พระปริตธรรม ตอนที่ ๒

ลุงเหมย
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ

พระปริตร แปลว่า เครื่องคุ้มครอง คือ ป้องกันอันตรานภายนอก มี โจร ยักษ์ สัตว์เดรัจฉาน และป้องกันอันตรายภายในไม่มีโรคภัยไข้เจ็บ เป็นต้น อานิสงส์ที่ได้รับจากการสวดพระปริตรนี้บังเกิดขึ้นจากอานุภาพของพระรัตนตรัยและเป็นผลของการเจริญเมตตาภาวนา ดังนั้น ผู้หมั่นสาธยายพระปริตรจึงได้รับผลานิสงส์ต่าง ๆ เช่น ประสบความสวัสดี ความเจริญรุ่งเรือง ได้รับชัยชนะ แคล้วคลาดจากอุปสรรคอันตราย มีสุขภาพอนามัยดี และมีอายุยืน ดังพระพุทธดำรัส ว่า...เธอจงเจริญพุทธนุสสติภาวนาที่ยอดเยี่ยมในภาวนาธรรม เพราะผู้เจริญภาวนานี้จะสมหวังดังมโนรถ...อมนุษย์ที่ต้องการจะทำร้ายผู้เจริญเมตตา ย่อมประสบภัยพิบัติเอง เหมือนคนที่ใช้มือจับหอกคม ย่อมได้รับอันตรายจากการจับหอกนั้น.....

ในคัมภีร์อรรถกถาพบเรื่องอานุภาพประปริตรสามารถคุ้มครองผู้สวดได้ เช่น เรื่องพระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นนกยูงทอง พระองค์ได้หมั่นสาธยายโมรปริตรที่กล่าวถึงคุณของพระพุทธเจ้า ทำใหห้แคล้วคลาดจากบ่วงที่นายพรานดักไว้ และเรื่องในสมัยพุทธกาล มีพระภิกษุห้าร้อยรูปไปเจริญภาวนาในป่า ได้ถูกเทวดารบกวนจนกระทั่งปฏิบัติธรรมไม่ได้ ต้องเดินทางกลับเมืองสาวัตถี ในขณะนั้นพระพุทธเจ้าได้ตรัสสอนเมตตปริตที่กล่าวถึงกากรเจริญเมตตา ครั้นภิกาุเล่านั้นหมั่นเจริญเมตตาภาวนา เทวดาจึงมีจิตไมตรีตอบด้วย และช่วยพิทักษ์ คุ้มครอง ให้ภิกษุเหล่านั้นปฏิบัติธรรมได้โดยสะดวก นอกจากนี้แล้ว อานุภาพพระปริตรยังสามารถคุ้มครองผู้ฟังได้อีกด้วย ดังพบเรื่องในคัมภีร์อรรถกถาว่า....ในสมัยพุทธกาล เมื่อเมืองเวสาลีประสบภัย ๓ อย่าง คือ ความอดอยากแร้นแค้น การเบียนเบียนของอมนุษย์ และการแพร่ของโรคระบาด พระพุทธเจ้าได้รับนิมนต์เสด็จไปโปรด พระองค์รับสั่งให้พระอานนท์สวดรัตนปริตรที่กล่าวถึงคุณของพระรัตนตรัย ภัยดังกล่าวในเมืองนั้นจึงสงบลง ในอรรถกถาอีกคัมภีร์หนึ่งมีเรื่องเล่าว่า.....

ในสมัยพุทธกาล เด็กคนหนึ่งจะถูกยักษ์จับกินภายใน ๗ วัน พระพุทธเจ้าจึงทรงแนะนำให้ภิกษุสวดพระปริตรตลอดเจ็ดคืน และพระองค์ได้เสด็จไปสวดด้วยพระองค์เองในคืนที่แปด เด็กนั้นก็สามารถรอดพ้นจากภัยพิบัติของอมนุษย์นั้นได้ มีอายุยืน ๑๒๐ ปี บิดามารดาจึงตั้งชื่อเด็กว่า อายุวัฑฒนกุมาร แปลว่า " เด็กผู้มีอายุยืน " เพราะรอดกพ้นจากอันตรายดังกล่าว

เมื่อพระพุทธเจ้าพระนามว่า ปทุมุตตระ เสด็จไปโปรดโกสิยชฎิล ณ ภูเขานิสภะ ชฎิลตนนั้นได้พบพระองค์แล้วเกิดโสมนัสปราโมทย์ นำดอกไม้มาประดับเป็นอาสนะที่ประทับ พระพุทธเจ้าได้ประทับนั่งเข้าผลสมบัติในที่นั้นตลอดเจ็ดวัน โกสิยชฎิลได้ยืนประนมมือระลึกถึงพระพุทธคุณตลอดเจ็ดวันเช่นกัน กุศลที่เกิดจากการระลึกถึงพระพุทธคุณนี้ ทำให้โกสิยชฎิลเกิดเป็นเทพบุตรในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ๓ หมื่นกัป เป็นท้าวสักกะจอมเทพ ๘๐ ชาติ เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๑,๐๐๐ ชาติ เป็นพระราชานับชาติไม่ถ้วน ในระหว่างนี้เมื่อเกิดเป็นมนุษย์ก็เป็นเศรษฐีมีทรัพย์ และไม่เคยไปเกิดในอบายภูมิเลย ในภพสุดท้ายได้ออกบวชเป็นพระภิกษุ ท่านปรากฏในนามว่า พระสุภูติเถระ (พระ-สุ – ภู – ติ – เถระ) ได้รับตำแหน่งเอตทัคคะผู้เป็นเลิศในการเจริญฌานประกอบด้วยเมตตาและเป็นทักขิไณยบุคคล

