Profit for Life

Living Asset Stewardship (LAS) มี 2 หลักการคือ 1.กำไรเกิดขึ้นได้เพราะสิ่งมีชีวิตเท่านั้น (Profit can arise only from life) และ 2.เพื่อโลกที่ดี กำไรต้องดูแลรับใช้สิ่งที่มีชีวิต (In a healthy world, profit must serve life)

กำไรสนองทั้งชีวิต

Profit for Life

พันเอก มารวย ส่งทานินทร์

[email protected]

3 กุมภาพันธ์ 2558

บทความเรื่อง กำไรสนองทั้งชีวิต นำมาจากหนังสือเรื่อง Profit for Life: How Capitalism Excels ประพันธ์โดย Joseph H. Bragdon จัดพิมพ์โดย Society for Organizational Learning, 2006

ผู้ที่สนใจเอกสารรูปแบบ PowerPoint (PDF file) สามารถ Download ได้ที่ http://www.slideshare.net/maruay/profit-for-life

กำไรสนองทั้งชีวิต (Profit for Life)

  • มีผู้คนมากขึ้น ตระหนักถึงระบบทุนนิยมว่า ประสบความสำเร็จในด้านความมั่งคั่งทางการเงิน โดยไม่คำนึงถึงการทำอันตรายต่อระบบที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติ
  • Joseph H. Bragdon อธิบายรูปแบบใหม่ของ การดูแลสินทรัพย์ที่มีชีวิต (Living Asset Stewardship: LAS) และเสนอทางเลือกที่ดีกว่าระบบทุนนิยม ที่คุกคามโลกของเราอยู่ในทุกวันนี้
  • การดูแลสินทรัพย์ที่มีชีวิต (LAS) คือ การดูแลเกี่ยวกับผู้คนและสิ่งที่พวกเขาเอาใจใส่ (คน, สังคม, การตลาด และชีวมณฑล – People, Society, Markets, and the Biosphere)

เกริ่นนำ

  • สินทรัพย์ที่มีชีวิต (Living Asset) หมายถึง ผู้คนและธรรมชาติ
  • สินทรัพย์ที่ไม่มีชีวิต (Nonliving Asset) หมายถึง เงินทุน
  • สินทรัพย์ที่มีชีวิตมีความสำคัญกว่าสินทรัพย์ที่ไม่มีชีวิต และเป็นสิ่งที่ทำให้องค์กรเกิดความยั่งยืน เพราะสินทรัพย์ที่ไม่มีชีวิต ต้องอาศัยสินทรัพย์ที่มีชีวิต เป็นแหล่งในการทำให้เกิดขึ้นมาได้
  • การดูแลสินทรัพย์ที่มีชีวิต (Living Asset Stewardship: LAS) คือการดูแลเอาใจใส่ สิ่งที่เราให้คุณค่ามากที่สุด (ผู้คนและธรรมชาติ)

การดูแลเอาใจใส่ (Caring for the Things We Most Value) หมายถึง การมีวินัย อย่างเป็นระบบในการดูแลสุขภาวะของโลกที่เราอาศัยอยู่ ด้วยมุมมองที่กว้างขึ้น (ทางสังคม, การตลาด และชีวมณฑล)

  • LAS คือกระบวนการการบริหารจัดการอย่างมีคุณธรรม ในการดูแลเอาใจใส่บุคลากร ทั้งด้านสุขภาพ สวัสดิการ เคารพในศักดิ์ศรี และสร้างเสริมความสามารถด้านอาชีพการงาน
  • การดูแลเอาใจใส่บุคลากรให้ดี ผลตอบแทนจะกลับมาเป็นหลายเท่าของการลงทุน

The Global LAMP Index

  • ผู้ประพันธ์รวบรวม 60 บริษัทชั้นนำที่มีผลประกอบการดีเป็นระยะเวลายาวนาน และมีการจัดทำตัวชี้วัดกระบวนการ LAS เรียกว่า Global Living Asset Management Performance (LAMP Index)
  • เพื่อใช้ประโยชน์ในรายงานป้อนกลับ ของการประเมินบริษัท โดยเป็นตัวชี้วัดที่ใช้ในการเปรียบเทียบ เพื่อให้นักลงทุนใช้ตัดสินใจในการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์

8 Share Principles of LAS Leaders

1. พันธกิจ วิสัยทัศน์ และค่านิยม ที่สะท้อนถึงชีวิตและอุดมการณ์ที่ยั่งยืน

2. หลักการปฏิบัติการ ที่เคารพสิ่งแวดล้อม และอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ

3.องค์กรมีการกระจายอำนาจและเครือข่าย ที่ให้อำนาจในการตัดสินใจ

4. สถานที่ทำงาน ที่พนักงานได้รับความเชื่อถือ เสริมสร้างพลังอำนาจ และมีความรับผิดชอบ

5. ผู้นำ ที่ให้คำปรึกษาและช่วยเหลือ การเจริญเติบโตเป็นมืออาชีพของพนักงาน

6.วัฒนธรรม ที่สนับสนุนการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง การทำงานร่วมกัน และแบ่งปันความคิดร่วมกัน

7. นโยบายการเงิน ที่ออกแบบมาเพื่อรักษาความมั่นคงสำหรับชนรุ่นต่อไป และสร้างประโยชน์สำหรับผู้มีส่วนได้เสีย

8. ระบบการจัดการเรื่องผลกำไร ที่หมายถึงการให้บริการที่มีคุณภาพที่สูงขึ้นมากกว่าที่จะเป็นจุดสิ้นสุด

8 Share Practices of LAS Leaders

1. ผู้บริหารสูงสุดและผู้บริหารระดับอาวุโส สนับสนุน LAS อย่างต่อเนื่องทั้งคำพูดและการกระทำ

2. ผู้บริหารและพนักงาน มีการประเมิน โดยใช้ความเข้าใจของพวกเขาในหลักการ LAS และความก้าวหน้าของการปฏิบัติ

3.การพัฒนาอย่างยั่งยืนและความเคารพสำหรับชีวิต ที่ฝังตัวอยู่ในทุกการคิดเชิงกลยุทธ์ และการวางแผน

4. โครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ สนับสนุนเครือข่ายที่แพร่หลายระหว่างพนักงาน ลูกค้า คู่ค้า และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่สำคัญ

5.ระบบการรายงาน มีการเปิดเผย โปร่งใส และมีประสิทธิภาพ

6. ผลการตรวจสอบและประเมินผล เพื่อการเรียนรู้ เพื่อความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง

7. การลงทุน มองไปที่ผลระยะยาว มากกว่าผลตอบแทนที่รวดเร็ว

8.การกู้ยืมมีจำกัด แม้จะอยู่ในสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุด

การยกระดับ (leverage) ขององค์กร เกิดจากการประสานงานร่วมมือกัน ไม่ได้พึ่งพาการเงินเพียงอย่างเดียว

  • ผู้นำยกระดับองค์กร ด้วยการทำให้บุคลากรเกิดแรงบันดาลใจ ร่วมมือกัน และเกื้อหนุนให้พวกเขาได้ก้าวหน้าด้านวิชาชีพ
  • ผู้นำทำให้องค์กรมีรายได้อย่างยั่งยืนหลายทศวรรษ ไม่มีการเลิกจ้างงาน โดยอาศัยวัฒนธรรมองค์กรคือ ความมีน้ำใจ ความเป็นมืออาชีพ การมีมนุษยธรรม และการดูแลเอาใจใส่บุคลากร

ความคงทนขององค์กร (Durability) เกิดจากวัฒนธรรม LAS ที่มีการปรับตัวได้ดีกว่า เพราะบุคลากรมีความผูกพัน ทำงานเป็นเครือข่าย ไม่ได้ทำงานแบบลำดับชั้นการบังคับบัญชาที่ซับซ้อน

  • องค์กร LAS สามารถมีการตอบสนองที่รวดเร็ว และมีการสร้างนวัตกรรมที่ดีกว่า
  • การทำงานเป็นระบบเครือข่าย ไม่ได้ขึ้นกับขนาดขององค์กร เป็นเพราะมีวัฒธรรมแบบชุมชน มีการดูแลเอาใจใส่กันและกัน และรับผิดชอบร่วมกัน
  • ผู้นำปฏิบัติตนเป็น ผู้นำแบบผู้รับใช้ (Servant Leadership)
  • ความทนทาน เกิดจาก บุคลากรมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ของข้อมูลข่าวสาร และความรู้
  • มีการเชื่อมโยงระหว่างหน่วยงาน ทำให้บุคลากรที่ทำงานร่วมกันเป็นทีมมีความหลากหลาย (diversity)
  • บุคลากรได้รับการส่งเสริมให้จัดตั้ง ชุมชนนักปฏิบัติ (Community of Practice: CoP) คือผู้ที่มีความสนใจในเรื่องเดียวกัน ได้พบปะกันแบบตัวจริงเสียงจริง และในระบบเสมือนจริง
  • บุคลากรผู้ที่สร้างผลงานดี ได้รับการยกย่องและให้รางวัล โดยไม่จำกัดสถานภาพ

สำหรับสถาบันนักลงทุน (Institutional Investors) LAS เป็นแนวทางการสร้างคุณค่าในการลงทุน มากกว่าธุรกิจธรรมดา

  • ถ้านักลงทุนมีความเข้าใจ LAS ว่ามีส่วนทำให้เกิดผลกำไรที่คุ้มค่า ก็จะเลือกลงทุนในบริษัทที่มี LAS อยู่ในรายงานผลการดำเนินการ
  • ผู้ลงทุนเมื่อเลือกที่จะลงทุนในบริษัทที่มี LAS จะเป็นตัวเร่งให้บริษัทต่าง ๆ หันมาทำ LAS เพื่อให้เกิดความแพร่หลายมากขึ้น

เมื่อเปลี่ยนความคิด โลกก็เปลี่ยนไป (Ideas that Change the World) เช่น การคิดว่าโลกกลมแทนความคิดดั้งเดิมว่าโลกแบน ทำให้เกิดมีการสำรวจโดยทางเรือเพื่อค้นหาดินแดนใหม่ ๆ โดยไม่ต้องกลัวว่าจะตกโลก

  • LAS เกิดจากการมีมุมมอง เพื่อการอนุรักษ์ทรัพยากรของโลกที่มีอยู่อย่างจำกัด ใช้อย่างมีประสิทธิภาพ และเพื่อชนรุ่นต่อไป
  • เครือข่ายบริษัทที่ตระหนักในเรื่องของชีวิตและสิ่งแวดล้อม จึงมีความมุ่งมั่นในการส่งเสริม การดูแลทุนสิ่งที่มีชีวิต (Living Asset Stewardship: LAS)

How Capitalism Excels: Case Studies in Living Asset Stewardship

1. คุณค่าของสินทรัพย์ที่มีชีวิต (The Value of Living Asset)

  • LAS เคารพในสิ่งมีชีวิตในทุกขั้นตอน มีสัมพันธภาพกับบุคลากร ลูกค้า ชุมชน ผู้ส่งมอบ พันธมิตร และสิ่งแวดล้อม
  • LAS อยู่อย่างสอดคล้องกันกับผู้คนและธรรมชาติ ไม่ใช่พยายามควบคุมผู้คนและธรรมชาติ
  • องค์กรทำตนเสมือนกับสิ่งมีชีวิต ที่มีการติดต่อกับสิ่งแวดล้อมรอบตัวที่กว้างขวาง ของการตลาดที่เสรี สังคม และชีวมณฑล

2. รูปแบบของ LAS (The LAS Model)

  • มี 3 คำถามหลักที่ตอบคุณลักษณะองค์กร LAS คือ
  • 1.ทำไมจึงมีเราอยู่ (การมีอยู่ของตัวตน (Existential) คือการเป็นองค์กรที่มีชีวิต)
  • 2.เราปฏิบัติตนอย่างไร (หน้าที่ (Function) มีการกระจายอำนาจจากส่วนกลาง)
  • 3.เรายึดถืออะไร (ค่านิยม (Values) คือเหตุผลของการเป็นอยู่ และเป็นพลังบันดาลใจ)

3. หัวใจขององค์กร (The Heart of Enterprise)

  • ทำไมต้องเป็นหัวใจ เพราะหัวใจมีความรู้สึก มีอารมณ์ มีความซาบซึ้ง รู้จักการดูแลเอาใจใส่ และมีแรงบันดาลใจ
  • องค์กรที่มีหัวใจมีลักษณะดังนี้
  • 1.พันธกิจ วิสัยทัศน์ และค่านิยม ที่มีความซาบซึ้งใจ
  • 2.การทำงาน เป็นเครือข่ายที่มีความรับผิดชอบ
  • 3.มีวัฒนธรรม ระบบผู้นำแบบผู้รับใช้
  • 4.มุ่งมั่นเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง และการสร้างนวัตกรรม
  • 5.บริหารการเงิน เพื่อความยั่งยืนของชนรุ่นต่อไป

4. การเพิ่มประสิทธิภาพความร่วมมือ (Optimizing Synergies)

  • การร่วมมือกันในองค์กร ไม่ได้เกิดจากการสั่งการ แต่เกิดจากใจ
  • ดูแลเอาใจใส่ความเป็นมนุษย์ เป็นหลักการในการบริหารจัดการขององค์กร
  • มีความเป็นอยู่ร่วมกัน แบบมีผลประโยชน์ร่วมกัน ของบุคคล 3 กลุ่มคือ บุคลากร ลูกค้า และผู้ถือหุ้น

