หญิงชราผู้ดึงกาลเวลาไว้กับผม...

ชีวิตที่ไม่อยากเจอใครอีกแล้ว.....

ผมนั่งอ่านบันทึกของพี่ๆ น้องๆ อสม. (อาสามัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน) ทุกคน ที่กรุณาเขียนให้ผมอ่านถึงเรื่องราวการทำงาน การเยี่ยมบ้านผู้ป่วย รวมถึงการส่งต่อให้ผมออกไปเยี่ยมบ้านผู้ป่วยที่ อสม. อยากให้ผมไปเยี่ยมที่บ้าน

มีผู้ป่วยและบุคคลน่าสนใจมากมายที่ผมอยากไปเยี่ยม ซึ่งผมทยอยวางแผนการออกหมู่บ้านให้เสร็จภายในแต่ละเดือน

แต่มีบุคคลหนึ่งที่พอผมอ่านแล้ว...ผมแทบลุกจากเก้าอี้ เตรียมเครื่องมือ อุปกรณ์ และรีบเผ่นจากอนามัยไปหมู่บ้าน...


ผมเดินทางไปยังบ้าน "ยายสังวาลย์" (นามสมมติ) อายุ 84 ปี จากบันทึกของ อสม. คุณยายดึงผมตัวเองจนจะหมดศีรษะแล้ว

ชาวบ้านเล่าว่า แต่ก่อนคุณยายจะออกไปเล่นกับเพื่อนข้างๆ บ้าน ไปนา ไปไร่อ้อยทุกๆ วัน แต่่ตอนนี้คุณยายจะไม่ออกจากบ้าน เก็บตัวอยู่แต่ใต้เล่าข้าว จะไม่พูดคุยกับใคร ใครถามก็จะเงียบและหลบหน้า

เมื่่อผมไปถึงบ้านคุณยาย เจอคุณยายคนเดียว โดยชาวบ้านข้างบ้านพาผมไป คุณยายมาหาผมโดยดี และมานั่งที่แคร่ใต้ถุนบ้านคุณยาย

คุณยายเล่าเรื่องราวในอดีต ตั้งแต่สมัยเด็ก วัยรุ่น สภาพบ้านเมืองช่วงนั้น การแต่งงาน และการเลี้ยงลูก ได้อย่างละเอียด และเสียงพูดชัดถ้อยชัดคำ ทั้งที่คุณยายอายุมากแล้ว ทำให้ผมขัดแย้งในใจตนเองว่า ทำไมคุณยายถึงดึงผมตนเองเกือบจะหมดหัวแล้ว


สิ่งที่คุณยายเล่ามีมากมาย...ทำให้ผมเข้าใจดีว่า ทำไมคุณยายต้องดึงผมตนเอง และการเยียวยาคุณยายด้วยยาเม็ดต่างๆ นานา ราคาแสนแพง ไม่น่าจะบรรเทาเท่ากับ "ยาใจ" ผมคิดในใจเช่นนั้น ทั้งที่ยังไม่ได้ปรึกษาแพทย์ และจิตแพทย์

...ยายออกร้อนหัว เลยดึงผมออก ผมมันไม่มี เลยเย็นหัว คิดได้ตอนไหนก็ดึงมันออก ตอนกลางวันนอนไม่ค่อยหลับ ต้องลุกขึ้นมานั่งดึงผมตนเอง จนกระทั่งรุ่งเช้า

...ตอนผัวยายตายได้เกือบสิบปีแล้ว ตอนเอาผัวออกจากบ้านไปเผา ไม่ได้ "ทำพิธีตัดขาดจากผัว" ไม่ได้ขอขมาอโหสิต่อกรรม (แต่ชาวบ้านบอกว่า ยายนี้แหละดูแลตาก่อนตายหลายเดือน และเป็นธุระจัดการเรื่องศพคุณตา)

