ครูเพ็ญศรี กานุมาร : การพัฒนาทักษะการเรียนรู้โดยใช้โครงงานบนฐานบริบทโรงเรียน (๒)


อ่านบันทึกที่ (๑) ได้ ที่นี่

"การจัดการเรียนรู้แบบโครงงานบนฐานปัญหาโรงเรียน" ที่โรงเรียนนาสีนวนพิทยาสรรค์ ยิ่งทำให้มั่นใจมากขึ้นว่า หลักคิดในการจัดการเรียนรู้ในศตวรรษที่ ๒๑ แบบ ๓PBL นั้น "ถูกทาง" สร้างการเปลี่ยนแปลงได้จริง ครูทำได้จริงๆ เพียงแต่ต้อง "ทำจริงจัง" "ต่อเนื่อง" และมีกระบวนการ "ฝึกกก"

ประโยชน์ของการเรียนรู้แบบโครงงาน/โครงการ (Project-based Learning) คือ ทักษะการทำงาน เช่น การวางแผน ทักษะการลงมือทำ การประเมินความสำเร็จ ฯลฯ และในขณะที่ทำโครงงาน/โครงการ ย่อมต้องเจอปัญหาให้ต้องแก้ไขอยู่ตลอด การเรียนรู้ผ่านการแก้ปัญหานี้เรียกได้ว่า (Problem-based Learning) ซึ่งจะช่วยยกระดับพัฒนาการด้านการคิดขั้นสูง หากมีกระบวนการฝึกฝนที่ถูกต้อง กล่าวโดยสรุปก็คือ

  • การเรียนรู้โดยการแก้ปัญหา จะช่วย พัฒนาทักษะการคิด เพราะได้ "ฝึกคิดแก้ปัญหา" เป้าหมายคือ "คิดเป็น"
  • การเรียนรู้่โดยการทำโครงงานหรือโครงการ จะช่วย พัฒนาทักษะการทำงาน เพราะได้ "ฝึกคิดงานและทำงาน" เป้าหมายคือ "ทำเป็น"

การจัดการเรียนรู้ของครูเพ็ญศรี กานุมาร กับคณะ ที่โรงเรียนนาสีนวนพิทยาสรรค์ ทำให้นักเรียนได้เรียนรู้ด้วยวิธีการทั้งสองนี้อย่างต่อเนื่อง เพราะแหล่งเรียนรู้อยู่ภายในโรงเรียน และทุกอย่างส่งเสริมสอดคล้องกันในบริบทโรงเรียน


๓) การจัดการเรียนรู้แบบโครงงาน

การเรียนรู้แบบโครงงานใน SC-PBL ที่โรงเรียนนาสีนวนฯ เน้นกระบวนการ "ฝึกคิด" "ฝึกทำ" และ"ฝึกเรียนรู้ด้วยตนเอง" ครบถ้วน เป็นขั้นตอน ตามโมเดล ๓PBL อย่างที่ครูเพ็ญกล่าวถึงข้างต้น


๑PBL (Pattern-based Learning)

  • ฝึกทักษะการคิดเบื้องต้น จนนักเรียนเกิดความมั่นใจ สนุก มีความสุขกับการเรียน ด้วยการลงพื้นที่ป่าสมุนไพรในโรงเรียนอย่างต่อเนื่อง สัปดาห์ละ ๓ ชั่วโมง ดังที่ได้กล่าวถึงรายละเอียดแล้วในขั้นสำรวจ (Exploring)
  • ในขั้นนี้ ครูเป็นผู้ออกแบบกิจกรรม และฟอร์มการบันทึกข้อมูล กำหนดกิจกรรมอย่างละเอียดใด้นักเรียนต้องเก็บข้อมูลด้วยการจดบันทึก วาดภาพ ถ่ายภาพ ฯลฯ
  • หลังการเก็บข้อมูล ครูออกแบบกิจกรรม และตั้งคำถาม ให้นักเรียนได้ระดมสมอง จัดหมวดหมู่ จัดทำแผนผังความคิด สืบค้น และสร้างสื่อเพื่อนำเสนอแลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน

