นวัตกรรมช่วยเหลือผู้ติดยาเสพติด มองเป็นผู้ป่วย บำบัดด้วยการให้ช่วยสังคม

กิจกรรมการสร้างคุณค่าในตัวเอง ยังให้ผู้ป่วยมีส่วนร่วมช่วยคิด ยกตัวอย่างเช่นให้นึกถึงคนที่มีพระคุณในพื้นที่ที่ยังมีชีวิตอยู่ ให้ผู้ติดยาซื้ออาหารไปเยี่ยมเยียน ทางโครงการมีเงินเล็กๆน้อยๆ เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายอาหาร หรือให้บางคนเข้าไปศูนย์เด็กเล็กของชุมชนไปสารภาพผิดกับลูกๆ

"ป ระชากรมุสลิม..สมุทรปราการ ปัจจุบันมี 23,600 คน อาศัยอยู่ในพิ้นที่มัสยิดตั้งอยู่ในพื้นที่ 14 แห่งเฉลี่ยมัสยิดละ 1,600 คนและมีผู้เสพยาเสพติดทั้งจังหวัดจำนวน 148 คน" ตัวเลขระบุผู้ติดยาเสพติดจากโครงการ "คนป่วย ก็ช่วยสังคมได้" ที่ชมรมปากลัดอินทรสีห์ จ.สมุทรปราการ ระบุไว้ในแบบเสนอโครงการขอทุนสนับสนุนจาก สำนักสร้างสรรค์โอกาสและนวัตกรรม (สำนัก 6) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)เพื่อทำโครงการเยียวยาผู้ติดยาเสพติดแบบมีนวัตกรรม

พลาชิต สุจิตโกศล ประธานชมรมปากลัดอินทรสีห์ เล่าว่า โครงการ คนป่วยช่วย ก็ช่วยสังคมได้ คือ การต่อยอดจากกิจกรรมบำบัดผู้ติดยาเสพติดของกระทรวงมหาดไทยเมื่อปี 2555 ซึ่งทางราชการให้ชุมชนมุสลิมที่มีวิถีการดำเนินชีวิตที่แตกต่างไปจากผู้นำศาสนาอื่น มุสลิมจะมีการรวมตัวกันโดยใช้มัสยิดเป็นศูนย์กลางของชุมชน ในการประกอบศาสนกิจ การศึกษาและจัดทำกิจกรรมพัฒนาสังคม โดยมีวัตถุประสงค์ให้ผู้ติดยาเสพติดรวมทั้งผู้ขายในท้องที่มาขึ้นทะเบียนเพื่อเข้าค่ายบำบัด กำหนดเวลาขึ้นทะเบียยนภา 30 วัน พร้อมให้คำจำกัดความว่ากลุ่มคนเหล่านี้เป็นผู้ป่วย แต่ต้องมาขึ้นทะเบียนและเข้าค่ายบำบัดแต่ ถ้าไม่ทำตามข้อตกลง ตำรวจสามารถจับกุมได้ตามกฏหมาย แต่ทั้งนี้ผู้มาเข้าค่ายได้สิทธิพิเศษ หากกลับไปทำความผิดซ้ำ ในครั้งแรกจะถูกว่ากล่าวตักเตือน แต่เมื่อทำผิดครั้งที่ 2 จะจับกุมทันที

"ค่ายพัฒนาคุณภาพชีวิตมัสยิดดารอสอาดะห์" นำเสพยาในฐานะผู้ป่วยทั้งสิ้นจำนวน 100 คน เข้าค่ายพัฒนาคุณภาพชีวิตเป็นเวลา 9วัน 8 คืน ใช้หลักศาสนาอิสลามมาช่วยอบรมให้กับผู้หลงผิด