5. ตัวชี้วัด LAMP Index (The Global LAMP Index) เป็นตัววัดความสำเร็จขององค์กร

  • หลักในการคัดเลือกบริษัทเข้ากลุ่มมี 8 ตัวชี้วัดคือ
  • 1.มีความมุ่งมั่นอย่างเป็นระบบ หรือเป็นองค์รวม 2.มุ่งมั่นในสิทธิมนุษยชน 3.มีความรู้สึกตนว่า เหตุใดจึงมีตนเองอยู่ 4.เคารพในบุคลากร 5.เคารพธรรมชาติ 6.เคารพลูกค้า 7.เคารพในพันธมิตรทางกลยุทธ์ และ 8.เคารพในชุมชนที่องค์กรตั้งอยู่
  • รวมมีทั้งหมด 60 บริษัทที่มีความเคารพในชีวิต (Respect for Life) ใช้ในการอ้างอิง

6. ทฤษฎีใหม่ของธุรกิจ (Toward a More Effective General Theory of Business)

  • ไอน์สไตน์กล่าวว่า เราไม่อาจแก้ปัญหา โดยใช้ความคิดในระดับเดียวกันกับปัญหาที่เกิดขึ้น (We can't solve problems by using the same kind of thinking we used when we created them.)
  • ดังนั้น แนวคิด LAS ที่เน้นมนุษย์และธรรมชาติ เป็นแนวคิดใหม่ที่ต่างไปจากการบริหารธุรกิจแบบเดิม ๆ เพื่อความยั่งยืนขององค์กร

7. การเพิ่มผลผลิตในสถานที่ทำงานที่เปิดกว้าง (Productivity of the Open Workplace)

  • LAS คือรูปแบบความคิด (Mental Model) ที่คำนึงถึงมนุษย์และธรรมชาติ
  • ที่ทำงานทำไมต้องเปิดกว้าง? เพราะระบบเครือข่าย (network) ต้องการการเปิดรับสิ่งใหม่ ๆ เพื่อเกิดความหลากหลาย และการปรับตัวอย่างต่อเนื่อง
  • มีการเปรียบเทียบที่ทำงานแบบเปิดกว้างและแบบทั่วๆ ไป ว่ามีการทำงานต่างกันอย่างไร

วิธีการดูแลบุคลากร (Caring for Employees)

  • ด้านสุขภาพและความปลอดภัย เป็นตัวชี้วัดสำคัญ
  • วิธีการนำองค์กร ผู้นำแบบผู้รับใช้ (Servant Leadership)
  • ความสมดุล ของการงานและครอบครัว
  • ร่วมทุกข์ร่วมสุขด้วยกัน เป็นหุ้นส่วนกัน
  • ให้ความสำคัญ ดึงเข้ามามีส่วนร่วมในกลยุทธ์
  • ชื่นชมยินดี ที่มีส่วนช่วยในความสำเร็จ

8. ประสิทธิภาพเชิงเศรษฐนิเวศน์ (Transcending Eco-efficiency) โดยเป็นหุ้นส่วนกับธรรมชาติ

  • ความท้าทายทางธุรกิจ
    • การแข่งขันด้านราคา
    • ขวัญและกำลังใจของบุคลากร
    • ความเชื่อมั่นและความจงรักภักดีของลูกค้า
    • การเป็นพลเมืองที่ดี
    • การอยู่รอดขององค์กร

9. ความสนิทสนมของลูกค้า (Customer Intimacy)

  • LAS เน้นความสัมพันธ์กับลูกค้า มากกว่าขายสินค้าหรือบริการ
  • เป็นการทำให้ลูกค้ารู้สึกมีคุณค่า โดยการเอาใจใส่ ให้สิ่งที่ตรงกับความต้องการของเขา
  • มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง (ธรรมชาติไม่มีวันหยุด)
  • การดูแลบุคลากรให้ดี จะส่งผลให้บุคลากรดูแลลูกค้าได้ดี

10. การจัดการเครือข่ายผู้ส่งมอบ อย่างมีแรงบันดาลใจ (Inspired Supply Network Management)

  • เครือข่ายผู้ส่งมอบ (Supply Network) มีความสอดคล้องกับองค์กรมากกว่าเป็นเพียงห่วงโซ่อุปทาน
  • แนวทางการจัดการเครือข่ายผู้ส่งมอบคือ การจัดซื้อจัดจ้างแบบพิทักษ์ธรรมชาติ (Green Procurement) คือมีคุณภาพได้มาตรฐาน ใช้วัสดุอย่างประหยัด และเป็นสินค้าอนุรักษ์ธรรมชาติ
  • เครือข่ายผู้ส่งมอบ เปรียบเสมือนกับพันธมิตรขององค์กร คือมีจรรยาบรรณ และมีคุณสมบัติที่เอื้อต่อสิ่งแวดล้อม

