บิสมิลลา ฮิรเราะห์ มานิรเราะห์ฮีม

ภาพกราฟิกของคำว่า بسم الله الرحمان الرحيم "บิสมิลลา ฮิรเราะห์ มานิรเราะห์ฮีม" ด้วยพระนามของอัลลอฮ์ผู้ทรงเมตตากรุณาปรานีเสมอ

หลักการปฏิบัติ (รุกุ่น الركن ) – ในภาษาอาหรับเรียกว่า "รุกุ่น (الركن เอกพจน์, อัรเราะกาน الاركان พหูพจน์) " แปลว่า กฎ ข้อบังคับ มุม ในอิสลามมีกฎการปฏิบัติ 5 ประการ คือ

  • 1.การปฏิญาณ (اَلشَّهَادَاتَيْنَ) (Promising to Allah)ตนต่ออัลลอฮ์ว่า - "اَشْهَدُ اَنْ لاَ اِلَهَ اِلَّا اللهُ وَ اَشْهَدُ اَنَّ مُحَمَّداَ رَسُوْلُ اللهِ / คำอ่าน อัชชะฮาดุ อั้น ลาอี้ลาฮะ อิลลัลลอฮิ วะ อัชชะฮาดุ อั้นนะ มุฮัมมะดั้ร เราะซูลุลลอฮิ /Ibear witness that there is no god but God, and I bear witness that Muhammad is His messenger. / ฉันขอปฏิญาณว่าแน่แท้ไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากอัลลอฮุและฉันขอปฏิญาณว่าแน่แท้แล้วมุฮัมมัดเป็นศาสนทูตของอัลลอฮิ
  • 2.การตั้งมั่นในละหมาด (اَلصَّلاَةُ) (Pray, 5 times a day) - วันหนึ่งห้าเวลา (ดูเรื่องละหมาด)
  • 3.การจ่ายซะกาต (الزكاة) (Yearly Tax) - ทรัพย์สินเงินทอง สินค้า ปศุสัตว์ ผลิตผลทางการเกษตร เข้าเกณฑ์พิกัดก็จะต้องนำจ่ายแก่ หน่วยงานที่ทำการเรื่องภาษี
  • 4.การถือศีล-อดในเดือนเราะมะฎอน (صوم رمضان) - เดือนเราะมะฎอนคือเดือนที่ 9 ในปีปฏิทินจันทรคติอิสลาม เริ่มถือศีลก่อนตะวันขึ้น และละศีลได้เมื่อตะวันลับขอบฟ้าล้า เป็นเวลา หนึ่งเดือน (29 หือ 30วัน)
  • 5.การไปปฏิบัติฮัจญ์ (الحج في بيت الله) – การไปปฏิบัติฮัจญ์นั้นมีหลักเกณฑ์ว่า
  • 1)ต้องมีความพร้อมทางร่างกาย (การที่ป่วยแล้วคิดว่าจะไปตายที่นครมักกะห์ขณะทำฮัจญ์นั้นมีความคิดที่ผิดจากหลักสาศนาอิสลาม)
  • 2)ต้องมีความพร้อมทางเศรษฐกิจภายในบ้านและครอบครัว อย่างไม่บกพร่อง ไม่มีหนี้สิน ไม่กู้หนี้ยืมสินใครเพื่อฮัจญ์
  • 3)ต้องมีความปลอดภัยระหว่างทาง
  • 4)ถ้าเป็นสตรีจำเป็นต้องมีมะหฺร็อม (ผู้ดูแลและคุ้มครองขณะไปทำฮัจญ์ "ท่านนบีฯ เคยให้สามีนายหนึ่งที่จะต้องไปสนามรบ ไปเป็นมะหฺร็อมแก่ภรรยาที่จะไปทำฮัจญ์)

ภาพกราฟิกของคำว่า صلي الله عليه و سلم "ซ็อล ลัลลอฮุ อ้าลัยฮิ วะ ซัลลัม" ขอพระองค์อัลลอฮฺทรงสรรเสริญ และให้ความสันติแด่ท่านบีมหัมมัด ด้วยเถิด

เศาะหาบะฮฺ (صحابة ) – คือบรรดาเหล่าคนใกล้ชิด คนสนิท คนติดตาม คนคอยช่วยเหลือ สาวก ท่านนบีฯ

อัลลอฮ์ اَللّهُ – เป็นชื่อหนึ่งของพระเจ้าผู้ทรงเอกะของยิว คริสต์ อิสลาม ในภาษาอาหรับมีชื่อเรียกอัลลอฮ์ 99 พระนาม