...ฝันเห็นตาบ่อยๆ ทุกคืน มายืน มานั่งใกล้ๆ ยายง่วงนอน แต่เกรงใจตา เลยต้องทนเป็นเพื่อนตา ดึงผมตัวเองทำให้ไม่ง่วงนอน


...ชีวิตตอนนี้ไม่อยากเห็นใคร ไม่อยากเห็นอะไรอีกแล้ว ไม่อยากไปไหน มองไปทางไหนก็เห็นบ้านเรือนเก่าๆ ผุพัง...อนามัยก็มีแต่ซาก มีแต่เสา มืดๆ มัวๆ ...ทุ่งนา ข้าวก็ตายน้ำ อ้อยก็ลำเหี่ยวแห้ง...มองท้องฟ้าก็เงียบเหงา บ้านเรือนไม่เหมือนเก่า เวิ้งว้าง...

...ไม่อยากใส่บาตร ไม่อยากสวดมนต์ ไม่อยากไหว้พระ ไม่นับถือพระเหมือนแต่ก่อน

...ไม่ห่วงลูก ห่วงหลาน เกลียดชังลูกหลาน ลูกหลานเขาคงเกลียดเช่นกัน ถ้าตายไปพวกมันจะเอายายไปเผาไหม?

...มีลูกสาวสามคนโตๆ หมดแล้ว มีลูกมีหลานกัน...คนหนึ่งก็ห่วงแต่ผัวไม่มาหายาย...คนหนึ่งก็จน ยายให้พาไปวัดก็บอกว่า เปลือง...อีกคนผัวมันผูกคอตาย...เลยไปนอกประเทศเกาหลีหลายมีเงิน แต่บอกให้พาไปลอกตาก็ไม่พาไป ไปนอกอีกเมื้อกี้ มันก็ไม่ยอมบอกยาย

...ทุกวันคิดถึงแต่ตา (ผัวยาย) ตอนเอากันไม่ได้รัก แม่บอกว่า เขามีเงินมีนาเลยเอากัน แต่ตาเขาใจดี...เลยคิดถึงแต่ตา รอเวลาจะไปอยู่กับตา...


ในใจผมสับสน รู้สึกหลายสิ่่งหลายอย่างกับฉากชีวิตของคุณยาย...ชีวิตที่ไม่มีแรงบันดาลใจ...ภาพที่่คุณยายพยายามดึงผมตนเอง...ผมรู้สึกเศร้ากับคุณยาย...

และเศร้าอย่างยาวนาน เมื่ออ่านพบว่า คุณยายจะเป็นโรค Trichotillomania ไหมนะ...

ผมจะดึงคุณยายออกจากกาลเวลาที่คุณยายยังจดจำ และประทับตราตรึงได้ไหมนะ...

หรือบางทีเราขังตนเองให้อยู่กับกาลเวลาที่เราคิดว่า มีความสุข

อาจจะเป็นวิธีที่เราปลดปล่อย...โรค...โลก...


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ความสุขของหมออนามัย



ความเห็น (4)

เขียนเมื่อ 

น้องจะส่งคุณยายไปรักษามั๊ยคะ

เขียนเมื่อ 

ครับพี่หนุ่ย อยู่ในระยะที่ทีมแพทย์ และจิตแพทย์ จะลงไปหาคุณยาย ทำเต็มที่ที่สุดครับ ถึงแม้ว่า บางสิ่งทำแล้วสมหวัง หลายสิ่งทำแล้วผิดหวัง แต่ยังรักที่จะทำครับ

เขียนเมื่อ 

ให้กำลังใจในการดูแลผู้ป่วย ดูแลชุมชนนะค่ะ.... บางคน บางโรค อาจต้องใช้ใจและเวลาในการเยียวยาค่ะ


เขียนเมื่อ 

ดุแล้วเหมือนการเยียวยาทางใจมากกว่าทางกายนะครับ

ต้องมีอะไรสักอย่างแน่ๆ

มาให้กำลังใจครับ