๒PBL (Project-based Learning)

ในช่วงแรกของการทำโครงงาน กระบวนการที่นำมาใช้เป็นลักษณะการ "พาทำ" โดยใช้กระบวนการอย่างมีส่วนร่วมระหว่างครู นักเรียน และปราชญ์หมอยา บทบาทแบบนี้ต้องมีใครที่ออกแบบและ "นำกิจกรรม" ภาษาจัดการความรู้เรียกบทบาทนี้ว่า "อำนวยการเรียนรู้" ผู้ทำบทบาทนี้เราเรียกเขาว่า "ครูฟา" (Facilitator)


(ขอบคุณรูปจากครูเพ็ญศรี)

กระบวนการทำโครงงานในขั้นนี้ อาจเรียกว่า เป็นการทำ "โครงการ" เพราะทั้งครูและปราชญ์หมอยา เข้าไปเป็นทั้งที่ปรึกษา ให้ความรู้ และคอยดูแลแนะนำตั้งแต่ ๑) ร่างเค้าโครงงาน ๒) ทำโครงงาน และ ๓) จัดกิจกรรมให้นำเสนอผลงาน

ครูเพ็ญบอกว่า นักเรียนทำโครงงานสมุนไพร (สิงหาคม 2555 – มกราคม 2556)โดยอาศัยความร่วมมือจากครอบครัว ครู ปราชญ์หมอยา โรงพยาบาลและชุมชน อาจารย์จากมหาวิทยาลัยมหาสารคาม และมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม ระหว่างที่นักเรียนทำโครงงานครูต้องทำหน้าที่เป็นเพื่อน ผู้แนะนำ ผู้อำนวยความสะดวกโดยมีการกำกับติดตามและให้ข้อมูลย้อนกลับกับนักเรียนในการพัฒนางานของนักเรียน ตัวอย่างของโครงงานที่นักเรียนทำได้แก่ น้ำยาล้างห้องน้ำสมุนไพร ครีมพอกหน้าจากขี้เหล็ก น้ำคลอโรฟิลล์จากพืชสมุนไพร ดอกไม้จากใบไม้ ยารักษาแผลจากขนุน ทางเดินภาพพิมพ์บนลายใบไม้เป็นต้น





(ขอบคุณรูปจากครูเพ็ญศรีครับ)

ผมตีความว่า การ "พาทำ" ในขั้นตอนนี้ ทำให้เกิดทักษะสำคัญและความผูกพันกับปราชญ์หมอยา แบบที่จะหาไม่ได้ในการจัดการเรียนรู้ตามกระแส(เรียนสอบ) แบบในเมืองแล้ว นอกจากจะบรรลุเป้าประสงค์ของ ๒PBL คือ "ทำเป็น" แล้ว ความภาคภูมิใจในชุมชนท้องถิ่นโรงเรียนตน ยังเป็นผลลัพ์ที่ทรงคุณค่ายิ่ง


๓PBL (Problem-based Learning)

จากเดิมเมื่อมีปัญหา นักเรียนสามารถสอบถามครูหรือปราชย์หมอยา ซึ่งคอยให้คำปรึกษาได้ทันที แต่ในขั้นตอนนี้ ครูเพ็ญศรีและทีม จะถอยออกมา ให้นักเรียนได้ตั้งปัญหา คิดหาวิธีแก้ และลงมือทำโครงงานต่างๆ ด้วยตนเอง


บันทึกต่อไปมาดูวิธี Show & Share และวิธีการเผยแพร่ที่ไม่ธรรมดาของครูเพ็ญศรี และทีมครับ ..

หมายเลขบันทึก: 585893เขียนเมื่อ 12 กุมภาพันธ์ 2015 22:19 น. ()แก้ไขเมื่อ 13 กุมภาพันธ์ 2015 03:35 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง


ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี