สระน้ำประจำไร่นามี ปู ปลา กุ้ง หอย และไรแดง

อากาศหนาวเริ่มขยับเข้ามาใกล้ในทุกขณะเวลา พีน้องเกษตรกรต่างจังหวัดคงจะสัมผัสกันได้ใกล้ชิดความประชาชนคนเมือง ซึ่งยังอบอวนไปด้วยมวลหมู่ควันท่อไอเสียรถยนต์ ทำให้อากาศได้แค่เพียงเย็นลงมาบ้างเล็กน้อยเท่านั้น มีเพื่อนสมาชิกชมรมเกษตรปลอดสารพิษตามจังหวัดต่างๆ ทั้งภาคเหนือ อีสาน กลาง ใต้ ออก ตก ที่ยกความหนาวเย็นมาเล่าให้ฟังอย่างน่าอิจฉา แต่ก็แฝงไว้ด้วยความวิตกกังวลเกี่ยวกับเรื่องน้ำเรื่องท่าว่าจะเพียงพอต่อการเพาปลูกพืชไร่ไม้ผลบนเส้นทางเกษตรกรรมของพวกเขาหรือไม่

จึงได้พยายามแนะนำบวกชักจูงให้พี่ๆสมาชิกทั้งหลายได้ให้ความสำคัญเกี่ยวกับเรื่องของการทำสระนำประจำไร่นาของตนเองเป็นเบื้องต้นหรือเป็นพื้นฐานไว้ก่อน (ก่อนที่จะรอต่อความช่วยเหลือจากภาครัฐแต่เพียงอย่างเดียว....) เพราะว่าปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมาในพื้นที่ทั่วทั้งประเทศไทยนั้นประมาณ 800,000 ล้านลูกบาทเมตร แต่เราสามารถกักเก็บน้ำไว้ใช้ตามห้วยหนองคลองบึงเขื่อนเล็กเขื่อนน้อยหรือจะเป็นเขื่อนใหญ่ๆ แบ่งเป็นโครงการขนาดใหญ่ก็ประมาณ 650 แห่ง โครงการเล็กโครงการน้อยก็ 60,00 แห่ง แต่สามารถกักเก็บน้ำได้เพียง 70,800 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือประมาณ 30 เปอร์เซ็นเพียงเท่านั้น และปริมาณน้ำฝนส่วนใหญ่จะตกหน้าเขื่อน ซึ่งเป็นพื้นที่การเพาะปลูกเสียเป็นส่วนใหญ่ แต่ขาดพื้นที่ในการกักเก็บน้ำหรือมีก็ไม่เพียงพอ

การทำสระน้ำประจำไร่นาตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงเรานั้นจะช่วยทำให้เรามีน้ำไว้ใช้ในการอุปโภคบริโภคของตนเอง สระน้ำส่วนตัว สระน้ำประจำฟาร์ม ทำให้พี่น้องเกษตรกรสามารถเพาะปลูกได้ตลอดทั้งปี และถ้ากลัวเสียพื้นที่เพาะปลูกเนื่องด้วยมีปริมาณจำกัด ก็สามารถดัดแปลงสร้างรายได้ด้วยการเลี้ยง กุ้ง หอย ปู ปลา และไรแดง โดยเฉพาะถ้ากุ้ง และปลามีมากแล้ว จะลองเปลี่ยนมาเลี้ยงไรแดงส่งตลาดปลาสวยงามก็น่าสนใจไม่น้อยเพราะราคาดี แต่ต้องหาตลาดให้ได้ก่อนนะครับ หรือจะเพาะไรแดงเพื่อเลี้ยงกุ้งฝอย อันนี้ก็สามารถส่งตามร้านอาหารที่บริการทั้งกลางวัน และกลางคืนเช่นผับบาร์ก็มีความนิยมไม่น้อย

การตัดหญ้าริมสระแล้วเหวี่ยงลงไปที่ริมบ่อทำให้เกิดการบูดเน่าพอประมาณไม่ปล่อยให้น้ำเป็นสีดำ เอาแค่พอออกเป็นสีน้ำตาลแดงๆ พอ ถ้าไรแดงธรรมชาติไม่เกิดก็หาพ่อแม่พันธุ์ไรแดงตามตลาดเลี้ยงปลาสวยงาม หรือจะเดินไปหาตามห้วยหนองคลองบึงก็ไม่น่าจะยากนำมาปล่อยเป็นพ่อพันธุ์แม่พันธุ์สักเล็กน้อยก็เพียงพอ แล้วนำปุ๋ยหมักปุ๋ยคอกห่อผ้ามุ้งเขียวปักไว้ตามจุดต่างๆ พอน้ำเริ่มเขียว หรือแดงออกน้ำตาลก็นำทั้งหญ้าสดและมูลสัตว์ยกออก ไรแดงก็สามารถเป็นอาหารได้ทั้ง กุ้ง ปลา และสัตว์น้ำต่างๆ ในบ่อหรือสระน้ำประจำฟาร์มของเรา พยายามเลือกปลาที่เหมาะสมให้อยู่ด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นปลากินพืช อย่าง ตะเพียง เฉาฮื้อ ปลาสลิก ปลากระดี่ กินน้ำเขียว กินแพลงตอน กินหญ้าริมบ่อ ปลายสวาย ปลาดุกที่กินโปรตีนที่พื้นบ่อ ทำให้ในบ่อของเรามีความหลากหลายของสิ่งมีชีวิต สามารถคัดเลือกขายได้ตามสภาวะราคาตลาดที่จูงใจ เพียงเท่านี้ก็จะช่วยให้เรามีทั้งน้ำ ทั้งกุ้ง หอย ปู ปลา ไว้บริโภคและจำหน่ายได้อย่างพอเพียง และที่สำคัญคือมีน้ำไว้เพาะปลูกได้ตลอดทั้งปีครับ

มนตรี บุญจรัส

ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ www.thaigreenagro.com

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน บ้านและสวน



ความเห็น (0)