กราบแม่...นำบทกวีความรักที่ยิ่งใหญ่มาฝากครับ

"...กราบแม่ที่อกแม่ ที่แม่ให้เป็นห่วงหวง

ลึกซึ้งอยู่ในทรวง บริสุทธิ์และสดใส

กราบแม่ที่มือแม่ แม่มีค่ามากกว่าใคร

มือแม่ละมุนละไม และเข้มแข็งประคับประคอง


กราบแม่ที่ตักแม่ ไม่เคยแปรที่เคยปอง

ดั่งทิพย์และเตียงทอง คือตักแม่เสมอมา

กราบแม่ที่เท้าแม่ แม่เฝ้าวางทางชีวา

จิตตั้งกตัญญุตา ว่ารักแม่นิรันดร์สมัย..."


เมื่อตอนเย็น ผมไปกินข้าวที่บ้านน้องสาว ที่เปิดร้านอาหาร

มีหนังสือพิมพ์ เพื่อบริการลูกค้า ผมจึงเปิดอ่านดู...พบคอลัมน์ของ "กิเลน ประลองเชิง" มุมขวา หน้า 3

มีกาพย์ยานี ซึ่งอาจารย์เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ เมตตาเขียนให้เกียรติประวัติให้แม่ปาน หัวข้อ...กราบแม่


แม่ปาน ตั้นพันธ์ คือใครครับ พอดีลองค้นดู เจอต้นฉบับของบทความพอดีครับ

......................

ราวบ่ายโมง...ก่อนสองวันจะสิ้นปีเก่า ผู้คนมากมายกำลังเตรียมตัวเตรียมใจสนุกกับวันปีใหม่...ผู้หญิงสูงวัย ชื่อ ปาน ตั้นพันธ์ ก็หมดลมหายใจ ลาจากลูกๆหลานๆ

ศพแม่ปาน ตั้นพันธ์ เผาเวลาบ่ายโมง 5 ม.ค.2558 ก็วันนี้ ที่วัดสะมิหลัง ต.แหลมสัก อ.อ่าวลึก จ.กระบี่

นับแต่ลืมตาดูโลก จนถึงวันสุดท้าย นับอายุได้ 101 ปีกับ 4 เดือน สังขารแม่ปาน เปรียบผลไม้...ก็สุกงอมเต็มที...ถึงวันเวลาที่หลุดจากขั้ว หล่นจากต้น...

ความตาย เป็นเรื่องที่อยู่ในความคาดหมาย...ลูกหลานคงทำใจได้ ไม่โศกเศร้าพิไรรำพันจนเกินไป

คำสอนขั้นพื้นฐาน ภาษาโลก พระพุทธเจ้า สอนว่า ความเกิดเป็นทุกข์ ความเจ็บเป็นทุกข์ ความชราเป็นทุกข์ จนถึงขั้นสุดท้าย...ความตายก็เป็นทุกข์...

รวมความว่า ทั้งหลายทั้งปวงนี้ เป็นต้นเหตุแห่งทุกข์

แต่ในบทสวดบังสุกุล พระท่านพึมพัมภาวนา...หน้าศพบนเมรุ

ก่อนเผา...ที่ชาวบ้านบางคนอาจจำได้...อนิจจา วต สังขารา จนไปถึง เตสัง วูปสโม สุโข

อนิจจา วต สังขารา แปลว่า สังขารทั้งหลายไม่เที่ยง...เตสัง วูปสโม สุโข แปลว่า ความตายเป็นสุข...

นี่ก็อีกพุทธวจนหนึ่ง แต่พุทธวจนนี้ เหตุไฉนความตายที่เคย

สอนว่า เป็นทุกข์ จึงพลิกเป็น ความตายเป็นสุข...ไปได้เล่า นี่เป็นคำสอนอีกมิติ มิติของภาษาธรรม...ที่ชาวพุทธทั้งหลายต้องพยายามใคร่ครวญ

ท่านอาจารย์พุทธทาส เคยสอน "จงตายเสียก่อนตาย" ผมพยายามทำความเข้าใจ...เมื่อหยุดตัณหาเสียได้ หยุดอุปาทาน ได้ หยุดภพไว้ได้ การเกิด (ชาติ) ก็ไม่มี...เมื่อชาติไม่มี (ไม่เกิด) ความแก่ ความตาย เป็นเหตุแห่งความทุกข์ก็ไม่มี

นี่เป็นคำสอน...ดับทุกข์ทางใจ...สอนกันด้วยภาษาธรรม ซับซ้อน ลึกซึ้ง ยากจะเข้าใจ แต่ถ้าสอนกันด้วยภาษาโลก...บทสวดบังสุกุล บทสุดท้าย...ความตายเป็นสุข...ก็เข้าใจได้เลย