โบราณาจารย์ได้รวบรวมอานิสงส์ของพระปริตรไว้ดังนี้ คือ

๑. เมตตปริตร ทำให้หลับเป็นสุข ตื่นเป็นสุข ไม่ฝันร้าย เป็นที่รักของมนุษย์และอมนุษย์ทั้งหลาย เทพพิทักษ์รักษา ไม่มีภยันตราย จิตเกิดสมาธิง่าย ใบหน้าผ่องใส มีสิริมงคล ไม่หลงสติในเวลาเสียชีวิต และเกิดเป็นพรหมเมื่อบรรลุเมตตาฌาน

๒. ขันธปริตร ป้องกันภัยจากอสรพิษและสัตว์ร้ายอื่น ๆ

๓. โมรปริตร ป้องกันภัยจากผู้คิดร้าย

๔. อาฏานาฏิยปริตร ป้องกันภัยจากอมนุษย์ ทำให้มีสุขภาพดี และมีความสุข

๕. โพชฌังคปริตร ทำให้มีสุขภาพดี มีอายุยืน และพ้นจากอุปสรรคทั้งปวง

๖. ชัยปริตร ทำให้ประสบชัยชนะ และมีความสุขสวัสดี

๗. รัตนปริตร ทำให้ได้รับความสวัสดี และพ้นจากอุปสรรคอันตราย

๘. วัฏฏกปริตร ทำให้พ้นจากอัคคีภัย

๙. มังคลปริตร ทำให้เกิดสิริมงคล และปราศจากอันตราย

๑๐. ธชัคคปริตร ทำให้พ้นจากอุปสรรคอันตราย และการตกจากที่สูง

๑๑. อังคุลิมาลปริตร ทำให้คลอดบุตรง่าย และป้องกันอุปสรรคอันตราย

๑๒. อภยปริตร ทำให้พ้นจากภัยพิบัติ และไม่ฝันร้าย

พระพุทธเจ้าทรงแนะนำให้พุทธบริษัทสวดพระปริตรเพื่อคุ้มครองตน เช่น ในอาฏานาฏิยสูตร มีพระพุทธดำรัสว่า......" ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย พวกเธอจงเรียนมนต์คุ้มครอง คือ อาฏานาฎิยปริตร...... พวกเธอจงศึกษามนต์คุ้มครอง คือ อาฏานาฏิยปริตร .....พวกเธอจงจำมนต์คุ้มครอง คือ อาฏานาติยปริตร .......ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย มนต์คุ้มครอง คือ อาฏานาติยปริตร ประกอบด้วยประโยชน์ ย่อมเป็นไปเพื่อคุ้มครอง เพื่อรักษา เพื่อความไม่เบียดเบียน เพื่อความเป็นสุขของภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก และ อุบาสิกา " อนึ่ง พระพุทธองค์ตรัสไว้ในพระสูตรอื่นว่า......" ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ตถาคตอนุญาตการแผ่มเตตาแก่พญางูทั้งสี่ตระกูลเพื่อคุ้มครองตน เพื่อรักษาตน เพื่อกระทำการป้องกันตน "


พระปริตรจะมีอานุภาพมาก เมื่อผู้สวดประปริตรเพียบพร้อมด้วยองค์ ๓ คือ มีเมตตาจิตมุ่งประโยชน์แก่ผู้ฟัง , สวดถูกอักษร , ไม่มีบทพยัญชนะที่ผิดพลาด และรู้ความหมายของบทสวด แม้ผู้ฟังพระปริตรก็ต้องมีองค์ ๓ คือ ไม่เคยทำอนันตริยกรรม ๕ ( ฆ่ามารดา , บิดา , ฆ่าพระอรหันต์ ทำร้ายพระพุทธเจ้าจนถึงยังพระโลหิตให้ห้อขึ้นไป , และทำสังฆเภท ) ไม่มีมิจฉาทิฏฐิเห็นผิดว่ากรรมและผลกรรมไม่มี และเชื่อมั่นอานุภาพพระปริตรว่ามีจริงสามารถคุ้มครองผู้ฟังได้......

