พฤติกรรมสู่ความเป็นเลิศ
Key Attributes of Driving Performance
พันเอก มารวย ส่งทานินทร์
27 มกราคม 2558
บทความเรื่อง พฤติกรรมสู่ความเป็นเลิศ (Key Attributes of Driving Performance) นำมาจากสรุปการบรรยายของ Quint Studer, BA., MS., ผู้ก่อตั้ง Studer Group เป็นตอนที่ 1 จากทั้งหมด 6 ตอน ของชุด Leadership Series
ผู้ที่สนใจเอกสารแบบ PowerPoint (PDF file) สามารถ Download ได้ที่ http://www.slideshare.net/maruay/leadership-series-1-of-6-key-attributes-of-driving-performance
การวินิจฉัยและการวางแผนการรักษา
- เวลาไปพบแพทย์ คุณได้รับการวางแผนในการรักษาก่อนการวินิจฉัยหรือไม่?
- หวังว่าคงไม่ใช่ แต่ยังพบว่าในบางครั้ง เรามักจะสรุปหนทางแก้ไขก่อนที่จะวินิจฉัยว่าปัญหาที่แท้จริงคืออะไร
การทำให้ดีขึ้นและเร็วขึ้น
- เรามักจะรีบนำความคิดไปปฏิบัติ เพราะต้องการเห็นผลลัพธ์โดยเร็ว
- ซึ่งเป็นแรงกดดันที่ต้องการเห็นผลเร็วขึ้นและดีขึ้น ไม่เพียงต้องการแก้ปัญหาได้เท่านั้นแต่ต้องการเห็นผลสำเร็จในเวลาที่รวดเร็วด้วย
- อย่างไรก็ตาม ถ้าขาดการวินิจฉัยที่ถูกต้อง ปัญหาก็ยังคงเป็นปัญหาอยู่เพราะแก้ไขผิดจุด
ขั้นตอนการให้บริการที่เป็นเลิศ
- ขั้นที่ 1 การวินิจฉัย (Diagnose)
- ขั้นที่ 2 การแก้ไข (Treatment)
- ขั้นที่ 3 การทำเป็นระบบ (Systems)
- ขั้นที่ 4 การสอน (Teach)
- ขั้นที่ 5 การยืนยันผล (Validate)
- ขั้นที่ 6 การฝึกสอน (Coach)
- ขั้นที่ 7 การให้รางวัล (Reward)
ขั้นที่ 1 การวินิจฉัย
- มีผู้ป่วยกลับไปก่อนภายใน 1 ชั่วโมง หรือหลังจากรอคอยมา 3 ชั่วโมงหรือไม่
- เขาเหล่านั้นได้รับการแจ้งสาเหตุการรอคอยหรือไม่
- จุดประสงค์ในการให้บริการการรักษาพยาบาลคือ ผู้ป่วยได้รับการรักษา
- แต่ก่อนอื่น ต้องระบุให้ถูกต้องว่าปัญหาที่เกิดขึ้นคืออะไร จึงจะได้ทำการแก้ไขได้ถูก
ขั้นที่ 2 การแก้ไข
- เป้าประสงค์ของการแก้ปัญหาคือ มีการปฏิบัติเพื่อพัฒนาผลการให้บริการที่ดีขึ้น
- จากปัญหาที่ว่าผู้ป่วยกลับก่อนได้พบแพทย์ สมควรมีแนวทางในการเดินสำรวจบริเวณที่พักคอยของผู้ป่วย เพื่อรับฟังปัญหา
- และมีการแจ้งข่าวให้ผู้ป่วยได้รับทราบว่าเหตุใดจึงต้องรอคอย เพื่อสร้างความไว้วางใจ และแสดงให้เห็นว่าเราให้ความใส่ใจ
ขั้นที่ 3 การทำเป็นระบบ
- นอกจากให้บุคลากรเดินสำรวจผู้ป่วยเพื่อรับทราบปัญหาแล้ว ยังมีแนวทางเพิ่มคือจัดทำชุดคำพูดมาตรฐานที่บุคลากรใช้ในการให้บริการกับผู้ป่วยที่รอคอยพบแพทย์