"เน้นอบรมให้รู้รับรู้ร้อนว่ามีสถานการณ์อะไรเกิดขึ้นในสังคม ปกติคนกลุ่มนี้จะไม่รับรู้อะไรเลยไม่ว่าสังคมจะเป็นอย่างไร ไม่สนใจมุ่งอยู่แต่ตัวเอง โดยเอาคำสอนของศาสนามาประยุกต์ใช้เช่น จงเป็นมือบน หมายถึงเป็นผู้ให้" พลาชิต เล่าพร้อมอธิบายว่า ความหมายของผู้ให้ก็คือ เช่นยิ้มให้กันก็เป็นผู้ให้แล้ว หรือแม้แต่เข้าบ้านแล้วมีความรู้สึกที่ดีก็ขอบคุณทุกคนในบ้าน พยายามค่อยๆสร้างสิ่งเหล่านี้ให้เกิดขึ้นในใจ ซึ่งในหลักคำสอนศาสาอิสลามมีอยุ่ครบวงจรแล้ว เพียงแต่ผู้นำทางศาสนาอาจทำไม่ครบไม่นำมาใช้จนทำให้คนในชุมชนหลงผิดติดยา ทางเดียวที่แก้ไขคือต้องเอาคนของเราที่อ่อนแอมาคิดให้แข็งจงได้

"เมื่อกฏหมายบอกว่าไม่สาย ทางศาสนาถือว่าไม่สาย กฏหมายยังให้อภัยได้ ศาสนามีแต่ความเมตตาเมื่อเราคิดบวกจะมีอะไรที่ต่อยอดไปได้ "

กิจกรรมการสร้างคุณค่าในตัวเอง ยังให้ผู้ป่วยมีส่วนร่วมช่วยคิด ยกตัวอย่างเช่นให้นึกถึงคนที่มีพระคุณในพื้นที่ที่ยังมีชีวิตอยู่ ให้ผู้ติดยาซื้ออาหารไปเยี่ยมเยียน ทางโครงการมีเงินเล็กๆน้อยๆ เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายอาหาร หรือให้บางคนเข้าไปศูนย์เด็กเล็กของชุมชนไปสารภาพผิดกับลูกๆ

ค่ายบำบัดยาเสพติดมีหลักเดียวกันคือเน้นกิจกรรมสร้างคุณค่าในตัวเองให้กับบผู้เสพ แต่ความโดดเด่นของค่ายพัฒนาคุณภาพชีวิตมัสยิดดารอสอาดะห์ เปิดโอกาสให้คนในครอบครัวผู้ป่วยเข้าร่วมด้วย ซึ่งอยู่ในขอตกลงก่อนเข้าค่ายว่าต้องมีคนในครอบครัวอย่างน้อย1 คนมาอยู่ในค่ายเพื่อร่วมเปลี่ยนทัศนคติ ซึ่งทั้ง 14 มัสยิดในพื้นที่สมุทรปราการได้จัดกิจกรรมในรูปแบบเดียวกัน โดยแบ่งเป็นกลุ่มกลุ่มละ 7 มัสยิด

พลาชิต ย้ำว่านี่คือคำแนะนำของสสส.หลังจากที่สะท้อนปัญหาภายหลังผู้ผ่านค่ายทางการ 8 คืน 9 วันแล้วในหลายพื้นที่ ผู้ป่วยจากเสพติดต้องไปเผชิญปัญหามากมาย หนึ่งในนั้นคือ อาการอยากยา เมื่ออยู่ในค่ายมีกิจกรรม อยูในกติกา มีเจ้าหน้าที่ตำรวจดูแล มีผู้นำทางช่วยลบความคิดทำให้อาการอยากยาถูกกำจัดลงได้ นอกจากนี้ยังมีปัญหาไม่มีงานทำ ไม่มีที่ยืนในสังคม เกิดการกดดันและถูกกีดกันไม่ให้เข้าร่วมกิจกรรมต่างๆในชุมชน