ละหมาด - เป็นคำที่แผงมาจาก นมาซ نماز ในภาษาเปอร์เซีย และอูรดู ซึ่งมีความหมายว่า การนมัสการ สักการะ ต่ออัลลอฮ์ มีความหมายในภาษาอาหรับว่า "เซาะลาต์ الصلاة" มีความหมายตรงกับภาษาอังกฤษว่า Pray

ซุนนะตุ้นนบี سنة النبي - คำว่า "ซุนนะห์ หมายถึงแบบอย่างพระจริยาวัตรและพระวัจนะพระดำรัสท่านศาสดามุฮัมมัด คำว่า "นบี" หมายถึงศาสดาต่าง ๆ ท่านได้วิวรณ์จากคัมภีร์อัลกุรอานซึ่งเป็นพระดำรัสของอัลลอฮ์ ผ่านมะลาอิกะห์ (ทูตจากอัลลอฮุนำสาสน์มาสู่ท่านศาสดามุฮัมมัด)

นบี – คือบรรดาท่านศาสดาต่างๆ แต่ไม่ได้รับคัมภีร์มาเผยแผ่แก่ประชาชาติ ในอัลกุรอานกล่าวนามไว้ประมาณ 25 ท่าน

ศาสนทูตหรือ เราะซู้ล (رسول الله ) – คือนบีที่ได้รับคัมภีร์มาเผยแผ่ศาสนาด้วย เช่นท่านนบีมูซา (Moses) ได้รับคัมภีร์เตาร็อต توراة Torah (Old Testament), ท่านนบีอีซา (Jesus) ได้รับคัมภีร์อินญีล انجيل Bible (New Testament), ท่านนบีมุฮัมมัด (Muhammad) ได้รับคัมภีร์อัลกุรอาน القران Al Quran

มะลาอิกะห์ ملاكة - คือบริวารของอัลลอฮ์ที่ถูกสร้างจากรัศมีของอัลลอฮ์ ไม่มีรูปร่าง ไม่มีเพศ ไม่กินไม่ดื่ม ไม่หลับไม่นอน ไม่ขยายเผ่าพันธุ์ มีชั้นศักดิ์ต่ำกว่ามนุษย์ มีหน้าที่นำสาสน์หรือพระดำรัสมาสู่ท่านศาสดา มะลาอิกะห์ไม่ใช่ทูตสวรรค์ ไม่ใช้ เทวดานางฟ้า ไม่ใช่ Angle

โองการوهي (วะฮี) - [n.] divine prescription [n.] a command - คือคำพระดำรัสจากอัลลอฮ์ ผ่านมะลาอิกะห์ มาสู่ท่านนบี

เซาะฮาบะห์ صحابة (สาวก) - ศิษย์,ผู้เจริญรอยตาม,ลูกศิษย์,ศิษยานุศิษย์,สานุศิษย์ ของท่านนบีมุฮัมมัด

ตักบีร تكبير - คือการกล่าวว่า "อัลลอฮุ อักบัร الله اكبر" อัลลอฮ์ผู้ยิ่งใหญ่ และถ้าใช้ในห้วงเวลาละหมาดจะหมายถึง การยกมือทั้งสองแบออกนอกตัวเหมือนว่า จะยื่นไปแตะจับหินดำ ยกขึ้นเสมอไหล่ แล้วกล่าว "อัลลอฮุ อักบัร الله اكبر"

สลาม سلام - คือคำย่อมาจากคำว่า อัสลามุ อ้าลัยกุ้ม วะ เราะห์ มะตุ้ลลอฮิ วะ บะรอกาตุฮ์ (اسلام عليكم و رحمة الله وبركاته)

หะดีษ حديث - คือบทบันทึก พระวัจนะและจริยวัตรและพระดำรัสชองท่านนบีมุฮัมมัด

ความสะอาด (الطهارة) Purity, Cleanness - คือความสะอาดทั่วไปและความสะอาดทางร่างกายต้องเป็นไปตามอิสลามบัญญัติด้วย ไม่เพียงอาบน้ำถูสบู่อย่างเดียว

น้ำละหมาด الوضوء Ablution - คือสภาพของร่างกายที่ผ่านการทำความสะอาดตามอิสลามบัญญัติ ดูวิธีการอาบน้ำเล็ก (الوضوء) และวิธีการอาบน้ำใหญ่ (جنابة)

ญะนาบะห์ (جنابة) – หทายถึงสภาพร่างกายที่มีมลทินทางศาสนา ไม่สามารถทำละหมาดได้ ต้องชำระร่างกายด้วยวิธีทางอิสลามเสียก่อน หรือที่รู้จักกันในชื่อ อาบน้ำยกหะดัสใหญ่ หรืออาบน้ำญูนุ้บ (ญูนุ้บ جنب) ดูรายละเอียดการอาบน้ำที่เนื้อหา

