ครั้งหนึ่งหลวงปู่เคยบอกว่า การอยากรู้เรื่องนิพพานก็เหมือนปลาถามเต่า มรรค ผล นิพพาน เป็นสิ่งปัจจัตตัง คือ รู้เห็นได้จำเพาะตนโดยแท้ ผู้ใดปฏิบัติเข้าถึง ผู้นั้นเห็นเอง แจ่มแจ้งเอง หมดสงสัยในพระศาสนาได้โดยสิ้นเชิง มิฉะนั้นแล้วจะต้องเดาเอาอยู่ร่ำไป แม้จะมีผู้สามารถอธิบายให้ลึกซึ้งอย่างไร ก็รู้ได้แบบเดา สิ่งใดยังเดาอยู่ สิ่งนั้นก็ยังไม่แน่นอน แล้วหลวงปู่ก็ว่าที่อุปมาอย่างปลาถามเต่าก็คือ เต่าอยู่ได้สองโลก คือ โลกบนบกกับโลกในน้ำ ส่วนปลาอยู่ได้โลกเดียว คือ โลกในน้ำขืนมาบนบกก็ตายหมด ...วันหนึ่งเต่าลงไปในน้ำ แล้วก็พรรณนาความสุขสบายบนบกให้ปลาฟัง ว่ามันมีแต่ความสุขสบาย แสงสีสวยงาม ไม่ต้องลำบากเหมือนอยู่ในน้ำ ปลาพากันฟังด้วยความสนใจและอยากเห็นบก จึงถามเต่าว่าบนบกนั้นลึกมากไหม เต่าว่ามันจะลึกอะไรก็มันบนบก เอ...บนบกนั้นมีคลื่นมากไหม มันจะคลื่นอะไรก็มันบนบก เอ...บนบกนั้นมีเปือกตมมากไหม มันจะมีเปือกตมอะไร ก็มันบนบก ให้สังเกตดูคำที่ปลาถาม เอาแต่ความรู้ที่มีอยู่ในน้ำมาถามเต่า เต่าก็ได้แต่ปฏิเสธ จิตปุถุชนที่เดามรรคผลนิพพานก็ไม่ต่างอะไรกับปลา

คัดลอกมาจากหนังสือ "แมงกะพรุนถนัดซ้าย" ของคุณประภาส  ชลศรานนท์