สรุปการจัดประสบการณ์การเรียนรู้เชิงรุก

1. วิธีการบรรยายและสาธิต/กรณีตัวอย่าง/แนะนำทาง/ใช้สถานการณ์จำลอง/บทบาทสมมติ

เทคนิคนำเข้าสู่บทเรียน ทำการสอน Presentation-Practice-Production คือ การอธิบายใช้สื่อ การทำแบบฝึกหัด และการสรุปนำความรู้ไปใช้ ควร ใช้เทคนิคอื่นๆ* เพื่อผสมผสานกับแนวการสอนเน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลางมากขึ้น

  • เน้นผู้สอนเป็นศูนย์กลาง (Teacher-centered approach)

2. วิธีสอนแบบสืบสอบ/อุปนัย

ระบุคำถามสำคัญและทบทวนประสบการณ์เดิมจนถึงแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับเพื่อน (Think-Pair-Share) หรือจัดกิจกรรม Tasks-Texts-Talk คือ การมอบหมายงาน การสืบค้นข้อมูลเชิงประจักษ์ และการแลกเปลี่ยนเรียนรู้แบบ Got-Need & Exit Ticket เขียนสิ่งที่เรียนรู้-สรุป-วางแผนกิจกรรมเพิ่มเติม หรือ ใช้เทคนิคอื่นๆ*

  • เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง(Learner-centered approach)
  • การเรียนรู้ใช้ปัญหาเป็นฐาน(Problem based learning)
  • การเรียนรู้ใช้กรณีศึกษาเป็นฐาน(Case based learning)

3. วิธีสอนแบบโครงงาน

จัดห้องเรียนกลับด้าน (Flipped classroom) คือ เรียนที่บ้านและทำการบ้านที่โรงเรียน เกิดการเรียนแบบร่วมมืออย่างไม่เป็นทางการ (เพื่อนสอน/ช่วย/ประเมินเพื่อน) พัฒนาพหุปัญญา ผู้สอนกลายเป็นโค้ชต้องเสริมแรงทางบวกและสอนแต่ประเด็นสำคัญ การใช้ e-learning แบบมีส่วนร่วมในกิจกรรมที่หลากหลาย และมุ่งเป้าหมายในการพัฒนาทักษะการเรียนรู้ด้วยคุณสมบัติความเป็นมนุษย์ในศตวรรษที่ 21 ของไทยได้แก่ ทักษะการคิดวิจารณญาณและการประเมิน ทักษะการคิดวิเคราะห์และสังเคราะห์ ทักษะการคิดสร้างสรรค์และมีจินตนาการ ทักษะการผลิตและคิดนวัตกรรม ทักษะการเปลี่ยนแปลงและแก้ปัญหา ทักษะการสื่อสารและความมั่นใจในตนเอง และทักษะทางคุณธรรมและความรับผิดชอบ ผ่านการสะท้อนคิด (Reflection)

  • การเรียนรู้ใช้โครงงานเป็นฐาน(Project based learning)
  • การเรียนรู้ใช้ผลงานเป็นฐาน(Productivity based learning)

4. วิธีทดลอง

ให้อ่านบทความ (Active reading) แล้วนำมาเขียนแผนผังแนวคิด (Concept map) แล้วแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับผู้อื่นที่เดินชมผลงาน (Gallery walk) หรืออภิปรายหาข้อสรุปแบบกลุ่ม (Brainstorming) มีการเขียนสรุปสิ่งที่ได้เรียนรู้ คำถามที่ยังสงสัย และความในใจ (Diary/journal note)

  • การเรียนรู้ใช้วิจัยเป็นฐาน (Research based learning)

5. วิธีศึกษานอกห้องเรียน

มีเป้าหมายชัดเจนและจัดตารางเรียนยืดหยุ่น-ต่อเนื่อง-เชื่อมโยง ช่วงเช้าเน้นสาระการเรียนรู้ไม่เกิน 60 นาทีต่อรายวิชาต่อวัน จัดกิจกรรมทบทวนความเข้าใจตัวเองไม่เกิน 30 นาทีต่อวัน และจัดให้เรียนรู้จากประสบการณ์ตรงนอกห้องเรียนพร้อมมีการสะท้อนคิดแบบสรุปสิ่งที่รู้และสิ่งที่อยากรู้ (Know-Want-Learned) หรือ ใช้เทคนิคอื่นๆ*

  • การเรียนรู้ใช้สมองเป็นฐาน (Brain based learning) เช่น ค้นหาคำตอบผ่านระบบจิตประสาทสรีรวิทยา จิตสำนึก-จิตใต้สำนึก ความจำ อารมณ์ ฯลฯ การเรียนรู้ใช้การตกผลึก
  • การเรียนรู้ใช้การตกผลึก (Crystal based learning)

6. วิธีสอนภาคสนาม

มีการสะท้อนเพื่อส่งเสริมการปฏิบัติที่ดีให้คงอยู่ (Positive feedback) และ/หรือเปลี่ยนการปฏิบัติให้เหมาะสมขึ้นโดยระบุวิธีแก้ไข (Corrective feedback) ทั้งแบบทันทีที่มีโอกาสหรือแบบวางแผนไม่เกิน 2 เรื่องแล้วปล่อยให้ผู้เรียนใคร่ครวญด้วยตนเอง ซึ่งผู้สอนควรระวังภาษากาย (ไม่รีบร้อน ไม่ใช้อารมณ์) และไม่บรรยาย รวมทั้งผู้สอนเป็นกระบวนกรกับต้นแบบด้วยเทคนิคให้ผู้เรียนมารายงานใน 1 นาที (ถามผู้เรียนว่าผู้รับบริการมีภาวะอะไรและสรุปข้อมูลจากอะไร ในภาวะนี้ผู้สอนชี้นำหลักการ ในกรณีทำถูกก็ยกย่อง แต่ถ้าทำผิดก็ระบุวิธีแก้ไข) เทคนิคตั้งคำถามตื้น-ลึกด้วยใจเมตตา เทคนิคสร้างบรรยากาศการเรียนรู้แบบให้เกียรติผู้รับบริการและผู้เรียน และเทคนิคการสรุปรายงานแบบ SBAR (Situation, Background, Assessment, & Recommendation) ตามด้วยผู้สอนแลกเปลี่ยนเรียนรู้การให้เหตุผลทางคลินิกที่ชัดเจน

  • การเรียนรู้ใช้การทำงานเป็นฐาน (Work based learning)

7. ใช้เทคนิคอื่นๆ*

  • เทคนิค Agree & Disagree Statement: การตั้งคำถามจากผู้สอนแล้วให้ผู้เรียนเห็นด้วยหรือไม่พร้อมแยกกลุ่มอภิปราย
  • เทคนิค Carousel: การกำหนดหัวเรื่องจากผู้สอน แบ่งกลุ่มผู้เรียนตามหัวข้อย่อย แล้วเขียนระดมความคิดลงบนกระดาษโปสเตอร์ติดรอบๆห้อง แล้ววนไปเพิ่มเติมความคิดและใส่เครื่องหมายถูกบนกระดาษฯของกลุ่มอื่นๆ โดยใช้เวลาต่อกลุ่ม 3 นาที วนไปเรื่อยๆจนครบทุกกลุ่ม
  • เทคนิค Jigsaw: การแบ่งเนื้อหาจากผู้สอนเป็น 4 ชิ้น แล้วแบ่งผู้เรียนเป็น 4 กลุ่มตามความสนใจและถนัดในแต่ละเนื้อหา จากนั้นให้แต่ละกลุ่มวนไปสอนแบบเพื่อนช่วยเพื่อน
  • เทคนิค Predict-Observe-Explain: ผู้สอนจำลองสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องกับหัวเรื่องและให้ผู้เรียนเขียนทำนายสิ่งที่น่าจะเกิดขึ้น สังเกต และบันทึกผลที่อธิบายได้ ตลอดจนสำรวจ ค้นคว้า ทำการทดลองเพิ่มเติมและนำเสนอเป็นกลุ่ม
  • เทคนิค Clarification Pause: ผู้สอนอธิบายประเด็นที่สำคัญแล้วให้เวลาผู้เรียนตกผลึกความคิด จากนั้นผู้สอนเดินไปรอบๆห้องเพื่อเปิดโอกาสให้ผู้เรียนซักถามเพิ่มเติม
  • เทคนิค Card Sorts: ผู้สอนทำบัตรคำหรือบัตรภาพให้ผู้เรียนจัดกลุ่มตามบัตรคำหรือบัตรภาพ แล้วอธิบายเหตุผลของการจัดกลุ่มฯนั้นๆ พร้อมอภิปรายร่วมกันระหว่างผู้สอนและผู้เรียน
  • เทคนิค Chain Note: ผู้สอนเตรียมคำถาม/ข้อความพิมพ์บนกระดาษ แล้วให้ผู้เรียนตอบคำถาม/เพิ่มข้อความให้สมบูรณ์ไม่เกิน 2 ประโยค แล้วส่งไปให้เพื่อนที่นั่งถัดไปจนครบ และส่งวนกลับมาในทิศทางเดิมเพื่อให้ผู้ที่ตอบก่อนได้อ่านทบทวนด้วย