แม่ปาน ตั้นพันธ์ เกิดมาแล้ว แม้ไม่ร่ำรวย แต่ก็เลี้ยงลูกทั้ง 10 คน จนเติบใหญ่ หลายคนได้ดิบได้ดี...หลายคนจบปริญญาตรี-โท หลานคนหนึ่งจบด็อกเตอร์ ทุกคนมีอาชีพเป็นหลักฐานมั่นคง

วาสนาของแม่ปาน ที่ควรถูกบันทึกไว้ในปูมประวัติ...ลูกคนหนึ่ง (คุณอุบล หลิมสกุล) วันนี้เป็นสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ

ภาพจำของยาย หญิงชราตัวเล็ก นุ่งผ้าปาเต๊ะ สวมเสื้อสีขาวรัดอก ตลอดชีวิต เป็นหัวแรงใหญ่ในบ้าน ทำมาหากินได้ทุกอย่าง แข็งขันกว่าผู้ชาย ถึงหน้านาทำนา ปลูกผักทำไร่ ทำขนมขายเดินขาย

อาชีพเปลี่ยนแปลงได้ เรื่องเดียวที่แม่ปานไม่เคยเปลี่ยน คือ ความรัก ความห่วงลูกหลาน...เจอหน้าก็ถาม...กินข้าวหรือยังทำมาหากินไปได้แค่ไหน

ตอนที่แม่ปานหลับ...หลับไปอย่างไม่ตื่น ไม่ถึงกับเดียวดาย...มีลูกสาวอยู่ด้วยสามคน ลูกหลายคนเสียใจ วาระสุดท้าย ไม่ได้อยู่ดูใจแม่...แต่ลูกๆก็เชื่อกันว่า แม่หลับไปอย่างมีความสุข

อาจารย์เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ เมตตาเขียนกาพย์ยานี เป็นอีกเกียรติประวัติให้แม่ปาน หัวข้อ...กราบแม่

กราบแม่ที่อกแม่ ที่แม่ให้เป็นห่วงหวง ลึกซึ้งอยู่ในทรวง บริสุทธิ์และสดใส กราบแม่ที่มือแม่ แม่มีค่ามากกว่าใคร มือแม่ละมุนละไม และเข้มแข็งประคับประคอง

กราบแม่ที่ตักแม่ ไม่เคยแปรที่เคยปอง ดั่งทิพย์และเตียงทอง คือตักแม่เสมอมา กราบแม่ที่เท้าแม่ แม่เฝ้าวางทางชีวา จิตตั้งกตัญญุตา ว่ารักแม่นิรันดร์สมัย

ผมเคยเขียนหนังสือ ใช้นามปากกา ทองปลิว ลูกแม่ปาน อ่านกราบแม่ของพี่เนาว์แล้วก็ร้องไห้

แม่ปานเป็นครอบครัวจีนฮกเกี้ยนริมทะเลอันดามัน กลมกลืนอยู่กับวัฒนธรรม ปะป๋า ย่าหยา...แต่ลูกๆแม่ก็ใส่เสื้อไว้ทุกข์ธรรมดา ไม่เอาอย่างธรรมเนียมจีนที่ถือกันว่า ญาติผู้ใหญ่ที่อายุถึง 100 ปี ตาย ถือว่ามีบุญมาก ไม่ต้องไว้ทุกข์

คนที่เกิดมาตลอดชีวิต ทำแต่กรรมดี มีอายุยืนยาว...ตอนตาย

ก็ควรตาย...อย่างมีความสุข

ส่วนคนที่ยังอยู่นั้น...ก็ยังจมอยู่กับความทุกข์สารพัด ทุกข์ของตัวเอง ทุกข์กับลูกๆหลานๆ และสุดท้าย ทุกข์กับช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญ การปฏิรูปบ้านเมือง

ผมมองปัญหาการเมือง แล้วกำลังเชื่อว่า ความตายเป็นสุข...จริงๆ.

กิเลน ประลองเชิง


*ที่มาบทความ http://www.thairath.co.th/content/472668

**ที่มารูปภาพ http://board.palungjit.org/


ด้วยหัวใจที่เรียนรู้และแบ่งปันครับ

5 มกราคม 2558



บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ความสุขของหมออนามัย



ความเห็น (6)

เขียนเมื่อ 

เขียนเมื่อ 

เขียนเมื่อ 

สาธุๆครับ

ได้ไปช่วยแฟนพ่อห่อลำไย

สนุกมากๆ

แต่ไม่ได้กราบแม่ครับ

แม่แกล้งถามว่า ใครมานะ 555

แม่แกล้งจำไม่ได้ซะงั้น

เขียนเมื่อ 

หวัดดีอีกรอบจ้ะ คุณมะเดื่อส่งข้อความฝากมาในเมล์ติดต่อมาถึงคุณทิมกาบแล้วจ้ะ กรุณาเช็ดดูนะจ๊ะ

เขียนเมื่อ 

ซี้งใจอ่านแล้วชื่นชมในผลงานมากๆนะคะ

ชื่นชมมากค่ะ....