เปลี่ยนทางทุกข์ให้เป็นพลัง_สร้างคุณค่าในตัวเอง

Tamlom
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ

เปลี่ยนทางทุกข์ให้เป็นพลัง_สร้างคุณค่าในตัวเอง


เรื่องมันยาวนะ ถ้าทำใจอ่านได้ ก็อยากให้อ่าน และพินิจ พิจารณา ... เห็นด้วยหรือเห็นต่าง ย่อมกระตุ้นให้เกิดวิธีคิด อันหลากหลาย ที่เป็นประโยชน์ ... การพูดถึงแนวทางการดับทุกข์นั้น มันคงเป็นเรื่องน่าเบื่อสำหรับคนทุกข์ไม่มาก หรือคนปกติโดยทั่วไป แต่สำหรับคนที่มืดมนกับชีวิต อาจเป็นตัวช่วยสร้างเสริมกำลังใจได้ ... แต่ต้องเข้าใจโดยเบื้องต้นก่อนว่า ความสำเร็จของคนผู้หนึ่ง ไม่อาจใช้ได้ผลกับคนอีกผู้หนึ่ง ... แค่อยากให้ลองพิจารณา และปรับใช้ให้ถูกกับจริตของตน ไม่ใช่ยกมาใช้ทั้งดุ้น ... ก่อนอื่น ตอบคำถามนี้ให้ได้ก่อนครับ


รู้ไหมความทุกข์คืออะไร?
รู้ไหมทางดับทุกข์เป็นอย่างไร?


โดยส่วนใหญ่ฉันว่าทุกคนทราบ ... เกิดมาบนดินแดนแห่งพุทธศาสนา ย่อมเคยได้ยินเรื่องการดับทุกข์มาบ้าง ... มันก็คือการปล่อยวางนั่นเอง ครับพูดง่ายแต่ทำยาก ปุถุชนอย่างเราๆท่านๆ ใช้ชีวิตทางโลก จะปล่อยวางง่ายๆ ได้อย่างไร? ... จริงแล้วทำได้ครับ ... การปล่อยวางไม่ใช่การทิ้ง หรือการลืม แต่เป็นการอยู่ร่วมกับความทุกข์อย่างไม่ทุกข์ใจ ... ถ้าอยากจะดับความทุกข์นั้นจริงๆ


เชื่อไหม บางคนชอบความทุกข์นะ เช่น คนอกหักแล้วชอบฟังเพลงเศร้า มองภาพเก่าของเราและเธอ (แหะๆ) ... ย้ำคิดย้ำทำ ประชด หรือเรียกร้องให้โลกเห็นใจ ... ไม่แปลกครับ เป็นกันเกือบทุกคน ... แต่ถ้าทำแล้วมีความสุขบนความทุกข์ของตัวเอง ก็ไม่ต้องดับมันหรอกครับ ... ถือว่าเป็นความพึงใจอย่างหนึ่งในชีวิต


ที่ฉันอยากกล่าวถึง ก็คือ ความทุกข์ที่ทำให้ใครสักคนท้อถอย มองไม่เห็นทางเดิน หวาดกลัวกับอนาคต ... โลกใบนี้ไม่น่าอยู่อีกต่อไปแล้ว อยากตายเสียให้พ้นๆไป ... ฉันมีวิธีการ หากมีความต้องการที่จะกลับมาเข้มแข็ง ... เพื่อกลับมาใช้ชีวิตอย่างมีคุณค่า ตราบลมหายใจที่มีอยู่ ... นั่นคือคุณต้องปล่อยวาง อย่าจมปรักอยู่กับมัน ... ปุถุชน อย่างเราก็ทำได้ ไม่จำกัดว่าต้องเป็นนักบวชที่แสวงหาความหลุดพ้น หรือนิพพานหรอกครับ ... การปล่อยวาง มันคือวิถีพุทธ เพื่อให้มีชีวิตบนโลกโดยปกติ ... เริ่มกันเลย


