scanner ร้อนๆ จ้า

  ติดต่อ

  วันหนาวๆ ก็อยากได้อะไรอุ่นๆ ครับ  

 

 

 scanner ร้อนๆ จ้า

 วันนี้ได้เจอเรื่องเก่ามาเล่าใหม่อีกแล้วครับ เพราะทางสารสนเทศได้ทดลองส่งไฟล์ (อีกรอบ) จากตึก 7/6 มายังห้องยาในโดย Scanner รุ่นใหม่กว่าเก่าเพราะคราวนี้ส่งผ่าน port USB ที่ส่งผ่านข้อมูลเร็วกว่า port Pararell เยอะ ซึ่งผลเป็นดังนี้ครับ

  • เร็วกว่าเดิมมาก คือ ไม่ถึง 30 วินาทีก็สแกนเสร็จพร้อมมาถึงห้องยาใน (ไม่ได้ขึ้นไปดูครับ ไม่เห็นเครื่อง+เวลาทำแต่เวลาส่งเร็วกว่าเก่ามาก)
  • ภาพสีสวยชัดมากแต่..ไปทำภาพโฆษณาโลตัสซะนี่...เลยเทียบกับของเก่าลำบาก เพราะเป็นตัวอักษรพิมพ์แถมตัวอักษรทุกอย่างมันใหญ่เลยเห็นชัด ต่างกับลายมือแพทย์ที่เป็นตัวเขียน แถมบางครั้งก็บรรจงเขียนมาก...จนผมอ่านไม่ออก
  • คาดว่าการส่งไฟล์น่าจะง่ายทีเดียวเพราะไฟล์คราวนี้เป็นภาพผ่านโปรแกรมที่แถมมาจากสแกนเนอร์ อันนี้เดาจากเครื่องรุ่นปัจจุบันที่มีแถมอยู่แล้วทุกเครื่องครับ ของผมเองขนาดรุ่น 2 ปีที่แล้วยังกด Scan ปุ่มเดียวก็เรียบร้อยครับ
 ......พูดอาราย ม่ายรู้เรื่องอ่า

 อะแฮ่ม! ที่พูดมา คือ เรื่องการส่งใบ DOS (Doctor's Order Sheet) มาให้ห้องยานั่นแหละครับ เรื่องมีอยู่ว่าทางตึกเองจำเป็นต้องใช้ใบ DOS ดังกล่าวจึงไม่อยากส่งมาให้ห้องยาเลยกลายเป็นว่าต้องส่งผ่าน Fax/Scanner มาให้ห้องยาแทนตัวจริง แล้วทีนี้ปัญหาก็มีอยู่ว่า Scanner ต้องรอสั่งซื้อมาก่อน แต่ต้องทดลองพิสูจน์ก่อนว่าทำแล้วได้ผลน่าพอใจจึงจะมีการสั่งซื้อ เรื่องมันยันกันเอง..เลยยังไม่ไปไหนครับ

ตอนนี้กำลังรอถามข้อมูลจากไอทีเพิ่มครับว่าความเป็นไปได้ของเครื่อง Scanner เป็นยังไง 

สเต็ปต่อไป คือ หากทุกตึกส่งไฟล์ที่สแกนมาจะส่งมาอย่างไร ก็เหมือนเรื่องเก่าแต่ยังไม่จบครับเพราะยังสรุปไม่ได้ว่าจะเอาอย่างไร ซึ่งพอสรุปความน่าจะเป็นไปได้ ดังนี้ครับ 

  1. ส่งไฟล์มาเลยที่เครื่องห้องยาใน
  2. ส่งผ่าน Software ที่ทำด้านนี้โดยตรง เช่น Win fax pro
  3. ส่งผ่าน Outlook Express ซึงมีอยู่แล้วในเครื่อง
  4. มีข้อเสนอที่น่าอึ้งกว่านี้ครับ คือ เอาเครื่องซีร็อกซ์มาถ่ายเอกสารเลยซิ