11. การดูแลทางการเงิน (Financial Stewardship)

  • LAS มีแนวทางด้านการเงินในระยะยาว มากกว่าการเน้นระยะสั้น
  • LAS มองแบบองค์รวม (Holistic View) ต่อความเสี่ยงด้านการเงิน
  • มีการปรับตัวโดยใช้ การพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และการสร้างนวัตกรรม
  • มีการประกาศพันธะสัญญาต่อบุคลากร ลูกค้า และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียว่า องค์กรมุ่งเน้นจะอยู่กับพวกเขาตลอดไปในอนาคต

12. การใช้ความคิดอย่างเป็นระบบ (The Utility of Systems Thinking)

  • LAS มีกระบวนทัศน์ใหม่ (New Paradigm) ในการคิดอย่างเป็นระบบ
  • มีความคิดว่าองค์กรเป็นสิ่งมีชีวิต ต้องอาศัยทุกองคพายพ ไม่ใช่ส่วนใดส่วนหนึ่ง มีการเจริญเติบโต มีความสามารถในการเรียนรู้และมีการปรับตัว

13. สาเหตุที่ทำให้การดูแลล้มเหลว (When Stewardship Fails)

  • เกิดจากวัฒนธรรมแบบการบังคับบัญชาตามลำดับชั้น ทำให้เครือข่ายบุคลากรถูกยับยั้ง หรือไม่เกิดขึ้น
  • การบริหารโดยใช้วัตถุประสงค์เป็นที่ตั้ง (Management by Objectives: MBO) เน้นที่ผลกำไรและผลลัพธ์ที่เป็นตัวเลข (Ends) มากกว่าความสามารถในการทำให้บรรลุผล (Means)

14. การปรับเปลี่ยนคำนิยามของ คุณค่า (Changing Definitions of Value) โดยดูจาก

  • ค่านิยม (Values) ขององค์กร ว่าทำให้บุคลากรเกิดการเรียนรู้และสร้างนวัตกรรมหรือไม่
  • พันธกิจและวิสัยทัศน์ (Mission & Vision) ขององค์กรสอดคล้องกับค่านิยมขององค์กรหรือไม่
  • เครือข่ายในองค์กรมีประสิทธิผลหรือไม่
  • ประสิทธิภาพขององค์กร ในการส่งเสริมการเรียนรู้เป็นเช่นไร
  • ความโปร่งใสขององค์กร ในการสื่อสารกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเป็นอย่างไร

15. คุณค่าของการดูแลผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (The Value of Stakeholders Stewardship)

  • ในที่นี้หมายถึงผู้ที่เป็นเจ้าของบริษัทตามกฏหมาย (ผู้ถือหุ้น หรือผู้ลงทุน)
  • LAS มีแนวทางที่ต่างจากบริษัททั่วไปในตลาดหลักทรัพย์ Wall Street
  • เพราะมีความคาดหวังในจรรยาบรรณที่สูงกว่า มีกลยุทธ์ที่น่ายกย่อง ร่วมมือกับพันธมิตรในการยกระดับองค์กร และบุคลกรที่มีจิตสำนึกในการเรียนรู้และอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ

16. บริษัทที่อยู่เกินศตวรรษ (Companies that Last for Centuries)

  • บริษัทที่อยู่เกิน 100 ปีได้ ต้องเป็นองค์กรที่มีชีวิต มีเครือข่ายเช่นเดียวกับระบบของสิ่งมีชีวิต เน้นผู้คนและธรรมชาติมากกว่าเงินทอง บุคลากรมีความรับผิดชอบ และมีการคิดแบบองค์รวม
  • การมีแนวคิดที่ถูกต้อง เป็นการสร้างการเปลี่ยนแปลง นั่นคือ การดูแลผู้คน และให้ความเคารพในชีวิต (Caring about People and Respecting Life)

สรุป

  • Living Asset Stewardship (LAS) มี 2 หลักการคือ 1.กำไรเกิดขึ้นได้เพราะสิ่งมีชีวิตเท่านั้น (Profit can arise only from life) และ 2.เพื่อโลกที่ดี กำไรต้องดูแลรับใช้สิ่งที่มีชีวิต (In a healthy world, profit must serve life)
  • การดูแลสิ่งมีชีวิตอย่างจริงจัง เป็นความหวังใหม่ เพื่ออนาคตที่ดีกว่า และเป็นเพียงการเดินทางที่เพิ่งจะเริ่มต้นเท่านั้น

*********************************************

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน Others



ความเห็น (0)