1. อย่าเห็นแก่ตัว
อย่าทำเพื่อตัวเอง แต่จงยกระดับตัวเอง เพื่อตัวเราสามารถ ยังประโยชน์ แก่ผู้อื่น เช่น ญาติ มิตร และทุกชีวิตบนโลกใบนี้ ตามความสามารถเท่าที่เราทำได้ แล้วมันจะทำให้เกิดขุมพลังที่ยิ่งใหญ่ขึ้นในใจคุณ เพราะคุณพลีแล้ว ชีวิตนี้คุณไม่เอาอะไรอีกแล้ว ซึ่งมันจะเป็นการทำลายความกลัวในจิตใต้สำนึกของคุณ เช่น ความกลัวชีวิตตกต่ำ ความกลัวไม่เท่าเทียมคนอื่น ความกลัวสูญเสียสิ่งรัก และอื่นๆ ... แล้วคุณจะมีชีวิตอย่างกล้าหาญ ท่ามกลางความทุกข์ทั้งมวลอย่างไม่สะทกสะท้าน


2. มีเวลาศึกษาธรรมะบ้าง
ความเข้าใจในชีวิตอย่างถ่องแท้ จะทำให้เรามีทักษะการใช้ชีวิตที่ดี ... สามารถอยู่กับความไม่พึงพอใจต่างๆได้ ... เยือกเย็น ไม่ตีโพย ตีพาย ไปกับกระแสภายนอก ... ไม่เรียกร้องสิ่งใด ... จิตใจย่อมสงบ ... ร่มเย็น


3. ลำลึกถึงความตาย

เป็นการเผชิญหน้ากับความกลัว ... การลำลึกถึงความ เกิด แก่ เจ็บ ตาย อย่างสม่ำเสมอ สิ่งนี้จะช่วยให้เราปล่อยวางได้โดยง่าย ท่ามกลางกระแสของกิเลสตัญหา บนโลกมนุษย์


4. หาความรู้ใส่ตัว
ศึกษาหาความรู้ในวิชาชีพของตนอย่างสม่ำเสมอ ... ใจสู้อย่างเดียว ยกระดับตัวเองไม่ได้หรอกครับ ... รู้ในสิ่งที่ทำ ย่อมทำในสิ่งที่ควร เกิดความเชื่อมั่นในตัวเอง กล้าคิดกล้าทำ ... แต่ต้องควบคุมมันให้ดี เดี๋ยวกลายเป็นคนหลงตัวเอง


5. เล่นกับปัญหา
มองปัญหา เป็นแบบฝึกหัด เพื่อลับสมองให้แหลมคม ... มองอุปสรรค เป็นเครื่องออกกำลังให้แก่จิตใจ ... สมองที่เฉียบคมบวกกับจิตใจที่เข้มแข็ง ... ย่อมต่อกรกับอุปสรรคปัญหาทั้งปวงได้
การต่อกรกับปัญหา
(1) หาทางแก้ไข
(2) เฉยๆ ปล่อยให้มันผ่านไป
(3) หนี ทางกลับคือทางเดินต่อ


เรียงลำดับให้ถูกนะครับ ... อย่าหนีก่อนสู้เสียหล่ะ ... ถึงที่สุดแล้วพบว่าเป็นทางตัน ค่อยใช้สุดยอดกลยุทธ์บทที่ 13 ในตำราพิชัยสงครามซุนวู (หนี) ... บ้างเปรียบเป็นรู้จักยอม ลดละ ก็ตามแต่วิสัยทัศน์ ไม่ต้องวิ่งหนีก็ได้


6. ไร้สาระบ้าง
คนเราล้วนมีเวลาไร้สาระ แต่ไม่ควรเอาเวลาส่วนใหญ่ไปกับสิ่งนั้น ... เดินทาง พักผ่อน ท่องเที่ยว เล่นเฟส ... เพื่อเติมพลังให้ชีวิต


7. กลับไปข้อ 1
จงมีชีวิตอย่างมีคุณค่า ... ยังประโยชน์แก่ผู้อื่นและเพื่อนมนุษย์ ... ตราบลมหายใจ


@ตามลม หายใจ (อานาปะณะสติ)

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ตามลมหายใจ



ความเห็น (0)