​นำฮอยสิมอีสาน : นำฮอย ๑๕๐ ปีเมืองมหาสารคาม (๑ คณะ ๑ ศิลปวัฒนธรรม)

เนื่องในวาระนำฮอย ๑๕๐ ปีเมืองมหาสารคาม โครงการ "ศึกษาและสำรวจสถาปัตยกรรมสิมอีสานกับความสัมพันธ์ด้านบริบทและวิถีชีวิตชุมชนจังหวัดมหาสารคาม" เป็นงานวิชาการอีกชิ้นหนึ่ง ที่ตอบโจทย์เนื่องในวาระ ๑๕๐ ปีเมืองมหาสารคาม ซึ่งดำเนินการโดยคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ฯ มีอาจารย์เมธี พิริยกานนท์ ทำหน้าที่เป็นหัวหน้าโครงการ

โครงการดังกล่าว เป็นภารกิจการทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรมของมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ภายใต้นโยบายเชิงรุก "๑ คณะ ๑ ศิลปวัฒนธรรม" ประกอบด้วยวัตถุประสงค์หลัก ๓ ประการ คือ

  • (๑) ศึกษา และสำรวจข้อมูลด้านสถาปัตยกรรมของสิม
  • (๒) ศึกษาความสัมพันธ์ของสถาปัตยกรรมสิมอีสานกับสภาพแวดล้อม บริบทของพื้นที่
  • (๓) ศึกษาความสัมพันธ์ของสถาปัตยกรรมสิมอีสานกับสังคมและวัฒนธรรมของวิถีชุมชน


เบื้องต้นคณะทำงานได้ศึกษาค้นคว้าองค์ความรู้ไว้อย่างหลากหลาย เป็นต้นว่า ภาพรวมของประวัติศาสตร์และสภาพทั่วไปของจังหวัดมหาสารคาม ประเภทของสิมอีสาน (คามสีมา : สิมที่สร้างในชุมชน อัพภันตรสีมา : สิมที่สร้างในป่า อุทกกเขปสีม : สิมที่สร้างในน้ำ) บทบาทของสิม (ทำอุโบสถกรรมตามพระวินัย ทำวัตรเช้า-เย็น อุปสมบท สวดผ้ากฐิน ทำสังฆกรรม ปริวาสกรรม ปวารณา) องค์ประกอบการตกแต่งสิม (ฮังผึ้ง ช่อฟ้า แอวชัน คันทวย บันได หน้าบัน เชิงชาย หางหงส์ ฮูปแต้ม) ดำเนินการผ่านกระบวนการสำคัญๆ เช่น

  • ศึกษาข้อมูลทุติยภูมิ (Secondary Data) ผ่านเอกสาร แผนที่ ไฟล์ดิจิทัล
  • รวบรวมข้อมูลปฐมภูมิ (Primary Data) ผ่านการสำรวจด้วยสายตา (Visual Survey) สัมภาษณ์รายบุคคล สัมภาษณ์กลุ่ม แจกแบบสอบถาม


การศึกษาครั้งนี้ครอบคุลมสิมในจังหวัดมหาสารคาม จำนวน ๑๘ แห่ง ได้แก่อำเภอเมือง อำเภอนาดูน อำเภอเชียงยืน อำเภอโกสุมพิสัย อำเภอบรบือ อำเภอกันทรวิชัย พบสิมที่มีอายุ ๖๑-๘๐ ปีมีจำนวน ๕ สิม สิมอายุระหว่าง ๘๑-๑๐๐ ปี จำนวน ๔ สิม และสิมอายุมากกว่า ๑๐๐ ปี จำนวน ๕ สิม รวมถึงที่ยังไม่สามารถระบุอายุของสิมได้อีกจำนวน ๔ สิม ดังเช่นตัวอย่างต่อไปนี้

