สองวัยชวนกันไปวัด จุดเริ่มต้นกิจกรรมชุมชนน่าอยู่บ้านกรูด

การร่วมกันทำกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ต่างๆ ก็สร้างจิตสาธารณะให้เกิดขึ้น ทำให้ความสำพันธ์ระหว่างสมาชิกชุมชนใกล้ชิดกันมากขึ้น เกิดความร่วมมือกันในหลายๆกลุ่ม ทั้ง อบต.ธงชัย กลุ่ม อสม. กลุ่มแม่บ้าน ผู้สูงอายุ และเยาวชนได้ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์

เมื่อสภาพสังคมเปลี่ยนไปทำให้วัยรุ่นหนุ่มสาวทุกวันนี้ห่างไกลจากวัดมากขึ้น การทำบุญตักบาตรที่เคยเป็นกิจวัตรตอนเช้าๆของพุธศาสนิกชนลดลง รวมทั้งการเข้าวัดเพื่อร่วมกิจกรรมทางศาสนาก็มีน้อยลง การนับถือศาสนาพุทธกลายเป็นแค่การระบุให้บัตรประชาชนหรือสำเนาทะเบียนบ้าน โอกาสที่จะเข้าวัดเหลือแค่กิจกรรมที่จำเป็นต้องไปจริงๆ เช่น งานบวช หรืองานศพ เท่านั้น

แต่ที่ชุมชนสวัสดิการบ้านทางสาย ต.ธงชัย อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ หมู่บ้านเล็กๆ 93 ครัวเรือน ส่วนใหญ่ทำอาชีพเกษตรกรรม สวนมะพร้าวและทำประมง ยังคงเหนียวแน่นศรัทธาต่อพระพุทธศาสนาสืบทอดตั้งแต่รุ่นปู่ ย่า ตา ยาย ถึงลูกหลานเด็กเล็ก และใช้เวลานอกเหนือจากหน้าที่การงานเข้าวัดฟังธรรมและยังมีกิจกรรมสวดมนต์อยู่อย่างสม่ำเสมอ นับเป็นกิจกรรมที่เชื่อม "บวร" คือ บ้าน วัด และโรงเรียนเข้าไว้ด้วยกัน

ฉัตรธวัช คงสมัคร ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 9 บ้านทางสาย เผยว่าชุมชนบ้านทางสายมีกิจกรรมที่สำนักสร้างสรรค์โอกาสและนวัตกรรม (สำนัก 6) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ให้การสนับสนุนและทำร่วมกันอยู่เป็นประจำ ส่วนใหญ่เป็นกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ในชุมชน ทั้งการดูแลสภาพแวดล้อม ด้วยการปั่นจักรยานเก็บขยะข้างทางที่ผ่านหมู่บ้าน ซึ่งเป็นถนนที่ไปสู่หาดบ้านทางสายและหาดบ้านกรูดที่เป็นแหล่งท่องเที่ยว โดยจะมีการนัดแนะกันล่วงหน้าผ่านโทรศัพท์ไปยังแกนนำแต่ละคุ้มบ้านกระจายต่อไปยังกลุ่มชาวบ้าน การปลูกต้นไม้เพิ่มความร่มรื่นข้างทาง ขณะเดียวกันก็เปิดคลีนิกจักรยานอบรมเยาวชนให้มีความรู้เรื่องกฎจราจร โดยเชิญเจ้าหน้าที่ตำรวจด้านงานจราจรมาให้ความรู้เรื่องความปลอดภัยในการขับขี่ การใช้ถนน และเปิดซ่อมจักรยานบริการผู้เข้าร่วมกิจกรรมอีกด้วย แต่กิจกรรมที่น่าภาคภูมิใจก็คือ กิจกรรมที่ผู้ใหญ่และเยาวชนเข้าวัดสวดมนต์ทุกวันพระขึ้นหรือแรม 15 ค่ำ นอกเหนือการไปทำบุญตักบาตรในตอนเช้าที่วัดทางสาย

"ก่อนทำกิจกรรมทุกครั้งก็จะมีการประชุมลูกบ้านก่อน ยอมรับว่าโครงการชักชวนให้ผู้ใหญ่และเด็กๆไปสวดมนต์ในวันพระในตอนแรก ไม่ค่อยมีใครสนใจ เป้าหมายจริงๆต้องการสมาชิกสัก 20 คน ชักชวนกันไปครอบครัวละ 2 คน พอถึงเวลากลับมีผู้เข้าร่วมมากกว่านั้น และยังคงเหนียวแน่นมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมเพิ่มขึ้น"

ผู้นำชุมชนบอกว่าจุดประสงค์ของโครงการสวดมนต์ ทำสมาธิในวันพระนั้น ก็เพื่อสร้างความสงบในจิตใจ ปลูกฝังความดีงามให้แก่เยาวชน สร้างความสัมพันธ์ระหว่างลูกหลานกับผู้อาวุโส สร้างเสริมบารมีกับทุกคน ความสัมพันธ์ระหว่างวัดกับบ้านก็ใกล้ชิดกัน โดยกิจกรรมสวดมนต์จะเริ่มในเวลา 19.30 น. ในวันขึ้นหรือ 15 ค่ำ ที่วัดทางสาย มีพระสงฆ์นำสวดมนต์และทำสมาธิไปด้วยจบกิจกรรมในเวลา 21.00 น. จึงแยกย้ายกลับบ้าน

ส่วนกิจกรรมเก็บขยะ ทำความสะอาดในพื้นที่สาธารณะ เช่น ถนน ชายหาดและในวัด โรงเรียน และกิจกรรมปลูกต้นไม้ริมทาง จะนัดแนะกันทำเดือนละ 1 ครั้ง เนื่องจากถนนที่ผ่านหมู่บ้านเป็นเส้นทางหลักที่นักท่องเที่ยวผ่าน ประกอบกับชาวบ้านเองไม่มีที่ทิ้งขยะก็มักจะนำไปทิ้งหลังบ้าน ทำให้สุนัขรื้อค้นส่งผลให้ขยะกระจาย จึงต้องรณรงค์ให้ทิ้งขยะให้เป็นที่ แล้วรวบรวมมาทิ้งในจุดที่ อบต.ธงชัย จัดถังขยะรองรับไว้ให้ ซึ่งได้รับความร่วมมือดี

ผู้ใหญ่บ้านบ้านทางสายย้ำว่าแม้ชุมชนจะมีสมาชิกแค่ 200 กว่าคน แต่การร่วมกันทำกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ต่างๆ ก็สร้างจิตสาธารณะให้เกิดขึ้น ทำให้ความสำพันธ์ระหว่างสมาชิกชุมชนใกล้ชิดกันมากขึ้น เกิดความร่วมมือกันในหลายๆกลุ่ม ทั้ง อบต.ธงชัย กลุ่ม อสม. กลุ่มแม่บ้าน ผู้สูงอายุ และเยาวชนได้ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์

ที่สำคัญคือการสร้างความรักและสามัคคีให้เกิดขึ้นในหมู่บ้านเล็กๆแห่งนี้


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน สร้างสรรค์โอกาส สสส.



ความเห็น (0)