คำว่า Coach นั้นมีหลายความหมาย ลองไปดูความหมายกัน < ที่นี่>..
ความหมายหนึ่งของ coach [N] คือ ครูฝึกกีฬา คำที่มีความหมายคล้ายๆ กัน (Syn.) คือคำว่า manager, handler
ความหมายในบันทึกนี้คือ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง เป็น ผู้ฝึกสอน (โค้ช=coach) ของนักกีฬาฟุตบอลทีมชาติไทย
พอตั้งใจจะเขียนบันทึกนี้ ก็ไปพบคำอีกคำหนึ่ง คือ คำว่า "Coaching" ลองเข้าไปอ่าน (ที่นี่) Coaching คืออะไร ? ซึ่งผมขอคัดลอกข้อความบางส่วนออกมา
- "coaching ไม่ใช่การ สอนงาน" แต่ "coaching คือ การทำให้เกิดเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของคน"
- พฤติกรรมของคนนั้น แสดงออกมาจากอะไร ?
- "พฤติกรรมที่แสดงออกของคน" มาจากวิธีการคิดของคนแต่ละคน ดังนั้นด้วยพฤติกรรมเดียวกัน อาจจะมาจากสาเหตุที่แตกต่างกัน เนื่องจากผ่านกระบวนการคิดของแต่ละคนที่แตกต่างกัน
- ถ้าโคัช เข้าใจ ก็หาวิธีการไขพฤติกรรมของคนๆ นั้น จนได้
- การ coaching จะมีหลักสำคัญอยู่อย่างหนึ่ง คือ การทำให้เกิด "awareness" หรือ การทำให้คนตระหนักรู้และมองเห็นตัวเอง
- ซึ่งการทำอย่างนี้ ก็หมายถึง โค้ช ต้องทำตัวเป็นกระจกเงาเพื่อให้ผู้ถูกโค้ชมองเห็น ตัวเอง นั่นเอง
ต่อมาเป็นเรื่องของบันทึกนี้ครับ...ผมไปดูคลิปหลายคลิป ที่สัมภาษณ์ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง (โค้ช) และนักกีฬาฟุตบอลทีมชาติไทยบางคน (ในชุดซีเกมส์ครั้งที่ ๒๕, เอเชียนเกมส์ และซูซูกิ คัพ 2014) ซึ่งนำมาเรียบเรียงได้ดังนี้
ประวัติย่อๆ ของ โคัช เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง
- เขาเป็นธรรมดาคนหนึ่ง ที่ชอบเล่นฟุตบอล เขามาจากต่างจังหวัด และมาสอบเข้ามหาวิทยาลัยแต่ไม่ติด เพราะตอนนั้นเป็นนักฟุตบอลสโมสร ไม่เวลาดูหนังสือ แต่เขาก็ไม่ได้เสียใจที่สอบไม่ติด แต่คิดจะเอาดีทางฟุตบอล และคิดว่าถ้ามีโอกาสสักครั้งที่จะติดทีมชาติจะดีมาก (เป้าหมายของเขา)
- แล้วเขาก็ติดทีมชาติครั้งแรก แล้วได้มีโอกาสไปแข่งฟุตบอลซีเกมส์ ครั้งที่ 17 (สมัยแรก) ที่ประเทศสิงคโปร์ ซึ่งในนัดชิงชนะเลิศ ไทยแข่งกับพม่า ขณะที่ไทยนำอยู่ 3 : 1 และพม่าตามตีเสมอเป็น 3 : 3 เขาซึ่งเป็นตัวสำรอง (ตัวเลือกระหว่างเขากับพงศธร เทียบทอง) ถูกเปลี่ยนลงมาท้ายเกม และยิงประตูได้ด้วยลูกโหม่งอันสุดสวย (ความจริงเขากะว่าจะส่งต่อให้เพื่อน-แต่ดันเข้าประตู) เขาจึงดังมากในชั่วข้ามคืน
- ต่อมาเขาได้เล่นซึเกมส์อีก ๓ สมัย และได้แชมป์ทุกครั้ง รวมเป็นแชมป์ซีเกมส์ ๔ สมัย
- ต่อมาได้มีโอกาสไปค้าแข้งที่อังกฤษ ซึ่งถือเป็นประสบการณ์ (ดีหรือไม่ดีนั้นอยู่ที่วิธีคิดและมุมมองของแต่ละคน) ไปอยู่ ๑ ปี กับอีก ๑ เดือน (คล้ายๆ ธีรศิลป์ แดงดา ในปัจจุบัน ที่ไม่มีโอกาสเล่นเป็นตัวจริง)
- แล้วเขาได้มีโอกาสไปค้าแข้งที่ เวียดนาม (ค่าตัวประมาณเดือนละ ๒ แสนบาท) ช่วงนั้นเขาเพิ่งจะแต่งงาน เซ็น สัญญาไปอยู่แค่ ๔ เดือน แล้วค่อยๆ ต่อสัญญา จนสุดท้ายก็จับงานเป็นโคัช
- เขาประสบความสำเร็จอย่างสูง ในฐานะผู้เล่น และในฐานะโค้ช