โบราณาจารย์ได้จำแนกพระปริตรออกเป็น ๒ ประเภท คือ

๑. จุลราชปริตร ( เจ็ดตำนาน ) มี ๗ ปริตร คือ

๑.๑ มังคลปริตร ๑.๒ รัตนปริตร

๑.๓ เมตตปริตร ๑.๔ ขันธปริตร

๑.๕ โมรปริตร ๑.๖ ธชัคคปริตร

๑.๗ อาฏานาฏิยปริตร

๒. มหาราชปริตร ( สิบสองตำนาน ) มี ๑๒ ปริตร คือ

๒.๑ มังคลปริตร ๒.๒ รัตนปริตร

๒.๓ เมตตปริตร ๒.๔ ขันธปริตร

๒.๕ โมรปริตร ๒.๖ วัฏฏกปริตร

๒.๗ ธชัคคปริตร ๒.๘ อาฏานาฏิยปริตร

๒.๙ อังคุลิมาลปริตร ๒.๑๐ โพชฌังคปริตร

๒.๑๑ อภยปริตร ๒.๑๒ ชัยปริตร

ผู้ที่มีเวลาน้อยควรสวดประปริตรที่สั้นและสำคัญ จึงควรสวดพระปริตร ๔ บทแรก คือ เมตตปริตร , ขันธปริต , โมรปริตร , และ อาฏานาฏิยปริตร เมตตปริตรและขันธปริตร เน้นการเจริญเมตตาภาวนา , โมรปริตรและอาฏานาฏิยปริตร เน้นการเจริญพระพุทธคุณ,ผู้ที่มีสุขภาพไม่สมบูรณ์ ควรสวด โพชฌังคปริตรอีกด้วย พระเถระชาวพม่าผู้ทรงพระไตรปิฎก คือ ท่านอาจารย์สิรินทาภิวงศ์ เจ้าอาวาสวัดวิสุทธาราม จังหวัดย่างกุ้ง ประเทศสหภาพพม่า ก็มีความเห็นว่าควรสวดพระปริตร ๔ บทนั้นเสมอ นอกจากประปริตรเหล่านี้แล้ว คาถาที่กล่าวถึงพระพุทธคุณ อาทิ เช่น สัพพมังคลคาถา คาถาชินบัญชร และชัยมังคลคาถา ก็ควรสวดเช่นกัน หรืออาจจะสวดคาถาเหล่านี้สลับกับพระปริตรในแต่ละวัน....ก่อนจะสวดพระปริตรผู้สวดควรสวดบทมหานมัสการ แล้วสมาทานศีลห้า หลังจากนั้น ให้สวดบทพระพุทธคุณ พระธรรมคุณ และพระสังฆคุณ แล้วจึงสวดพระปริตรหรือคาถาอื่น ๆ ต่อไป บทมหานมัสการนั้นเป็นคำแสดงความนอบน้อมคุณทั้ง ๓ ของพระพุทธเจ้า คือ พระกรุณาคุณ
พระวิสุทธิคุณ และพระปัญญาคุณ ซึ่งเป็นสิ่งที่ชาวพุทธเรานิยมสวดก่อนจะสวดมนต์....การสมาทานศีลทุกวัน เป็นการรักษาศีลให้บริสุทธิ์อยู่เป็นนิตย์ การสวดสรรเสริญพระพุทธคุณ พระธรรมคุณ พระสังฆคุณ ก็เป็นการเจริญกรรมฐาน คือ พุทธานุสสติ ธรรมานุสสติ และสังฆานุสสติ บุคคลผู้หมั่นระลึกถึงคุณของพระรัตนตรัยจะเพิ่มพูนศรัทธาในพระศาสนาเป็นอย่างดี......นอกจากนั้นชาวพุทธควรสวดบทธรรมจักรทุกวันพระ จะส่งผลให้ป้องกันภัยอันตราย และทำให้ผู้สวดประสบความเจริญก้าวหน้าในชีวิต เพราะธรรมจักรเป็นพระธรรมเทศนาแรกที่กล่าวถึงอริยสัจสี่ จึงเป็นบทที่เทวดาเคารพบูชายิ่งนัก คนไทยในสมัยก่อนเชื่อว่า บุคคลที่สวดธรรมจักรนี้ทุกวันพระ แล้วอธิษฐานให้ครอบครัวหรือญาติพี่น้องมีความสวัสดี จะมีผลานิสงส์ทำให้ผู้สวดและผู้ที่ตนแผ่ไปถึงมีความสวัสดี แคล้วคลาดจากอุบัติเหตุทุกอย่างได้

ในตอนที่ ๓ ต่อไปก็จะได้น้อมนำคำกล่าวถึงขั้นตอนและพิธีกรรมของการสวดพระปริตรมากราบเรียนให้กัลยาณธรรมและรัตนมิตรของลุงให้ทราบเป็นขั้นตอนตามลำดับไป พบกันในตอนที่ ๓ นะครับ...กราบสาธุครับ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ชุมพล บุญเหมย



ความเห็น (1)

เขียนเมื่อ 

สวัสดีปีใหม่จ้ะลุงเหมย