- เช่น "เป้าหมายของเราคือการให้บริการที่ดี ขณะที่คุณรอคอย มีอะไรให้ช่วยบ้างบอกได้นะคะ" หรือ "ขณะนี้อาการเจ็บป่วยมีการเปลี่ยนแปลงหรือไม่คะ" เป็นต้น เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับทราบว่า เราให้ความสนใจอยู่
ขั้นที่ 4 การสอน
- เรื่องการให้การดูแลเอาใจใส่ต้องมีการฝึกอบรม
- มีการสาธิตให้ดูก่อน แล้วให้บุคลากรทดลองทำตาม เพื่อให้บุคลากรเกิดทักษะในการนำไปปฏิบัติงานจริง
- การฝึกอบรมทักษะเรื่องพฤติกรรมการให้บริการสู่ความเป็นเลิศนั้น ควรจัดการอบรมบ่อย ๆ เพื่อให้พฤติกรรมนั้นฝังรากอยู่ในบุคลากรจนเป็นเรื่องปกติวิสัย
ขั้นที่ 5 การยืนยันผล
- ควรมีการตรวจสอบยืนยันว่าที่ห้องรอคอยของผู้ป่วย มีการนำแนวทางดังกล่าวไปปฏิบัติจริงและด้วยความถูกต้อง
- บทบาทผู้นำคือมีการโทรศัพท์ถึงผู้ป่วยหลังมารับการบริการ โดยถามคำถามว่า "ระหว่างที่รอคอยพบแพทย์นั้น มีพยาบาลมาคอยบอกกล่าวหรือสอบถามทุกชั่วโมงหรือไม่"
- และถามถึงคำบอกเล่าว่ามีอะไรบ้าง เพื่อเป็นการยืนยันว่าชุดคำพูดมาตรฐานได้มีการนำมาใช้อย่างที่ได้รับการอบรมมา
- ถ้าตรวจสอบแล้วไม่มีการปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอหรือไม่ถูกต้อง ควรทำการอบรมซ้ำ
ขั้นที่ 6 การฝึกสอน
- บุคลากรบางคนหลังจากอบรมแล้วนำไปปฏิบัติ ยังมีโอกาสพัฒนา ในเรื่องพฤติกรรมการให้บริการเพื่อความเป็นเลิศ
- ในฐานะผู้นำ ควรอธิบายถึงแนวทางการปฏิบัติที่ถูกต้อง ในการเดินเยี่ยมสำรวจและทำเป็นตัวอย่างให้ดู
- หรือมีการจัดให้บุคลากรผู้นั้น เดินสำรวจด้วยกัน "shadow round" กับบุคลากรที่ทำได้ดี
ขั้นที่ 7 ให้รางวัล
- การให้รางวัลกับพฤติกรรมที่เราต้องการ จะทำให้บุคลากรแสดงพฤติกรรมนั้นออกมาซ้ำ ๆ
- ควรให้รางวัลกับบุคลากรที่ทำหน้าที่ได้ดีมีความสม่ำเสมอในการเดินสำรวจและใช้คำพูดที่เป็นชุดมาตรฐาน แล้วให้เป็นต้นแบบในการฝึกอบรม
- เป็นการส่งเสริมการแสดงออกถึงพฤติกรรมที่ต้องการขององค์กร
สรุป
- รูปแบบที่นำเสนอมานี้ อาจไม่สามารถเห็นผลได้ทันใจ เพราะเป็นเรื่องต้องอาศัยเวลาในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของบุคคล แต่ผลลัพธ์สุดท้ายจะคุ้มค่ากับการลงทุนลงแรง
- การทำตาม 7 ขั้นตอนดังกล่าว เป็นวิธีการที่มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล ผลักดันให้เกิดผลงานที่ดีขององค์กร และส่งผลที่ดีต่อดูแลรักษาผู้ป่วย
***********************