เรื่องมหัศจรรย์ของสิทธิในหลักประกันสุขภาพตามมติ ครม.๒๓/๓/๒๕๕๓ - ข้อเสนอต่อคุณหมอสมศักดิ์ เพื่อคนไร้รัฐไร้สัญชาติที่มีลักษณะการอาศัยถาวรในประเทศไทย

Archanwell
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ

ประเด็นทางความคิดเรื่องการปฏิรูปหลักประกันสุขภาพตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๒๓ มีนาคม พ.ศ.๒๕๕๓ เรื่องการให้สิทธิ (คืนสิทธิ) ขั้นพื้นฐานด้านสาธารณสุขกับบุคคลที่มีปัญหาสถานะและสิทธิ ที่จัดการโดยกระทรวงสาธารณสุขซึ่งมีอำนาจหน้าที่ตามพ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ.๒๕๓๔

โดย รศ.ดร.พันธุ์ทิพย์ กาญจนะจิตรา สายสุนทร

เมื่อวันที่ ๑๒ มกราคม พ.ศ.๒๕๕๘

https://www.facebook.com/note.php?saved&&note_id=10153005649763834

---------------------------------------------

แม้ สปสช.จะเสนอดูแลคนไร้สัญชาติที่มีสถานะเป็นคนต่างด้าวที่มีลักษณะการอาศัยถาวรในประเทศไทยหรือที่มีนโยบายที่ชัดเจนของฝ่ายบริหารของรัฐไทยแล้วที่จะให้สิทธิอาศัยถาวร แต่คณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๒๓ มีนาคม พ.ศ.๒๕๕๓ โดยข้อเสนอของสำนักงบประมาณ เห็นควรให้กระทรวงสาธารณสุขเข้ามาจัดการ "การให้สิทธิ (คืนสิทธิ) ขั้นพื้นฐานด้านสาธารณสุขกับบุคคลที่มีปัญหาสถานะและสิทธิ" ดังนั้น จำนวนหนึ่งของคนไร้รัฐไร้สัญชาติ ซึ่งคณะรัฐมนตรีนี้เรียกว่า "บุคคลที่มีปัญหาสถานะและสิทธิ" จึงได้รับสิทธิในหลักประกันสุขภาพแบบได้เปล่า ในลักษณะที่ใกล้เคียงกับที่ให้แก่ผู้ทรงสิทธิในกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ

บุคคลเป้าหมายของการรับรองสิทธิในหลักประกันสุขภาพตามข้อเสนอของ สปสช. ซึ่งคณะรัฐมนตรีเห็นชอบมีอยู่ ๓ กลุ่ม กล่าวคือ

(๑) บุคคลที่มีปัญหาสถานะและสิทธิที่มีสิทธิอาศัยตามกฎหมายไทยว่าด้วยคนเข้าเมือง ซึ่งเป็นบุคคลที่ถูกบันทึกแล้วในทะเบียนบ้านคนอยู่ถาวรตามกฎหมายไทยว่าด้วยการทะเบียนราษฎร (ท.ร.๑๔) จึงเป็นมีเลขประจำตัวประชาชน ๑๓ หลักตามกฎหมายไทยว่าด้วยการทะเบียนราษฎร ขึ้นต้นด้วยเลข ๘

(๒) บุคคลที่มีปัญหาสถานะและสิทธิที่มีสิทธิอาศัยตามกฎหมายไทยว่าด้วยคนเข้าเมือง ซึ่งเป็นบุคคลที่ถูกบันทึกแล้วในทะเบียนบ้านตามกฎหมายไทยว่าด้วยการทะเบียนราษฎรประเภทคนอยู่ชั่วคราว (ท.ร.๑๓) ) จึงเป็นมีเลขประจำตัวประชาชน ๑๓ หลักตามกฎหมายไทยว่าด้วยการทะเบียนราษฎร ขึ้นต้นด้วยเลข ๖ หรือ ๗ และ

