หนึ่งหลักสูตรหนึ่งชุมชน : การจัดการความรู้ผ่านภาพถ่าย (มีความหมายใดในภาพถ่าย)

ภาพถ่ายของนิสิต อาจมีความหมายมากกว่าการยืนยันว่านิสิตมีส่วนร่วมกับการขับเคลื่อนโครงการหนึ่งหลักสูตรหนึ่งชุมชนเป็นแน่ มีความหมายมากกว่าการถ่ายภาพมาเพื่อประกวดแข่งขันเพื่อให้ได้เงินรางวัล-เกียรติบัตร มากกว่าถ่ายภาพตามตัวชี้วัด มากกว่าการถ่ายภาพตามคำบอกของอาจารย์บอก

โครงการหนึ่งหลักสูตรหนึ่งชุมชนของมหาวิทยาลัยมหาสารคาม เป็นงานบริการวิชาการแก่สังคมด้วยการบูรณาการภารกิจทั้ง 4 ด้านของมหาวิทยาลัยสู่การรับใช้สังคม อันได้แก่ การบริการวิชาการ การเรียนการสอน การทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม และการวิจัย

ในกระบวนการขับเคลื่อน จะเน้นการเรียนรู้คู่บริการ เรียนรู้แบบมีส่วนร่วมระหว่างมหาวิทยาลัยกับชุมชน และองค์กรภาคีอื่นๆ โดยมีหัวใจหลักคือให้นิสิตและชุมชนเป็นศูนย์กลาง

ตลอดระยะเวลาการดำเนินการในปี 2555-2557 นอกจากการประเมินผลอันหลากหลายมิติของแต่ละหลักสูตร ในมิติการประเมินผลการเรียนรู้คู่บริการของนิสิตนั้น มุ่งเน้นให้เกิดหลักฐานเชิงประจักษ์อย่างหลากหลาย เช่น ให้นิสิตได้เขียนเรื่องเล่าเร้าพลัง (storytelling) ให้นิสิตได้มีส่วนต่อการจัดทำวีดีทัศน์ ให้นิสิตมีส่วนต่อการจัดทำโปสเตอร์ หรือกระทั่งมีส่วนร่วมในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในเวทีกลางที่จัดขึ้น ทั้งในระดับคณะ สาขา และมหาวิทยาลัยฯ

ปี 2557 เป็นอีกปีที่มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ได้หนุนเสริมให้นิสิตได้สะท้อนผลการเรียนรู้ผ่านมิติของภาพถ่าย หรือเรียกโดยทั่วไปว่า "การจัดการความรู้ผ่านภาพถ่าย" ซึ่งก่อนการดำเนินงาน (ช่วงปลายของระยะต้นน้ำ) จะมีการอบรมเสริมความรู้และทักษะการถ่ายภาพแก่นิสิต ทั้งในมิติการถ่ายภาพเพื่อประเมินโครงการ และการถ่ายภาพเพื่อการจัดการความรู้ โดยมี ผศ.ดร.สมชาย แก้ววังชัย เป็นวิทยากรให้ความรู้ในเรื่องดังกล่าว

เมื่อถ่ายภาพเสร็จแล้ว จะมีเวทีการประกวดภาพถ่ายโครงการหนึ่งหลักสูตรหนึ่งชุมชน มีการมอบทุนการศึกษาแก่่นิสิต หรือสาขาที่ชนะการประกวดภาพถ่าย มีการจัดนิทรรศการภาพถ่าย เพื่อยึดโยงสู่การถอดบทเรียน และการทำเป็นจดหมายเหตุในอนาคต




ย้อนกลับไปยังปี 2555-2556 เมื่อเสร็จสิ้นโครงการแล้ว ผมจะเชื้อเชิญให้นิสิตส่งเรื่องเล่าเร้าพลังมาให้อ่าน พร้อมๆ กับการรวบรวมมาจัดทำเป็นรุปเล่มหนังสือ (หนังสืออ่านเล่น) ส่วนหนึ่งก็พัฒนาไปสู่ระบบหนังสือเล็กทรอนิกส์ (e-book)

กระนั้นก็พบว่าภาพที่นิสิตส่งมาประกอบหนังสือนั้น ต้องยอมรับว่าส่วนใหญ่มีปัญหามากๆ เช่น ภาพไม่สัมพันธ์กับเรื่อง ภาพสื่อความหมายในเรื่องไม่ได้ ภาพไม่ได้องค์ประกอบ ภาพไม่ชัด ภาพไม่ปลุกพลังชีวิต ฯลฯ

เมื่อเป็นเช่นนั้น ปี 2557 จึงได้พัฒนาระบบและกลไกการหนุนเสริมการเรียนรู้แก่นิสิตเพิ่มเข้ามา นั่นก็คือการถ่ายภาพ หรือการจัดการความรู้ผ่านภาพถ่าย เพื่อให้นิสิตเข้าใจในหลักการถ่ายภาพเบื้องต้น และนำความรู้เหล่านี้ไปเป็นเครื่องมือในการจัดการเรียนรู้และให้บริการแก่สังคมผ่านโครงการหนึ่งหลักสูตรหนึ่งชุมชน ซึ่งจะช่วยลดภาระของอาจารย์ไปในตัวด้วยเช่นกัน






แน่นอนครับ ภาพถ่ายของนิสิต อาจมีความหมายมากกว่าการยืนยันว่านิสิตมีส่วนร่วมกับการขับเคลื่อนโครงการหนึ่งหลักสูตรหนึ่งชุมชนเป็นแน่ มีความหมายมากกว่าการถ่ายภาพมาเพื่อประกวดแข่งขันเพื่อให้ได้เงินรางวัล-เกียรติบัตร มากกว่าถ่ายภาพตามตัวชี้วัด มากกว่าการถ่ายภาพตามคำบอกของอาจารย์ ฯลฯ

ซึ่งในอนาคตอันใกล้ จะมีเวทีนำพานิสิตกลุ่มเหล่านี้หวนกลับมาสรุปบทเรียนร่วมกัน บางทีอาจต้องมาพร้อมๆ กับตัวละครในภาพถ่ายเหล่านั้น เพื่อร่วมแบ่งปัน บอกเล่าว่า "มีความหมายใดในภาพถ่าย"






บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน pandin



ความเห็น (2)

เขียนเมื่อ 

ชอบใจการถ่ายภาพแล้วเอาภาพมาประกวดกัน

ภาพบางภาพแทนคำได้พันคำ

ขอบคุณที่แนะนำเรื่องดี

อยากไปเรียนถ่ายภาพกับผศ.ดร.สมชาย แก้ววังชัย แล้วครับ

เขียนเมื่อ 

เป็นแนวคิด ที่สร้างสรรค์ดีมากๆๆ เลยค่ะ