เศรษฐกิจโลกทรุด ส่งออกน้อย เกษตรกรรายได้ลด

ตอนนี้...ไม่ว่าจะมองไปทิศทางไหน เพื่อหวังจะได้พึ่งพาอาศัยในการนำสินค้าส่งออกไปจำหน่ายก็จัดว่ายากเย็นแสนเข็นอยู่เหมือนกัน เพราะเศรษฐกิจโลกโดยเฉพาะยักษ์ใหญ่อย่าง อเมริกา ยุโรป จีน ญี่ปุ่น ต่างก็อยู่ในอาการเศรษฐกิจถดถอยและเจริญเติบโตช้า ทำให้กำลังซื้อหดหาย ส่งผลให้รายได้ประเทศไทยหดลดลงไปอย่างมากต่อมาก ยิ่งเมื่อเทียบกับในอดีตตั้งปี 2535 ที่มียอดจีดีพีอยู่ที่ร้อยละ 26 และสูงเพิ่มขึ้นจนถึงปี 2554 คือมีค่าจีดีพีอยู่ที่ร้อยละ 65 ดังนั้นเมื่อเศรษฐกิจโลกชะลอตัว ก็ทำให้จีดีพีหรือรายได้ประชาชาติต่อหัวของคนไทยก็ลดลงมาด้วย

รายได้ต่างๆของบ้านเราส่วนใหญ่นอกจากเรื่องส่งออกแล้วก็ยังมีรายได้จากการลงทุนของนักลงทุนต่างประเทศโดยเฉพาะประเทศญีปุ่นนั้นถือว่าค่อนข้างมาก หลังจากเจอปัญหาน้ำท่วมในปี 2554 ผนวกกับปัญหาการเมืองที่คนไทยมัวเล่นกีฬาสีอย่างยาวนาน จึงทำให้นักลงทุนญี่ปุ่นซึ่งจัดอยู่ในหมวดเพื่อนแท้ยังต้องทยอยออกไปหาแหล่งที่ตั้งโรงงานใหม่ ทั้ง มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย หรือแม้กระทั่ง เมียนมาร์ ลาว กัมพูชา ทำให้รายได้ส่วนหนึ่งของเราก็หายไปด้วย นอกเครื่องจักรที่ผลิตรายได้ของเราอีกเครื่องหนึ่งก็คือ รายได้จากการท่องเที่ยว ก็เฉกเช่นเดียวกันเจอปัญหาทั้งการเมือง และปัญหาชายแดนใต้ก็ทำให้รายได้ลดน้อยถอยต่ำลงไปอีก

นอกจากรัฐบาลจะมีเมกกะโปรเจคที่พอให้ประชาชนมีงานทำ เพือชดเชยรายได้ที่ห่างหายไปกับราคายางพารา และราคาข้าวที่ตกต่ำ ปัญหาด้านการส่งออกที่ลดต่ำลงก็ทำให้รายได้ โดยเฉพาะภาคการเกษตรของบ้านเราน้อยตามลงไปด้วย อีกทั้งการแข่งขันด้านราคาและต้นทุนซึ่งถือเป็นเรื่องใหญ่มากสำหรับบ้านเรา เพราะเกษตรกรโดยส่วนใหญ่มักจะเป็นเกษตรกรกึ่งเถ้าแก่ คือใช้มือถือโทรศัพท์สั่งงานจ้างเขาแทบทุกอย่าง เป็นเกษตรกรรุ่นใหม่ไฟแรงที่ผิดแผกแตกต่างไปจากเดิม (ไม่ได้เป็นเกษตรกรที่ยากจนข้นแค้นเหมือนในอดีต ส่วนใหญ่มีรายได้หลายทาง) จึงทำให้การงานด้านต้นทุนมีราคาสูงพุ่งขึ้นกว่าพี่น้องเกษตรกรในประเทศอื่นๆ หรือเพื่อนบ้านของเรา ข้อมูลล่าสุดในการปลูกข้าวประเทศไทยเราสูงกว่าเวียดนามสองถึงสามเท่า เวียดนามนั้นมีต้นทุนการปลูกข้าวอยู่ที่ประมาณ สามถึงสี่พันบาท จึงทำให้ประเทศเขาสามารถเสนอขายข้าวได้มากกว่าประเทศไทย

การหันมาให้ความสนใจในเรื่องอินทรียวัตถุ ด้วยการหยุดเผาตอซังฟางข้าว หยุดเผาใบอ้อย เน้นทำปุ๋ยหมักปุ๋ยคอกประจำฟาร์ม สร้างจุลินทรีย์ขี้ควายขี้วัว (จุลินทรีย์จากสัตว์สี่กระเพาะ) เพื่อย่อยสลายอินทรีย์วัตถุด้วยตนเอง และกระตุ้นกิจกรรมให้ปุ๋ยหมักปุ๋ยคอกปุ๋ยอินทรีย์ทำหน้าที่ได้เร็วขึ้น เน้นการสร้างสระน้ำประจำไร่นา ใช้พืชสมุนไพรไล่แมลง หมักขยายจุลินทรีย์ชนิดเฉพาะเจาะจงเพื่อปราบหนอน แมลง รา ไร ก็สามารถช่วยทำให้ต้นทุนในการอาชีพเกษตรกรรมลดต่ำลงมาได้ รู้จักตรวจวัดค่าความเป็นกรดและด่างของดิน รู้จักการเพิ่มเติมเสริมแร่ธาตุสารอาหารให้พืชอย่างครบโภชนาการ สิ่งต่างๆ เหล่านี้ช่วยทำให้ผลผลิตเพิ่ม ต้นทุนลดได้ทั้งนั้น

มนตรี บุญจรัส

ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ www.thaigreenagro.com

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ข่าวสารเกษตร



ความเห็น (0)