- ต้นปี ๒๕๕๖ เขาได้เล่นฟุตบอลการกุศล ได้มีผู้หลักผู้ใหญ่ในรัฐบาล และวงการฟุตบอล เปรยๆ อยากให้เขามาช่วยชาติทำทีมฟุตบอลทีมชาติซึ่งอยู่ในช่วงขาลง...เขาคิดอยู่ไม่นาน ก็รับงานคุมทีมชาติไทยชุดซึเกมส์ เพื่อไปแข่งในปลายปีที่เมียร์ม่า
- สุดเซอร์ไพรส์ที่สุดคือ เกมอุ่นเครื่องระหว่างทีมชาติไทยกับทีมชาติจีน ที่สนามเหอเฝยโอลิมปิกสปอร์ตเซ็นเตอร์ ประเทศจีน เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2556 ทีมชาติไทยเป็นฝ่ายชนะที่ 5 ประตูต่อ 1 ซึ่งนับเป็นการสร้างประวัติศาสตร์ของการชนะทีมชาติจีนได้มากที่สุด
- ผลงานที่สร้างประวัติศาสตร์ คือ เป็นผู้เล่น และ โคัช ในทีมฟุตบอลทีมชาติไทยที่คว้าอันดับ 4 ในมหกรรมกีฬาเอเชี่ยนเกมส์
เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง อดีดนักเตะทีมชาติไทย หมายเลขที่ ๑๓
- เป้าหมาย : ในการทำทีมฟุตบอลทีมชาติไทย ไม่ได้อยู่ที่เกียรติยศ เงินทองหรือชื่อเสียง เพราะว่าสิ่งเหล่านี้มีมากพอแล้ว แต่เป้าหมายอยู่ที่ว่า "ทำอย่างไร ให้ทีมไทยกลับมาผงาดอีกครั้งในอาเซียน และทำให้คนไทยมีความสุข"
- วิธีคิด : (ซีเกมส์ครั้งที่ ๒๗) การมาเป็นโค้ชเราต้องไม่มีความกลัว (ถ้ากลัว เราก็ไม่ต้องก้าวไปข้างหน้า) เพราะแรงกดดันอยู่ที่เรา (นำมาบวกลบกันแล้ว) ซึ่งถ้าทำได้สำเร็จ ความสุขจะได้กับคนไทยทั้งประเทศ (ถ้าชนะมาคนไทยมีความสุข ถ้าแพ้มาผมรับผิดชอบเอง..)
-
วิธีการ : วิเคราะห์
- จุดอ่อนของทีมครั้งที่ผ่านมาๆ คือ ผู้เล่นระดับพระกาฬ แต่ซ้อมแค่ ๓ สัปดาห์
- หรือ การคัดตัวผู้เล่นมีเส้นสาย ทำให้ไม่ได้ผู้เล่นระดับพระกาฬ
แก้ไข โดยการจัดเตรียมความพร้อมของบุคลากร
- คัดเลือกนักเตะที่เป็นหัวกะทิในแต่ละสโมสร นักเตะที่เลือกมาเป็นระดับพระกาฬ คุณสมบัติที่สำคัญ (จุดเด่นในการคัดตัว) คือ ต้องเก่งที่สุด เราเหมือนทหาร ทุกคนต้องมีความอยากในการที่จะรับใช้ชาติ ไม่อยากให้คนที่มีเส้นสายเข้ามา
- เมื่อคัดตัวมาแล้ว brief ให้เกิดไอเดีย.(คนเป็นโคัชต้องมีจิตวิทยา และสอนให้คิด positive thinking) ว่าพวกคุณ นอกจากจะประสบความสำเร็จในสโมสร มีชื่อเสียงเงินทอง (ได้กล่อง-ค่าตัวระดับแสนบาทต่อเดือน) มาแล้ว ตอนนี้ต้องมารับใช้ชาติ รับเกียรติ ในนามทีมชาติ
- ต้องเปลี่ยนความคิดของเราที่ ว่า "ในอาเซียน เราเล่นอย่างไรก็ชนะ" (จึงซ้อมแค่อาทิตย์เดียว) เพราะว่าเดี๋ยวนี้ฟุตบอล ฝีเท้าไม่ต่างกันมาก
- ต้องเอาคนที่เก่งที่สุด มาซ้อมอย่างต่อเนื่อง ทำให้เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน เพราะเราสวมเสื้อธงชาติไทย
- วินัยเป็นเยี่ยม ความฟิตเป็นยอด
- ความฟิตต้องมาอันดับหนึ่ง แทคติดเราไม่กล้ว เราสู้ได้
- เราต้องเล่นกันเป็นทีม ไม่มีดารา อยากให้ประสบความสำเร็จเป็นทีม อยากให้เกิดทั้งทีม
- คนที่เป็นกองหน้า มีโอกาสเกิดมากที่สุด แต่ถ้าประตูไม่ดีก็แพ้ได้ และถ้ากองหน้าไม่มีคนส่งลูกให้ก็ยิงไม่ได้ เพราะฉะนั้นทุกคนในทีมสำคัญหมด ต้องเล่นเป็นทีม (ต้องเข้าใจคำว่า spirit) ประสบความสำเร็จกันเป็นทีม
- ต้องมีวินัย อดทน และอดกล้้น ควบคุมอารมณ์ ต่อการยั่วยุของผู้เล่นฝ่ายตรงข้าม
- การงานทุกอย่าง ถ้าเรามีความรัก และมุ่งมั่นตั้งใจ มันก็ประสบความสำเร็จหมด.
