วันที่สิบหก- หลักสูตรเข้มข้น

วันที่สิบหก- หลักสูตรเข้มข้น

วันจันทร์ที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

วันนี้ตามแผนคือ เดินทางไปส่ง อาหารสุขภาพฝีมือครู ตามที่ครูมอบหมาย ตามโครงการ "ต้นกล้าศีลธรรมฯ และเดินทางไปนนทบุรี ติดตามครูไปเรียนรู้บทบาทการขับเคลื่อน R2R ของกรมอนามัย ลึก ๆ คาดหวังว่า เรียนรู้จากที่นี่ แล้วจะเอาไปปรับใช้กับกรมวิทย์ฯบ้าง

พอไปอาหารสุขภาพ ก็เอาชุดของแม่นางไปวางไว้ที่ป้อมยาม แล้วก็เอาชุดของพี่เภสัชฯแคทไปส่งที่ห้องยา แค่ยิ้มทักทายนิดหน่อยเสร็จงาน หนูก็มา แท้ที่จริงในภารกิจ มีอะไร ๆ ให้เรียนรู้ และทำได้อีกมาก เป็นโอกาสที่พลาด ไปหลายเสต็บ มาทราบทีหลัง เมื่อครูเฉลยแล้ว พึ่งมาทราบอีกทีว่า พี่แคทเป็นรุ่นพี่เภสัชฯห่างกันแค่ 2 รุ่นจบ มข. เหมือนกัน ครานี้ จ๋อยเลย แต่ก็บอกตนเอง เอาใหม่
พอออกเดินทาง ครู ก็มักจะเมตตาสอนหลักสูตรเข้มข้น เช็คสติหนูเป็นระยะ ๆ กับคำถาม "ฝึกปัญญา"
ครูเคยย้ำว่า "ถ้าผ่านได้ วิธีนี้เร็ว ได้ปัญญาเร็ว"

ซึ่งที่ผ่านมาครูก็เมตตาให้โอกาส และใช้วิธีนี้ หากผ่านได้หนูจะเห็นผลกับตนเอง
จากเทศน์ของหลวงปู่ที่ลานธรรมเมื่อเช้า เรื่องความกตัญญูของพระสารีบุตร ที่พราหมณ์ราทะเคยใส่บาตรทัพพีเดียวท่านก็ระลึกถึงพระคุณ และก็เป็นอุปัชฌาย์บวชให้ และพอได้บวชแล้ว พระราทะแม้บวชเมื่อแก่ก็เป็นผู้ว่าง่ายสอนง่าย ปฏิบัติตามครูบาอาจารย์ แนะนำจน บรรลุอรหันต์
ใจหนูก็มีเสียงว่า

"อยากเป็นผู้ว่าง่ายบ้างจัง"

ซึ่งครูก็ จัดให้ สอน ย้ำ ทดสอบ เตือนสติ ทำแบบนี้ หมดวน แบบไม่ซ้ำกลยุทธ์ เพื่อให้หนูได้ฝึก ได้เห็นกิเลส เห็นใจตนเอง ให้รู้ กตัญญูและมุฑิตา แต่สุดท้ายสรุปว่า "หนูยังไม่ผ่าน ยังไม่เข้าถึงความเป็นผู้ว่าง่าย และยังไม่เข้าใจคำว่า

"กตัญญูและมุฑิตา"

พอมาถึงดอนเมือง ผู้จัดก็มีรับ ใช้เวลาไม่นาน ก็ถึงที่พัก เข้าที่พัก หนูก็ทบทวนตนเอง ถึงคำว่า "กตัญญู"

แล้วคำที่ครูสอน ก็ดังขึ้นมา ให้หัด เชื่อ พ่อ แม่ ครูบาอาจารย์

นึกถึง แม่และน้า โทรมาหาตั้งแต่เช้า อยากจะมาเยี่ยมน้องที่ประสบอุบัติเหตุ ตอนนี้ท่อนล่างยังไม่รู้สึก พึ่งย้ายเข้ามารอผ่าตัดที่ รพ.ภูมิพล แม่และน้ากำลังวางแผนจะนั่งรถ หรือ นั่งเครื่องบิน ให้หนูช่วยเช็ค แต่กว่าจะลงมือเช็คก็ดึกละ นั่งเครื่องน่าจะเหมาะ ไปกลับไม่เกินคนละสองพัน แล้วทั้งสองท่านก็ไม่เหนื่อย และแม่ก็อยากให้หนูเป็นตัวแทนไปเยี่ยมน้องเพราะก็ไม่ไกลมาก
สารภาพค่ะว่า "ยังโอ้เอ้"