 สามข้อแรกข้อแม้เยอะครับเลยไม่อยากเขียน

ส่วนข้อเสนอสุดท้ายผมเพิ่งมาคิดดูพบว่า เป็นข้อเสนอที่ (เกือบ) ดีครับ เพราะเป็นเทคโนโลยีที่ใช้ง่าย ถ่ายชัด ต้นทุนต่ำ เสียอยู่สองอย่างครับ
หนึ่ง เครื่องแพงสุดๆ (เครื่องถ่ายเอกสารดีๆตกเครื่องละเหยียบแสน) 
สอง ต่อจากข้อแรกซื้อได้ไม่กี่เครื่อง ซึ่งอาจกลายเป็นซื้อมาเครื่องเดียวให้ห้องยาซีร็อกเอง....ตกลง DOS ก็มาสุมห้องยาในเหมือนเดิมอีกครับ แก้ปัญหาใบ DOS ที่ตึกตั้องใช้ไม่ได้อะครับ

ถ้าเสต็ปข้างต้นเรียบร้อยก็  ใบคำขอซะ...ก็จบ

ก่อนจบเรื่องน่าปวดหัว ขอแถมเรื่องความสุขที่ผมได้รับจากเรื่อง Happy Workplaceโดยท่าน beyondKM ครับ หวังว่าทุกท่านจะพบความสุขและมีรอยยิ้มจากบันทึกนี้นะครับ

ปล. เพื่อเปลี่ยนบรรยากาศวันหนาวๆ ให้อุ่นขึ้น ผมเลยเปลี่ยนเพลงใหม่ให้เข้ากะบรรยากาศ (อุ่นยังครับ)

   บันทึกนี้กิน  ไป พิมพ์ไป
 ด้วยความสุขใจนาน 27 นาทีคร้าบ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ห้องผู้ป่วยในกับวันอันแสนหวาน

หมายเลขบันทึก: 58257, เขียน: , แก้ไข, 2012-06-08 09:44:24+07:00 +07 Asia/Bangkok, สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ความเห็น: 8, อ่าน: คลิก

คำสำคัญ (Tags) #computer#it#homec#dos#scanner#ipdprogram

บันทึกล่าสุด 

ความเห็น (8)

สวัสดีวันใหม่ค่ะคุณจันทร์เมามาย

  • ความคิดของคุณดีมากนะคะ  หากในหน่วยงานมีบุคลากรแบบคุณเยอะก็จะดีนะคะ  ส่งกำลังใจมาให้คนดีคนเก่งค่ะ

ขอขอบคุณอาจารย์จันทร์เมามาย...

  • ดีใจด้วยครับกับการได้ใบสั่งยาแบบใหม่ + ไม่ต้องเดาลายมือหมอด้วย
เป็นกำลังใจให้ทั้งในความพยายามพัฒนาคุณภาพงานและการบันทึกเพื่อ ลปรร. ค่ะ ขอบคุณนะคะ

มาเยี่ยมสหายรัก...

ผมไม่ค่อยเข้าใจหรอก ว่าท่านกำลังทำอะไร แต่รู้ว่าท่านกำลังพัฒนางานประจำของท่านให้ดียิ่งขึ้น

สมแล้วกับคำว่า "บุคลากรคุณภาพ"

ชอบ NeoCounter ยืมไปใช้บ้างนะครับ

อัจฉรา
IP: xxx.121.107.122
เขียนเมื่อ 
เข้ามาเยี่ยมค่ะ
  • ขอเป็นกำลังใจให้ครับ ในความพยายามแก้ไขปัญหาของหน่วยงาน
  • ในความเห็นส่วนตัว ผมกำลังคิดว่า ปัญหาหลายๆอย่างที่คุณจันทร์เมามายเล่าให้ฟังนั้น สามารถแก้ไขได้ด้วยระบบ IT สิ่งที่สถาบันยังขาดอยู่หรือ ระบบฐานข้อมูลบน network ที่เชื่อมโยงเป็นระบบเดียวกันทั้งสถาบัน ลองหาใครสักคนที่เก่งเรื่องการเขียนฐานข้อมูลบนระบบ network แล้ววางระบบใหม่ทั้งสถาบัน ปัญหานี้ น่าจะแก้ไขได้ครับ ไม่ว่าจะเป็น การวางระบบจัดการเรื่องการนัดผู้ป่วย ระบบการจ่ายยา ระบบการควบคุมเงิน ฯลฯ
  • อย่างปัญหาที่คุณจันทร์เมามายพบอยู่ สามารถใช้ระบบ paperless ได้เลยครับ เพียงแต่ต้องออกแบบฐานข้อมูลบนระบบ network  แต่ละ ward หรือคลินิก สามารถสั่งยาผ่านระบบเครือข่าย แล้วห้องยาก็รับ order ผ่านทางระบบเครือข่าย ได้ครับ ไม่ต้องส่ง fax ไม่ต้องส่ง mail หรือไม่ต้องถ่ายเอกสาร สิ่งที่ต้องการคือคนเขียนฐานข้อมูลบนระบบเครือข่ายที่เก่งๆสักทีมหนึ่ง กับการลงทุนด้าน hardware เพื่อสร้างและเชื่อมโยงเป็นระบบเครือข่ายครับ
  • ผลพลอยได้จากการลงทุนด้านการวางระบบเครือข่ายคือ ข้อมูลสำหรับการตัดสินใจครับ เพราะการวิเคราะห์ฐานข้อมูล จะให้ข้อมูลทุกอย่างที่เราต้องการครับ ไม่ว่าจะเป็น ต้นทุนยาแต่ละชนิด ปริมาณการใช้ยา พฤติกรรมการใช้ยาของแพทย์ หรืออื่นๆ ....ที่ต้องการทราบเพื่อประกอบการตัดสินใจด้านการบริหาร หรือเป็นฐานข้อมูลด้านการวิจัยด้านต่างๆ
  • ระบบทั้งระบบอาจต้องลงทุนแพงครับ แต่ถ้าวางระบบไว้อย่างดี และมีวิธีการในการสรุปข้อมูลด้านต่างๆเพื่อใช้ในประกอบการตัดสินใจ และทำงานวิจัยในอนาคต ผมคิดว่ายิ่งกว่าคุ้มครับ คุ้มกว่าแฟลตปลาทองเสียอีก