- ถ้าเรารักอะไร ต้องทำให้จริงจัง และทุ่มเทให้กับมัน แล้วผลสำเร็จจะตามมา
- ทุกอย่างต้องหมั่นฝึกฝน ให้เกิดความชำนาญ แล้วความเฮงมันจะตามมา (พอโอกาสมาแล้วต้องรีบคว้า อย่าให้มันหลุดลอยไป)
ซึ่งเราก็คงเห็นผลงานการทำทีม...ในแมทซ์การแข่งขันที่ผ่านมา ในซีเกมส์,เอเชี่ยนเกมส์ และซูซูกิ คัพ
"ตอนเป็นผู้เล่นเราเคยได้เหรียญทอง เราก็อยากได้เหรียญทองในฐานะโค้ชด้วย มันเป็นความภาคภูมิใจในชีวิต"
ต่อคำถามที่ว่า เป็นนักเตะกับโคัช ต่างกันอย่างไร? ที่นี่มีคำตอบ
- นักเตะ ซ้อม, แข่ง, กิน, นอน ตามโปรแกรม แล้วก็จบ มันง่าย
- งานโค้ช เป็นงาน-nonstopไม่สิ้นสุด งานไม่จบ
- แมทนี้ชนะก็ต้องมองแมทซ์หน้า
- แมทนี้แพ้ จะทำอย่างไร จะปรับปรุงแก้ไขอย่างไร
- ฉะนั้นงานโค้ชจะต้องคิดตลอดเวลา ดีตรงที่ไม่เหนื่อยกาย แต่เหนื่อยใจ
- การเป็นโค้ช จะต้องใช้จิตวิทยาสูง
- งานโค้ช มันต้องเรียนรู้
- ผู้เล่นเรียนรู้เฉพาะตำแหน่งของเขา
- แต่งานโค้ช ต้องรู้ หน้า กลาง หลัง ประตู บริหารจัดการทีม การเดินทาง (ทุกอย่างเลย บริหารทีมให้ได้)
- ใน ๒๐ ปี ที่ผ่านมา นักเตะมีการเปลี่ยนแปลง แต่ก่อนเล่นกึ่งอาชีพ ได้เป็นเงินเดือน (หลักพันถึงหมื่น) แต่เดี๋ยวนี้มีลีกอาชีพ อย่างไทยลีก นักฟุตบอลไทย ได้หลักแสนขึ้นไปจากสโมสร บางคนสี่ห้าแสน ก็มากกว่าหลายๆ อายชีพ..
- เราทำทีมชาติ สมาคมฯ ไม่ต้องจ่ายเงินเดือน จ่ายแต่เบี้ยเลี้ยง เราก็ขอตัวจากสโมสร มาซ้อมทีมกัน เดือนละครั้ง เพื่อให้เข้าใจในความเป็นทีม..
- มุมมองในการคัดเลือกนักเตะ ของคนข้างนอกกับโคัชนั้นจะแตกต่างกัน แต่ ๙๐ เปอร์เซนต์ ก็คงเหมือนกัน
- นักเตะต้อง "แน่นอนเต็มที่เพราะศักดิ์ศรีค้ำคอ"
ฝากถึงแฟนบอล
- บอลนอกแค่สะใจ บอลไทยอยู่ในสายเลือด
- ไม่อยากให้แฟนบอลทำร้ายทีมของตนเอง ไม่เชียร์ไม่ว่า แต่อย่าทำร้าย..นักเตะเขาต้องการกำลังใจจากแฟนบอล
- "พวกคุณว่าพวกเราไม่เก่งได้ แต่จะว่า พวกเราไม่สู้ไม่ได้" อดิศักดิ์ ไกรษร
จับประเด็นได้ยอดเยี่ยมอาจารย์ครับ ผมสังเกตว่า คนไทยมีความสุขมากๆ ที่บอลไทยลงแข่ง ต้องขอบคุณ โคัช คนปัจจุบันมากๆ ครับ
กฎเหล็กของเกียรติศักดิ์ เมื่อนักเตะอยู่ในค่าย
ใครผิดกฎ ส่งกลับบ้านทันทีแล้วไม่เรียกมาติดทีมชาติอีก..นี่เท่ากับเป็นการสร้างวินัย..ในการเป็นนักกีฬาฟุตบอล