำคัญ โดยหวังว่า Approach ใหม่นี้ จะช่วยแก้ปัญหาการขาดแคลนแรงงานและผลิตบุคลากรได้ตรงความต้องการของการผลิต แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อมีการจัดตั้งสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพของไทยขึ้นมา ดูเหมือนองค์กรฯ นี้ดำเนินการผิดทิศทางที่ควรจะเป็นหลายประการดังนี้…

  • การจัดทำมาตรฐานอาชีพ ซึ่งเป็นพื้นฐานในการพัฒนากำลังแรงงานของประเทศ แทนที่จะให้สมาคมอาชีพเป็นผู้จัดทำ กลับให้มหาวิทยาลัยที่ใกล้ชิดและไม่มีความเชี่ยวชาญในสาขานั้นๆ เป็นผู้ดำเนินการ เช่น สาขาไอซีที , สาขาโลจิสติกส์ , สาขาบริการยานยนต์ เป็นต้น
  • ขาดยุทธศาสตร์ที่ชัดเจนในการพัฒนากำลังแรงงาน ไม่ได้มุ่งไปสาขาที่ต้องกำลังแรงงานจำนวนมาก เช่น สาขายานยนต์ , ก่อสร้าง , ประมง ฯลฯ แต่มุ่งไปสาขาที่มีกำลังแรงงานจำนวนน้อย ที่ไม่ได้เป็นสาขาหลักในการพัฒนาเศรษฐกิจ เช่น จัดทำดอกไม้ , บริการยานยนต์ , ทำผม ฯลฯ
  • การจัดตั้งหน่วยงานศูนย์ทดสอบสมรรถนะตามสถานศึกษาต่างๆ เป็นแนวทางที่ผิดพลาด สิ้นเปลือง เนื่องจากแนวทาง NVQ มุ่งจะประเมิน Candidate ในพื้นที่ทำงาน เพราะเป็นการประเมินที่มีประสิทธิภาพกว่าการประเมินโดยศูนย์ฯ ที่ไม่เหมือนการทำงานจริง (ในระยะยาวศูนย์ทดสอบ จะเป็นภาระงบประมาณ และมีความสิ้นเปลืองของอุปกรณ์รวดเร็ว ต้องใช้งบประมาณในการปรับปรุงอย่างมาก)
  • สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ ไม่ได้ดำเนินการสร้างความเข้มแข็งให้กลุ่มอาชีพในการพัฒนามาตรฐานวิชาชีพ และให้เข้ามามีบทบาทในการพัฒนาแรงงานแทนที่ หน่วยงานของรัฐ ตามแนวทาง NVQ ที่ผู้ก่อตั้งได้ตั้งเป้าหมายไว้ ซึ่งต้องเปลี่ยนจาก Supply Side ไปเป็น Demand Side
  • สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพของไทย ไม่ได้พยายามแก้ไขปัญหาการทำหน้าที่ซ้ำซ้อนกับกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ในเรื่องจัดทำมาตรฐานอาชีพ และการจัดอบรมในฐานะ Training Providers ทำให้การทำงานปัจจุบันยังไม่ชัดเจนว่า เป็นบทบาทหน้าที่หน่วยงานไหน

ข้อเสนอแนะ

  • สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพควรจะทำหน้าที่อำนวยการ (Facilitator) สนับสนุนให้หน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาบุคคลากร เข้ามามีส่วนร่วม ไม่ว่าจะเป็นสถาบันการศึกษา ศูนย์ฝึกอบรม ทั้งของภาครัฐและภาคเอกชน ตลอดจนกลุ่มอาชีพได้เข้ามามีส่วนร่วมในยุทธศาสตร์นี้ โดยมีภาคอุตสาหกรรมเป็นแกนนำในการกำหนดนโยบายการพัฒนาแรงงาน
  • สถาบันฯ ควรเปลี่ยนบทบาทจากผู้เล่นเป็นผู้สนับสนุนด้านการเงิน (Funding Agency) ให้กับองค์กรวิชาชีพ สถาบันฝึกอบรม และองค์กรที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ดำเนินการตามยุทธศาสตร์พัฒนากำลังคนของชาติ
  • สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ ต้องดำเนินการอย่างเร่งด่วนในการสร้างความเข้มแข็งให้กับกลุ่มอาชีพ เพื่อให้เป็นไปตามแนวทาง NVQ ที่ประสานให้กลุ่มอาชีพต่างๆ เป็นผู้เล่นหลักในการพัฒนากำลังแรงงานต่อไป

CBTthailand.com

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน การฝึกอบรมแบบสมรรถนะ



ความเห็น (0)