(๓) กลุ่มเด็กนักเรียนในสถานศึกษา ที่รับสวัสดิการจากรัฐบาลด้านการศึกษา กลุ่มคนไร้รากเหง้า และกลุ่มผู้ทำประโยชน์ให้ประเทศ ซึ่งถูกบันทึกชื่ออย่างชัดเจนแล้วใน ท.ร.๓๘ ก จึงเป็นมีเลขประจำตัวประชาชน ๑๓ หลักตามกฎหมายไทยว่าด้วยการทะเบียนราษฎร ขึ้นต้นด้วยเลข ๐

แต่อย่างไรก็ตาม เราจะต้องสังเกตว่า มติคณะรัฐมนตรีนี้มิได้ถูกตีความให้รับรองสิทธิให้แก่คนไร้รัฐไร้สัญชาติในประเทศไทยทั้งหมดในประเทศไทย แต่มติคณะรัฐมนตรีนี้รับรองเฉพาะคนไร้รัฐไร้สัญชาติที่เคยมีสิทธิในหลักประกันสุขภาพ หรือที่มีสิทธิอาศัยในประเทศไทยในลักษณะถาวร ทั้งนี้ เพราะคณะผู้แปลงมติคณะรัฐมนตรีนี้ให้มีผลในทางปฏิบัติใช้แนวคิดที่มีลักษณะแคบนิยม จึงมีการกำหนดให้สิทธิในหลักประกันสุขภาพครอบคลุมเพียงจำนวนหนึ่งของคนไร้รัฐไร้สัญชาติที่มีลักษณะการอาศัยอยู่อย่างถาวรในประเทศไทยเท่านั้น ทั้งนี้ โดยใช้การกำหนดเลขประจำตัว ๑๓ หลักตามกฎหมายไทยว่าด้วยการทะเบียนราษฎรมากำหนดความเป็นผู้ทรงสิทธิ นั่นก็คือ การรับรองสิทธิในหลักประกันสุขภาพในกองทุน ท.๙๙ นี้ จึงเกิดแก่คนไร้รัฐไร้สัญชาติ หรือคนที่มีปัญหาสถานะและสิทธิที่มีเลขประจำตัวประชาชนตามกฎหมายการทะเบียนราษฎร ๑๓ หลัก ขึ้นต้นด้วย ๖, ๗, ๘ รวมถึง ๐ ที่ได้รับการสำรวจก่อนวันที่ ๑๘ มกราคม พ.ศ.๒๕๔๘ ในสถานะเท่านั้น ไม่รวมถึง

(๑) คนที่มีเลขประจำตัวประชาชนตามกฎหมายการทะเบียนราษฎร ๑๓ หลัก ขึ้นต้นด้วย ๐ ที่ได้รับการสำรวจก่อนวันที่ ๑๘ มกราคม พ.ศ.๒๕๔๘ ในสถานะทั่วไป และ

(๒) คนที่มีเลขประจำตัวประชาชนตามกฎหมายการทะเบียนราษฎร ๑๓ หลัก ขึ้นต้นด้วย ๐ ที่ได้รับการสำรวจตั้งแต่วันที่ ๑๘ มกราคม พ.ศ.๒๕๔๘ เป็นต้นมา

ดังนั้น ผลลัพธ์ของแนวคิดแบบแคบนิยมดังกล่าวจึงนำไปสู่การเลือกปฏิบัติต่อคนไร้รัฐไร้สัญชาติที่มีลักษณะการอาศัยถาวร บางส่วนได้รับการรับรองสิทธิในหลักประกันสุขภาพในกองทุน ท.๙๙ นี้ ในขณะที่คนในสถานการณ์เดียวกันอีกส่วนหนึ่งไม่ได้รับการรับรองสิทธิ

เพื่อที่จะจัดการปัญหาการเลือกปฏิบัติที่เกิดจากมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๒๓ มีนาคม พ.ศ.๒๕๕๓ นี้ เรามีความเป็นไปได้ที่จะจัดการปัญหานี้ ๒ ลักษณะด้วยกัน กล่าวคือ