  • ๑.สิมวัดโพธิ์ธาราม (บ้านดงบัง ต.ดงบัง อ.นาดูน) เป็นสิมบกแบบทึบ มีอายุ ๑๐๖ ปี สร้างเมื่อปี พ.ศ.๒๔๕๑ โดยช่างพื้นบ้านชาวญวนจากเวียดนาม มีพระครูจันดี เป็นผู้ควบคุมการก่อสร้าง และชาวบ้าน(นายสิงห์ วงศ์วาด) เป็นคนวาดภาพฝาผนังโดยใช้สีฝุ่นจากเปลือกไม้ ปัจจุบันยังคงใช้ประโยชน์ตามครรลองของศาสนา
  • ๒.สิมวัดโพธารมณ์ (บ้านโกทา ต.พระธาตุ อ.นาดูน) เป็นสิมบกแบบทึบ มีสภาพที่ทรุดโทรม แต่ยังคงสภาพดั้งเดิมอย่างน่าสนใจ และเนื่องจากปัจจุบันมีสิมหลังใหม่แล้ว สิมหลังเก่าจึงถูกใช้ประโยชน์เป็นสถานที่เก็บสิ่งของต่างๆ
  • ๓.สิมวัดหงษาราม (บ้านนาหาด ต.พระธาตุ อ.นาดูน) เป็นสิมบกแบบทึบ ปัจจุบันใช้สิมสำหรับพิธีการอุปสมบทและบรรพชา เป็นให้เข้าเยี่ยมชมเป็นครั้งคราวในเทศกาลทางศาสนา ออกแบบและก่อสร้างโดยช่างพื้นบ้าน ใช้ไม้เป็นวัสดุ ๙๐ %


๔.สิมวัดโพธิ์ศรี (บ้านเชียงเหียน ต.เขวา อ.เมือง) เป็นสิมบกแบบทึบ เป็นสถาปัตยกรรมแบบญวน มีอายุ ๙๐ ปี (ก่อสร้างเมื่อปี พ.ศ.๒๔๖๗) มีการแตกแต่งเพื่อความสวยงามโดยเพิ่มรายละเอียดอันเป็นองค์ประกอบของสถาปัตยกรรม เช่น แอวชัน โหง่ ลำยอง หางหงส์ บันได

๕.สิมวัดเชียงยืน (ต.เชียงยืน อ.เชียงยืน) เป็นสิมบกแบบทึบ มีปีกนกกับรูปแบบหลังคาช้อนชั้น เป็นสถาปัตยกรรมแบบญวน โดยสิมมีอายุ ๗๖ ปี (สร้างปี พ.ศ.๒๔๘๑) ปัจจุบันไม่มีการใช้ทางสังฆกรรม แต่ใช้เป็นสถานที่เก็บของและพระพุทธรูปเก่า

๖.วัดกลางโกสุม (ต.หัวขวาง อ.โกสุมพิสัย) เป็นสิมบกแบบทึบ มีทางเดินรอบตัวสิม มีปีกนกกับและเป็นสถาปัตยกรรมแบบญวน มีอายุราวๆ ๗๗-๘๗ ปี ปัจจุบันมีความทรุดโทรมเนื่องจากไม่มีการใช้งาน มีการปรับปรุงเพิ่มเติมในส่วนของหลังคาและเทพื้นทั้งด้านนอกและด้านใน




๗.วัดทองนพคุณ (ต.ปะหลาน อ.พยัคฆภูมิพิสัย) เป็นสิมบกแบบทึบ มีหลังคาแบบช้อนชั้น และเป็นสถาปัตยกรรมแบบญวน อายุ ๑๐๙ ปี สร้างเมื่อปี พ.ศ.๒๔๔๘ ปัจจุบันยังคงใช้ประโยชน์ในพิธีอุปสมบทและบรรพชา และบูรณะล่าสุดเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๕๖

๘.สิมวัดยางทวงวราราม (บ้านยาง ต.บ้านยาง อ.บรบือ) เป็นสิมบกแบบทึบ มีรูปหลังคาแบบช้อนชั้น มีปีกนกรอบตัวสิม ปัจจุบันยังคงใช้สิมในการบวช และพุทธาภิเษกต่างๆ มีการเพิมเติมรายองค์ประกอบด้านสถาปัตยกรรม เช่น แอวขัน บันไดทางขึ้น ฮูปแต้ม เชิงชาย