ถามตนเองใหม่ ธรรมะที่ครูเมตตาสอน ไม่ซึ้งลงไปในใจเลยเหรอ กตัญญูคือ คำสอนพ่อ แม่ครูบาอาจารย์ แนบใจแล้วนำไปปฏิบัติ ทุกข์ของตนเองเก็บไว้ เช็คข้อมูลใหม่ แล้วบอกตนเองว่า "เอาน่า ลองดู ไม่มีอะไรเกินความสามารถ"

แล้วพอไปเยี่ยมก็ รู้สึกได้ว่า น้องและน้าหนิง เข้มแข็งมาก ๆ พร้อมเผชิญทุกอย่าง เหมือนได้กำลังใจจากคนไข้มากกว่า ไปให้กำลังใจคนไข้เสียอีก ระหว่างนั้นก็โทรให้แม่และน้าได้คุยกับน้อง และน้าหนิง ซึ่งก็เต็มที่กับตนเอง แล้วก็กลับระลึกทบทวนถึงคำว่า


"กตัญญู คือ ลงมือทำในสิ่งที่พ่อ แม่ครูบาอาจารย์ชี้ แล้วใจเป็นยังไง ครั้งนี้หนูเต็มที่ กับใจตนเองค่ะ ถ้าแม่ไม่บอให้มา ถ้าครูไม่เมตตาชี้ หนูคงไม่มีโอกาสได้สัมผัส ความรักของพ่อ ที่พร้อมจะทำทุกสิ่งอย่าง เพื่อลูก เพื่อความสุขของลูก น้องขยับท่อนล่างไม่ได้เลย น้องหนิง ทำทุกอย่างให้ คือ ที่สุดแล้วของความเป็น "สุดยอดคุณพ่อ" ไม่ว่าลูกจะอายุเท่าไหร่ พ่อพร้อมเสมอที่จะทำทุกอย่างให้
หนูถามตนเองแล้วลูกแบบหนูหล่ะ ทำอะไรให้พ่อแม่ รึยัง

ทวนซ้ำสอนตนเองว่า
ถ้าไม่ใช้แม่บอกให้ไปเยี่ยมน้อง ครูไม่ย้ำเตือนเรื่อง กตัญญูและมุฑิตา หนูหมดโอกาสที่จะได้ไปเยี่ยมน้องเลย มากไปกว่านั้นถ้าไม่ได้ติดตามครูมา ก็ยิ่งหมดโอกาสเข้าไปใหญ่

เป็นคำถามที่ย้อนทวน กับอีกหลาย ๆ โจทย์ที่ครูเมตตาย้ำว่า "หนูยังไม่ได้ทำ"
ตลอดการเดินทางเรียนรู้กับครู "คือ จังหวะ ก้าวกระโดดของการสั่งสมกุศล และความเข้าใจในสิ่งต่าง"
แต่ความสามารถของหนูจัดว่า "กระจอกมาก"

แต่รู้อะไรไหมค่ะ แม้การเรียนรู้หนูจะช้ามาก แต่ระลึกกับตนเองเสมอว่า "ถึงจะช้า แต่ว่าไม่เลิก ก็ยังมีโอกาสจะเข้าใจนะ"

และการได้ไปเยี่ยมน้องหนูได้เรียนรู้ว่า "ชีวิตมันสั้น โชคดีที่สุดแล้ว ที่เรายังมีลมหายใจ ให้ได้เรียนรู้และแก้ไข"
ประทับใจ ความเมตตาของครูที่ไม่เคยหยุด ให้โอกาสหนู ประทับใจความรักของน้าหนิงที่ส่งผ่านถึงน้องให้ได้สัมผัส คือ ที่สุดของความดีงามในวันนี้ที่ได้เรียนรู้ค่ะ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เรียนรู้ชีวิต



ความเห็น (0)