"เมื่อราชการบอกว่าเขาเหล่านี้เป็นผู้ป่วยหลังจากหมอให้ยาแล้ว การที่จะรักษาสุขภาพดีต่อเนื่องได้คืออะไร ชุมชนต้องช่วยกันคิด ยาขนานนี้ไม่ใช่ยาเม็ด แต่เป็นยาทางสังคมเยียวยาทางจิตใจ ชุมชนต้องช่วยกันคิดกันออกแบบ เขาขาดความรับผิดชอบในครอบครัวตั้งแต่แรก อย่างแรกคือมีความเคารพคนในครอบครัว เมื่อเขาเข้าสู่ช่วงวัยรุ่น ก้าวถลำไปเพราะไม่รู้ว่าชีวิตมีเป้าหมายอะไร" พลาชิต สะท้อนปัญหาของผู้ติดยาชาวมุสลิม

ดังนั้นการต่อยอดค่ายบำบัดของที่นี่ จึงเริ่มตั้งแต่ ในคนกลุ่มนี้เป็นที่ยอมรับของสังคมก่อน โดยเข้าร่วมกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์เพื่อชุมชน เช่นทำความสะอาดสุสาน ช่วยสอนหนังสือเด็ก ช่วยดูแลผู้ป่วยในโรงพยาบาล หรือเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้กับหน่วยงานในพื้นที่ เช่น อสม.

ภายใต้หลักการที่ว่า ทุกคนต้องลงทุนแต่การลงทุนในที่นี้คือการลงทุนความดี ลงทุนสร้างสัมพันธ์ที่ดี ซึ่งตรงนี้ต้องเริ่มจากครอบครัวก่อนให้การยอมรับ ให้กำลังใจ จากนั้นหาอาชีพให้คนกลุ่มนี้ ที่ทำได้คืองานรับจ้างทั่วไป เด็กเสิร์ฟในร้านอาหาร หรือขับวินมอเตอร์ไซด์ ซึ่งส่วนใหญ่มีรอมอเตอร์ไซด์อยู่แล้ว

จำนวนผู้เข้าค่ายทั้งหมด 100 คน กว่า 40 คนที่สามารถปรับเปลี่ยยพฤติกรรมเลิกใช้ยาเสพติด สมองสามารถฝึกฝนให้แยกแยะสิ่งดีและไม่ดีได้ แต่บางคนยอมรับว่าอาจต้องใช้บ้างเพราะยังติดความเชื่อผิดว่ายาคือสิ่งที่ช่วยให้เกิดความอดทนต่อการทำงาน

ผู้ติดยาเสพติดในชุมชนซอย 8 อ.พระประแดง วัย 26 ปี ปัจจุบันประกอบอาชีพรับจ้างทาสี เปิดใจหลังเข้าค่ายนี้ว่า สิ่งที่เห็นได้คือความคิดของตัวเขาเองจะมีความฉุกคิดขึ้นมาเมื่อมีอาการอยากยา จะมีความคิดส่วนหนึ่งที่อยากต้านไว้ วิธีที่พยายามใช้คือไม่เก็บเงินไว้ที่ตัวเอง เพราะเมื่อมีเงินทำให้ง่ายต่อการไปหายา

"จากการวิเคราะห์ของกลุ่มผู้ทำงานในค่ายพบว่าคนกลุ่มนี้มีจุดเด่นที่ความกล้า กิจกรรมที่ที่จัดให้เรื่องการบำเพ็ญประโยชน์ในสังคม หรือการเข้าไปขอโทษลูกเขากล้าที่จะทำดังนั้น หากได้จุดพลังส่วนดีให้ออกมาเชื่อว่าคนกลุ่มนี้จะเป็นคนที่ดูแลชุมชนได้" พลาชิตให้มุมมอง

เป้าหมายสูงสุดของการเยียวยาผู้ติดยาเสพติดในโครงการนี้ มุ่งหวังให้เขามีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ให้เขาเป็นบุคคลที่เป็นประโยชน์ ครอบครัวมีความรับผิดชอบต่อชุมชน และท้ายที่สุดในกลุ่มผู้ป่วยจากยาเสพติดรู้จักคุณค่าของเงินและมีรายได้

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน สร้างสรรค์โอกาส สสส.



ความเห็น (0)