ก้าวย่ำ ก้าวย้ำ

วันพุธ ที่ 7 มกราคม 2558

วันที่สามของการทำงานแล้ว นับจากช่วงปีใหม่ ฮึบ ๆ ตั้งใจหลายอย่างกับตนเอง

ยังลงมือทำเพียงงานเขียน แต่ lab ยังไม่ได้ลุย ร่วมกับการประสานงานเป็นไปได้แบบพอไหว

ทำไม ยังไม่ลงแล็บ ลึกๆมีการต่อรอง แต่ก็มีข้ออ้างของงานเขียนที่สำคัญและเร่งด่วนกว่าเพราะจะถึงวันสุดท้ายในสัปดาห์หน้า

ควรจะเสร็จเมื่อไหร่ ควรต้องเสร็จภายในอาทิตย์นี้ถ้าล้ำไปอาทิตย์หน้า

มีอะไรอิลุงตุงนังแน่ ๆ

หายจากการเขียนบันทึกไปสองวัน ตกร่องเก่า ตั้งใจเข้มงวดกับตนเองบางอย่าง

แล้วทานแรงกิเลสในตนเองไม่ไหว หงายเก๋ง แบบครางอิ๋งๆ แล้วก็ลงร่องเดิม

แต่ภารกิจที่ครูเมตตามอบให้ดึงใจไว้ ร่วมกับการให้กำลังใจและออกแรงกระตุ้นของพระพี่ชาย

ให้ไปวิ่งแล้วเข้าสู่ร่องรอยที่ครูบาอาจารย์ชี้แนะไว้ จนกลับมานั่งเขียน

ใจได้บทเรียนอะไรไหม

อินทรีย์ยังอ่อนมาก ยังประคองตนเอง ย้ำตนเองให้อยู่ในร่องในรอยไม่ได้

นี่ไงคือ คำตอบที่ครูบาอาจารย์ท่านเป็นที่สุดแห่งควาเมตตาช่วยสอนสั่งดึงลากเพราะมันลากตนเองไม่เป็น

ในขณะที่ใช้ชีวิตก็ถามตนเอง "ทำไปทำไมวะ"

อะไรดีไม่ดี มันรู้

ทำแบบนี้แล้วจะได้ผลเป็นยังไงก็คิดได้

แต่ยังแพ้กิเลสอยู่

ตอนอยู่วัดครูก็เมตตาชี้

พอดูเป็น เห็นกิเลสตนเองบ้างแล้ว

ถ้าเชื่อกิเลสก็จะเหมือน คนไข้จิตเวช

ทำไปนานๆ มันจะติดไปในจิต มีแต่การภาวนาเท่านั้นที่จะแก้ไขได้

แต่คนไข้จิตเวช กินยา ก็อย่างที่เห็น มันจะภาวนาได้ยังไง

อยากได้แบบไหนก็ทำเอา

ได้เรียนรู้อะไรไหมกับสองสามวันนี้

ถ้าไม่หักไม่ห้ามแม้ตั้งใจอยู่ แต่ยังเปิดช่องให้กิเลสลักลอบมาโจมตี

นิสัยติดดีจะทำให้ ก้าวไม่ข้ามข้อบกพร่องหรือความผิดพลาด แล้วจะไหลลงร่อง ซ้ำเติมตนเองเหมือนเก่า

แก้ยังไง

ตั้งสติ กอดข้อวัตรให้มั่น ผิดพลาดพลั้ง รีบหันเข้ามองใจตนเองแบบที่ครูชี้ว่า

"ใจแบบนี้คือ ตั้งใจไม่ต่อต้าน"

หรือถ้าใจมันเป็นยังไง ก็ ทำความรู้ดูลงไป

อันนี้แนวทาง แล้วยังไงจะทำได้ นี่ต่างหากเพราะที่ผ่านมาทำไม่ได้

แล้วยังไงจะทำได้

หาซิ

หายใจเข้าลึกๆ ย้ำกับตนเอง

คนตาบอดมันผิดได้อยู่แล้ว ล้มได้อยู่แล้ว

แต่ต้องลุกให้ได้

หนูรู้ครูบาอาจารย์ท่านเชียร์อยู่ ลุ้นอยู่ ให้กำลังใจอยู่

และพร้อมมากที่จะ ให้เรียนบทเรียนถัดๆไปเมื่อใจลูกศิษย์พร้อม

เอานะ สู้ๆ ให้กำลังใจตนเอง

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เพียงเพียรพอ



ความเห็น (0)