ขอบคุณสำหรับทุกท่านครับที่มาเยี่ยมและแลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน

คุณ Mitochondria

  • ฟังคุณไมโตคอนเดรียเล่าแล้วผมเหมือนเห็นสวรรค์เลยครับ (แฟลตปลาทอง) เพราะเรื่องการทุบแล้วสร้างใหม่ เอ้ย ใช้โปรแกรมใหม่ที่มันคลุมทุกหน่วยงาน ผมเคยลองแย็บเสนอแล้วหงายกลับมาครับเพราะหลายหน่วยงานใช้โปรแกรมเฉพาะด้านพัฒนาไกลแล้ว เลยใช้ Shamphoo เอ้ย Software All in One มะด้าย ....แง้ว
  • เสียดายนิดๆ ครับเพราะตอนนั้นโปรแกรมที่ว่าเขาให้ใช้ฟรี แต่ตอนนี้เขาตั้งบริษัทจดทะเบียนเติบใหญ่จ่ายตังครับ ก็มะเป็นรายไม่งั้นตอนนี้เราก็จ่ายตังอยู่ดี อิอิ
  • "...สิ่งที่ต้องการคือคนเขียนฐานข้อมูลบนระบบเครือข่ายที่เก่งๆสักทีมหนึ่ง..." อันนี้ขาดแคลนจริงๆ ครับ ฮือๆ ทำอะไรไม่ได้
  • ผมกลับมาคิดความเป็นไปได้ พบว่าทุกอย่างต้องการปรับปรุงอีกมากเลยครับ ทั้งด้าน Software (programer ที่จะมาพัฒนาโปรแกรมต่อ), Hardware (อันนี้รอลุ้นเครื่องเซอเวอตัวใหม่อยู่ครับ), User (หัดคนใช้ให้เป็นครบกระบวนท่า+แก้ปัญหาได้ระดับหนึ่ง)
  • ซึ่งทุกวันนี้งานวิจัยพัฒนาที่ยากเย็นส่วนหนึ่ง มาจากการดึงข้อมูลที่ช้ามาก...+มีข้อจำกัดเยอะ เลยยอมจดมือเองดีกว่า ช้า เหนื่อยแต่ถูกต้อง ดูข้อมูลได้ชัวร์ครับ
  • ขอบคุณคุณไมโตมากครับสำหรับแนวคิดอันกว้างไกลที่ผมไม่เคย(กล้า)มอง

 

 

จตุพร วิศิษฏ์โชติอังกูร

ผมเองก็ไม่แน่ใจวาตัวผมก่อนเข้าทำงานหน่วยนี้จะรู้เรื่องป่าว ดังนั้นพี่ท่านไม่เข้าใจเป็นเรื่องทำ-มะ-ดาขอรับ

เชิญเอาเคาเตอร์ไปใช้เลยครับ ตอนนี้ข้าน้อยกะลังอยู่ช่วงลองของไปเรื่อยๆ เจออะไรดีๆ มาบอกกันมั่งนะ