รายงานโดย หรือ บันทึกโดย (ชื่อเขา) ... – คือผู้ที่รวบรวมบันทึกหะดีษต่างๆไว้ ซึ่งมีหลายคน เช่น

ลูกศิษย์ของพวกเขา : ลูกศิษย์ของลูกศิษย์ของผู้ติดตามตาบิอิตตาบิอีน ลำดับชั้นที่ 7

• อัลบุคอรีย์ (เสียชีวิตในปีฮิจเราะฮฺศักราชที่ 256)

• มุสลิม (เสียชีวิตในปีฮิจเราะฮฺศักราชที่ 271)

• อิบนุ มาญะฮฺ (เสียชีวิตในปีฮิจเราะฮฺศักราชที่ 273)

• อบูหาติม (เสียชีวิตในปีฮิจเราะฮฺศักราชที่ 277)

• อบูซุรอะฮฺ (เสียชีวิตในปีฮิจเราะฮฺศักราชที่ 264)

• อบูดาวูด (เสียชีวิตในปีฮิจเราะฮฺศักราชที่ 275)

• อัตติรมีซีย์ (เสียชีวิตในปีฮิจเราะฮฺศักราชที่ 279

• อันนะสาอีย์ (เสียชีวิตในปีฮิจเราะฮฺศักราชที่ 234)

ฯลฯ

ญิน มีคำศัพท์ที่คล้ายกันคือ ญิน جن genie – คือภูตทีถูกสร้างจากไฟเช่นกัน แต่ไม่มีอำนาจเท่าชัยตอนที่คอยยุยงให้มนุษย์ทำชั่ว ญินอาศัยอยู่ทั้งบนโลกดุนยาและไปมาระหว่างใต้ชั้นสวรรค์ได้ มีทั้งเพศผู้ เพศเมีย ญินมีทั้งประเภทดี และประเภทร้าย

ชัยตอน شيطان Demon - คือภูต (ภูตในที่นี้มิได้หมายถึงผีหรือปิศาจ มันเป็นร่างที่ถูกสร้างมาจากไฟ) ร้ายที่คอยชักชวนมนุษย์ให้ทำความชั่ว ชัยตอนมันถูกอัลลอฮ์สร้างมาจากไฟ ได้รับอภิสิทธิ์ให้แปลงร่างได้เพื่อหลอกล่อมนุษย์ให้ทำชั่ว เพราะมันเคยโต้แย้งกับอัลลอฮ์ว่า มนุษย์นั้นมีนิสัยชอบไปทางชั่วมากกว่าทางดี แต่อัลลอฮ์ก็แย้งว่าให้มนุษย์ตัดสินใจเอาเอง ระหว่างอัลลอฮ์ผู้ประทานทุกสิ่งอย่างให้แก่มนุษย์ยังชีพบนดุนยา دنيا (ภพภูมินี้) ซึ่งมีทั้งคำเตือนคำสอนให้มนุษย์ทำอิบาดะห์เป็นข้อทดแทนพระองค์

อิบลิส ابليس Satan – คือภูตที่สร้างมาจากไฟ เช่นเดียวกับชัยตอน แต่มัเป็นหัวหน้าของชัยตอน มีอภิสิทธิ์เข้าออกสวรรค์ได้ แต่ที่พำนักมันอยู่ในนรก มีอำนาจเหมือนชัยตอนสามารถแปลงร่างได้ตามปรารถนา มีหน้าที่คอยชักชวนมนุษย์ผู้เกียจคร้านให้ละทิ้งอาม้าลอิบาดะห์ มันคอยยุแหย่ว่า อาม้าลอิบาดะห์นั้นเหนื่อยยาก วุ่นวาย เสียเวลากับความสุขความรื่นเริง มันคอยกระซิบข้างหูเราว่า การทำอาม้าลอิบาดะห์นั้นผัดผ่อนไปก่อนได้ เดี๋ยวค่อยทำ พรุ่งนี้ค่อยทำ

วิญญาณ (روح spirit) – เป็นคำนามในภาษาไทยหมายถึง สิ่งที่เชื่อกันว่ามีอยู่ในกายเมื่อมีชีวิต เมื่อตายจะออกจากกายล่องลอยไปหาที่เกิดใหม่ โดยปริยายหมายถึงจิตใจเช่น มีวิญญาณนักสู้ มีวิญญาณศิลปิน (เป็นคำปาลีและสันสกฤต) ในอิสลาม คือ รั๊วหฺ ที่อัลลอฮ์เป่าใส่ในร่างมนุษย์ (ที่ถูกสร้างมาจากดิน) เมื่อยังอยู่ในครรภ์มารดาประมาณเดือนที่ 3 วิญญาณได้รับคำสั่งให้ปฏิบัติการสักการะแต่อัลลอฮ์โดยให้คัมภีร์อัลกุรอานมาเป็นทางนำ ให้นบีมาเป็นแบบอย่างในการดำเนินชีวิต 