๙.วัดสุวรรณาวาส (ต.โคกพระ อ.กันทรวิชัย) เป็นสิมบกแบบทึบ มีรูปหลังคาแบบช้อนชั้น มีอายุ ๑๑๗ ปี (สร้างเมื่อปี พ.ศ.๒๔๔๐) สร้างโดยช่างญวน ปัจจุบันมีความสมบูรณ์ปานกลางและบูรณะล่าสุดเมื่อปี พ.ศ.๒๕๔๗




นี่คือภาพรวมโดยสังเขปอันเป็นผลพวงของการ "เรียนรู้คู่บริการ" ผ่านภารกิจมหาวิทยาลัยมหาสารคามในชื่อ "๑ คณะ ๑ ศิลปวัฒนธรรม" เนื่องในวาระ ๑๕๐ ปีเมืองมหาสารคามที่พยายามเชื่อมโยงให้เห็นถึงความหาญกล้าของการปฏิรูปการเรียนการสอนโดยใช้ชุมชนเป็นฐานตามหลักคิด "ชุมชนคือ"คลังความรู้" ซึ่งช่วยให้นิสิตและอาจารย์ ได้เรียนรู้และสัมผัสจริงกับความเป็นสถาปัตยกรรมของ "สิมอีสาน" ทำให้เกิดการตกผลึกในศาสตร์ที่เล่าเรียนผ่านการ "เรียนรู้ด้วยการลงมือทำในสถานการณ์จริง" รวมถึงการได้เห็นมิติความสัมพันธ์ระหว่าง "สิม" กับ "พระพุทธศาสนา" ที่สนิทแน่นและเป็นหนึ่งเดียวกัน เพราะสิม คือคำที่กร่อนเสียงมาจากคำว่า "สีมา" ซึ่งหมายถึงสถานที่ หรืออาณาเขตที่ถูกกำหนดขึ้นมาเพื่อใช้ประกอบกิจกรรมในทางศาสนา

เช่นเดียวกับการจุดประกายอีกครั้งเพื่อนำไปสู่การเรียนรู้เรื่อง "บทบาทและสถานะของสิม" ที่มีต่อสังคมและชุมชน ผูกโยงไปยังกระบวนการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมกับชุมชนในประเด็นสภาพการณ์ปัจจุบันของมรดกทางวัฒนธรรมของชุมชน เพื่อนำไปสู่การสร้างความตระหนักรู้ในมิติการ "อนุรักษ์และสืบสาน" ให้คงอยู่คู่กับชุมชนให้ยาวนานและมีพลังที่สุดเท่าที่จะพึงกระทำได้


หมายเหตุ : ภาพโดยคณาจารย์คณะสถาปัตยกรรมศาสตร๋

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน pandin



ความเห็น (4)

เขียนเมื่อ 

ขอบคุณมากค่ะอาจารย์ที่นำเสนอข้อมูลให้ได้ศึกษา

ทำไมผมรู้สึกถึงชีวิตใจรูปภาพเหล่านี้นะ หรือว่าคิดไปเอง

เขียนเมื่อ 

ขอบคุณเช่นกันครับ คุณ อร วรรณดา

สิ่งเหล่านี้ คือมรดกวัฒนธรรม คือสิ่งอันเป็นสายธารชีวิต ชาติพันธุ์....หรืออัตลักษณ์ของเราเองครับ ผมสกัดมาสั้นๆ จากการงานของคณะทำงาน... แต่เคยได้ลงพื้นที่จริงในบางแห่งมาแล้ว...น่าสนใจมากๆ ครับ

เขียนเมื่อ 

ใช่ครับ คุณบุญญฤทธิ์ ผอนวล

มีชีวิตในนั้นจริงๆ ครับ
แม้บางแห่งจะถูกละข้าม ปล่อยวางไม่ใช้ประโยชน์
แต่ยังมีลมหายใจ ครับ
การขยับเข้าไปศึกษาของคณะทำงาน อาจหมายถึงการปลุกให้ลมหายใจเหล่านั้นสั่นไหวดังขึ้นบ้างกระมังครับ