ความเป็นไปได้ในลักษณะแรกที่จะปฏิรูป กองทุน ท.๙๙ ก็คือ การกลับไปตีความมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๒๓ มีนาคม พ.ศ.๒๕๕๓ ตามเจตนารมย์ของมติคณะรัฐมนตรีดังกล่าว เพื่อรับรองสิทธิของผู้ทรงสิทธิในหลักประกันสุขภาพในกองทุน ท.๙๙ ให้ครอบคลุมคนไร้รัฐไร้สัญชาติที่มีลักษณะการอาศัยถาวรในประเทศไทยทั้งหมด หรือกล่าวให้ชัดเจน ก็คือ การรับรองสิทธิในหลักประกันสุขภาพในกองทุน ท.๙๙ สำหรับคนที่มีเลขประจำตัวประชาชนตามกฎหมายการทะเบียนราษฎร ๑๓ หลัก ขึ้นต้นด้วย ๐ ไม่ว่าบุคคลดังกล่าวจะได้รับการสำรวจก่อนหรือหลังวันที่ ๑๘ มกราคม พ.ศ.๒๕๔๘

ความเป็นไปได้ในลักษณะที่สองที่จะปฏิรูป ก็คือ การขยายผู้ทรงสิทธิในหลักประกันสุขภาพจากเดิมที่ตีความเอาไว้ใน พ.ศ.๒๕๕๓ ให้ครอบคลุมถึงคนไร้รัฐไร้สัญชาติที่มีลักษณะการอาศัยถาวรที่ไม่ได้รับการรับรองสิทธิ ทั้งนี้ โดยไม่ต้องกลับไปพิจารณาเจตนารมย์ของมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๒๓ มีนาคม พ.ศ.๒๕๕๓ ซึ่งการขยายการรับรองสิทธินี้ก็จะใช้เลขประจำตัวประชาชนตามกฎหมายการทะเบียนราษฎร ๑๓ หลัก เป็นตัวกำหนดสิทธิ ทางเลือกนโยบายในทิศทางนี้ ก็คือ (๑) การขยายผลการรับรองไปยังคนที่มีเลขประจำตัวประชาชนตามกฎหมายการทะเบียนราษฎร ๑๓ หลัก ขึ้นต้นด้วย ๐ ที่ได้รับการสำรวจก่อนวันที่ ๑๘ มกราคม พ.ศ.๒๕๔๘ ในสถานะทั่วไป เท่านั้น หรือ (๒) การขยายผลการรับรองไปยังคนที่มีเลขประจำตัวประชาชนตามกฎหมายการทะเบียนราษฎร ๑๓ หลัก ขึ้นต้นด้วย ๐ ที่ได้รับการสำรวจตั้งแต่วันที่ ๑๘ มกราคม พ.ศ.๒๕๔๘ เป็นต้นมา หรือ (๓) การขยายผลการรับรองไปยังคนที่มีเลขประจำตัวประชาชนตามกฎหมายการทะเบียนราษฎร ๑๓ หลัก ขึ้นต้นด้วย ๐ ไม่ว่าบุคคลดังกล่าวจะได้รับการสำรวจก่อนหรือหลังวันที่ ๑๘ มกราคม พ.ศ.๒๕๔๘ ไม่ว่าจะถูกสำรวจในสถานะอะไร

โดยสรุป ข้อเสนอประการที่สามต่อกระทรวงสาธารณสุข ก็คือ การหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในกระทรวงสาธารณสุขเอง ตลอดจนสำนักงบประมาณ เพื่อการขจัดการเลือกปฏิบัติต่อคนที่มีเลขประจำตัวประชาชนตามกฎหมายการทะเบียนราษฎร ๑๓ หลัก ขึ้นต้นด้วย ๐ ไม่ว่าบุคคลดังกล่าวจะได้รับการสำรวจก่อนหรือหลังวันที่ ๑๘ มกราคม พ.ศ.๒๕๔๘ ไม่ว่าจะถูกสำรวจในสถานะอะไร และเสนอคณะรัฐมนตรีต่อไป ซึ่งการนำเสนอคณะรัฐมนตรีครั้งนี้ ก็น่าจะเป็นโอกาสที่จะสร้างความชัดเจนในการจัดการสิทธิในสุขภาพดีของคนไร้รัฐไร้สัญชาติในประเทศไทย

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ARCHANWELL#Health4ALL



ความเห็น (0)