ขอบพระคุณผู้เรียนรู้กับดร.ป๊อปในการสอนเรื่อง การให้เหตุผลทางคลินิกเชิงวิทยาศาสตร์กับเงื่อนไขที่ไม่ใช่วิทยาศาสตร์แก่นศ.กิจกรรมบำบัดชั้นปีที่ 2 ม.มหิดล (รูป 1-2) กับ การอบรมเรื่อง กระบวนสร้างการรู้คิดกับการบำบัดฟื้นฟูภาวะกลืนลำบาก (3 รูปสุดท้าย)

เอกสารอ้างอิง

1. พิมพันธ์ เดชะคุปต์ และพเยาว์ ยินดีสุข. คู่มือปฏิบัติการเพื่อพัฒนาผลการเรียนรู้สู่ห้องเรียนแห่งคุณภาพ. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2555.

2. ไพฑูรย์ สินลารัตน์. ทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 ต้องก้าวให้พ้นกับดัดตะวันตก. กรุงเทพฯ: วิทยาลัยครุศาสตร์, มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์; 2557.

3. วราวุธ สุมาวงศ์. เอกสารประกอบการสอนเรื่อง Bedside teaching, Feedback, SBAR & METRC. นครปฐม: คณะกายภาพบำบัด, มหาวิทยาลัยมหิดล; 2557.

4. วัชรี เกษพิชัยณรงค์ และน้ำค้าง ศรีวัฒนาโรทัย. การเรียนเชิงรุกและเทคนิควิธีการจัดการเรียนการสอนที่เน้นการเรียนเชิงรุก. นครปฐม: สถาบันนวัตกรรมการเรียนรู้, มหาวิทยาลัยมหิดล. สืบค้นจาก http://qa.bu.ac.th/cop/index.php/component/phocadownload/category/1-km-cop-teaching?download=18:active-learning

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน กิจกรรมบำบัดชีวิต



ความเห็น (7)

ขอบพระคุณมากครับพี่โอ๋ พี่นงนาท และพี่ดารนี

เขียนเมื่อ 

ขอชื่นชมในความตั้งใจจ๊ะ เพื่อการศึกษาที่ดีกว่า กับการอุทิศตนของ ดร.ป็อป

ชื่อนชมและเป็นกำลังใจนะคะสู้


เขียนเมื่อ 

จัดการเรียนรู้อย่ากหลากหลายเพื่อตอบสนองความสามารถในการเรียนรู้ของนักเรียนแต่ละคนแตกต่างกันนะ

ขอบพระคุณมากครับคุณครูหยิน จะพยายามทำการเรียนรู้ให้ดีที่สุดเพราะเป็นจุดบกพร่องในสังคมไทยครับ แต่เหนื่อยๆมากๆที่จะปรับทัศนคติผู้สอนนะครับผม

เขียนเมื่อ 

โอโหน้อง ดร.Pop

มีหลายเทคนิคและวิธีสอนมาก

ผมเองใช้หลายกระบวนการแบบที่เล่ามาเหมือนกัน

ทำให้นิสิตและนักศึกษาเรียนรู้ได้มาก

ขอบคุณมากๆครับ

ผมก็มีอ.พี่ขจิตเป็นไอดอลทางการเรียนรู้นี่หละครับ จึงได้สร้างบทบาทกระบวนกรแห่ง Active Learning มากขึ้นทำให้นศ.ได้เกิดปัญญาในหลากหลายมิติครับ ขอบพระคุณมากครับ

เขียนเมื่อ 

มาแอบเรียนรู้ "วิชาครู" ด้วยคนครับ

ขอบคุณบันทึกอันทรงคุณภาพและงดงามเหล่านี้มากครับผม