บัยตุ้ลเลาะฮ์ بيت الله Allah House – ใช้เรียกอาคารวิหารย์กะอะบะห์ที่ท่านนบีอิบรอฮีม (عاليه سلام ขอความศานติจงมีแด่ท่านด้วยเทอญ) ปฏิสังขรณ์ขึ้นมาจากการสร้างของมะลาอิกะห์สมัยนบีอาดัม (عاليه سلام ขอความศานติจงมีแด่ท่านด้วยเทอญ)

อิกอมะห์ اقامهคือการป่าวประกาศว่าให้ลุกขึ้นทำละหมาด มีความหมายควบคู่กับ อะซาน (اذان)

อะซาน (اذان) – คือการป่าวประกาศว่าถึงเวลาละหมาดแล้ว ให้มุสลิมีนทั้งหลายมาละหมาดร่วมกันที่มัสญิด

ฟัรดู الفرائض – คือ กฎ ข้อบังคับ กฤษฎีกา กฎหมาย พระราชบัญญัติ

ตักบีเราะตุลอี้หะรอม تكبيرة الإحرام – คือการตักบีรครั้งแรกในการละหมาด ตักบีรหลังจากนี้เรียกตักบีรธรรมดา วิธีการคือ หันหน้าไปทางกิ๊บลัต (القبلة) (จุดที่อาคารกะอฺบะห์ตั้งอยู่ คือมัสญิดิ้ลหะรอม นครมักกะห์ ประเทศซาอุดิ อาราเบีย) ยกมือทั้ง 2 ข้าง แบเอาฝ่ามือออกจากตัว ยกประมาณเสมอไหล่ พร้อมกับกล่าวว่า "อัลลอฮุ อักบัร الله اكبر" เอามือลงมากอดอกระดับใต้ราวนม โดยให้ฝ่ามือขวา ทับหลังมือซ้ายไว้

ละหมาดสุนัต – คือละหมาดเสริมจากละหมาดฟัรดูเป็นละหมาดภาคใจอาสา ไม่ทำไม่บาป ทำแล้วได้บุญ ผลบุญนี้จะไปช่วยซ่อมเสริมละฟมาดฟัรดูที่บกพร่องไป

 

นั่งตะชะฮู้ด تشهود– นั่งตะชะฮู้ดคือการนั่งตามแบบอิสลามบัญญัติเรื่องการละหมาด วิธีการนั่งคือ

  • 1.การนั่งตะชะฮู้ดแรก คือการนั่งเอาขาพับมาข้างหลัง ขาและน่องและฝ่าเท้าซ้ายรองก้น เท้าขวาใช้ท้องนิ้วเท้ายันพื้น ฝ่าเท้าและส้นเท้าตั้งชันขึ้น น่องเหยียดอยู่ข้างลำตัวชี้ไปข้างหลัง มือซ้าย แบ วางอยู่บนเข่า มือขวากำคว่ำ แยกนิ้วชี้ออก วางอยู่บนเข่า
  • 2.การนั่งตะชะฮู้ดหลัง คือการนั่งอีกแบบหนึ่ง เรียกว่าการนั่งแบบ "ตะวัรรุก" คือการนั่งเอาปลายเท้าซ้ายสอดเข้าใต้แข้งขวา ก้นจะนั่งบนพื้น เท้าขวาเหมือนเดิมคือ ท้องนิ้วเท้าขวาจะยันอยู่กับพื้น ฝ่าเท้าและส้นเท้าจะตั้งชันขึ้น น่องเหยียดอยู่ข้างลำตัวชี้ไปข้างหลัง มือซ้าย แบ วางอยู่บนเข่า มือขวากำคว่ำ แยกนิ้วชี้ออก วางอยู่บนเข่า

ขณะนั่งตะชะฮู้ดนั้นให้อ่านคำขอพร หรือดุอาอ์ตะชะฮู้ด หรือ เรียกว่าบท "อัตตะฮี่ยาต"

สลาม السلام عليكم ورحمة الله – คือการกล่าวให้พรแก่บุคคลที่อยู่ข้างหน้าหรือด้านข้าง 
อัสลามุ แปลว่า ขอความศานติสุขแด่ท่าน 
อ้าลัยกุ้ม แปลว่า ถึงพวกท่าน 
 

วะ เราะหฺ มะตุ้ลลอฮิ แปลว่า และขอความเมตตาปราน๊จากอัลลอฮ์สู่ท่าน