แผ่นเกราะกันกระสุนจากวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์ อนุสิทธิบัตร เลขที่ 9250

เขียนขออนุสิทธิบัตร ระยะเวลาขอ 1 ปี 9 เดือน แก้ไขทั้งหมด 4 รอบ

แผ่นเกราะกันกระสุนจากวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์ ตำรวจ ทหาร หรือผู้ที่เกี่ยวข้องสามารถนำไปทำเพื่อใช้เองได้ ไม่อนุญาตให้ทำเพื่อจำหน่ายตาม อนุสิทธิบัตร เลขที่ 9250

(เสื้อเกราะกันกระสุนถูกประกาศให้เป็นยุทธภัณฑ์ตามพระราชบัญญัติควบคุมยุทธภัณฑ์ พ.ศ. 2530 และเป็นประกาศกระทรวงกลาโหม เรื่อง กำหนดยุทธภัณฑ์ที่ต้องขออนุญาตดังนั้น การมีเสื้อเกราะไว้เป็นของส่วนตัวจึงต้องได้รับอนุญาตครอบครองจากนายทะเบียนตามกฎหมาย ยกเว้นหน่วยงานทหารและตำรวจ ตามนโยบายของทางราชการ )

ลักษณะและความมุ่งหมายของการประดิษฐ์

แผ่นเกราะกันกระสุนจากวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์มีต้นทุนในการผลิตที่ต่ำ วัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตส่วนใหญ่จะนำมาจากวัสดุในงานประดับยนต์ สามารถลดแรงกระแทกได้ดี มีน้ำหนักเบา และมีความเหนียวที่สูง แผ่นเกราะนี้เหมาะกับการนำมาใช้งานเป็นแผ่นเกราะในเสื้อเกราะอ่อนสำหรับงานตำรวจ และเจ้าหน้าฝ่ายอื่นๆที่ทำงานด้านการปราบปรามยาเสพติดและความมั่นคงภายในประเทศ

การเปิดเผยการประดิษฐ์โดยสมบูรณ์

การประดิษฐ์แผ่นเกราะกันกระสุนจากวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์มีองค์ประกอบของวัสดุ ดังนี้ คาร์บอนไฟเบอร์ (Carbon Fiber) ชนิดความหนาแน่นสูง กาวอีพ็อกซี่พัตตี้ (Epoxy Putty Stick) เพื่อเป็นตัวยึดประสานระหว่างแผ่นคาร์บอนไฟเบอร์ แผ่นคาร์บอนอะรามิดไฮบริดฟาบริค (Carbon Aramid Hybrid Fabric) หรือคาร์บอนเคฟล่าร์ความหนาแน่นสูง แล้วจึงนำวัสดุทั้งสองชนิดรวมใส่ไว้ในซองบรรจุของเสื้อเกราะกันกระสุนแบบเปิดปิดที่บริเวณหน้าอกและหลัง เพื่อใช้เป็นแผ่นเกราะป้องกันอันตรายที่ส่วนของหน้าอกและหลัง เมื่อประกอบเข้าด้วยกันทั้งหมดจะมีลักษณะคล้ายเสื้อกั๊ก ซึ่งมีองค์ประกอบของโครงสร้าง ดังนี้

รูปเขียนที่ 1 แสดงลักษณะของแผ่นเกราะกันกระสุน ประกอบด้วย

แผ่นที่ 1 แสดงลักษณะแผ่นด้านหน้าส่วนอก (1) ของแผ่นเกราะกันกระสุน มีลักษณะเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้า ประกอบด้วยคาร์บอนไฟเบอร์ความหนาแน่นสูง น้ำหนัก 240 กรัมต่อตารางเมตร ค่าความหนาแน่น 1.76 กรัมต่อตารางเซนติเมตร ค่ามอดูลัสของยัง 230 กิกะปาสคาล วางซ้อนทับกันจำนวน 10 ชั้น ผนึกแต่ละชั้นติดกันด้วยกาวอีพ็อกซี่พัตตี้ให้เป็นชิ้นเดียวกัน

แผ่นที่ 2 แสดงลักษณะแผ่นด้านในส่วนอก (2) ของแผ่นเกราะกันกระสุน มีลักษณะเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ประกอบด้วยคาร์บอนอะรามิดไฮบริดฟาบริคหรือคาร์บอนเคฟล่าร์ความหนาแน่นสูง น้ำหนัก 200 กรัมต่อตารางเมตร ค่าความหนาแน่น 1.82 กรัมต่อตารางเซนติเมตร ค่ามอดูลัสของยัง 187 กิกะปาสคาล วางซ้อนทับกันจำนวน 36 ชั้น และติดขอบด้วยเทปกาวให้เป็นชิ้นเดียวกัน

แผ่นที่ 3 แสดงลักษณะแผ่นด้านหน้าส่วนหลัง (3) ของแผ่นเกราะกันกระสุน มีลักษณะเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ประกอบด้วยคาร์บอนไฟเบอร์ความหนาแน่นสูง มีคุณสมบัติเหมือนกับแผ่นที่ 1 วางซ้อนทับกันจำนวน 10 ชั้น ผนึกแต่ละชั้นติดกันด้วยกาวอีพ็อกซี่พัตตี้ให้เป็นชิ้นเดียวกัน

แผ่นที่ 4 แสดงลักษณะแผ่นด้านในส่วนหลัง (4) ของแผ่นเกราะกันกระสุน มีลักษณะเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ประกอบด้วยคาร์บอนอะรามิดไฮบริดฟาบริคหรือคาร์บอนเคฟล่าร์ความหนาแน่นสูง มีคุณสมบัติเหมือนกับแผ่นที่ 2 วางซ้อนทับกันจำนวน 36 ชั้น และติดขอบด้วยเทปกาวให้เป็นชิ้นเดียวกัน

ลักษณะของแผ่นเกราะกันกระสุนในแผ่นที่ 1 แผ่นด้านหน้าส่วนอก (1) และแผ่นที่ 3 แผ่นด้านหน้าส่วนหลัง (3) จะมีลักษณะเป็นแผ่นรับแรงกระแทกด้านหน้าสุด เมื่อผนึกแต่ละชั้นติดกันด้วยกาวอีพ็อกซี่พัตตี้แล้วทิ้งไว้ประมาณ 1 วัน จะมีความแข็งและเหนียวสูงจึงเหมาะสำหรับทำเป็นชั้นหน้าสุดเพื่อรับแรงกระแทกและทำให้ลูกกระสุนปืนเกิดการบิดเบี้ยวและปลายบานออกเป็นผลให้ความเร็วลดลง แรงทะลุลวงลดลง เป็นผลให้ไม่สามารถทะลุทะลวงเข้ามาบริเวณลำตัวของผู้สวมใส่ได้

ลักษณะของแผ่นเกราะกันกระสุนในแผ่นที่ 2 ที่เป็นแผ่นด้านในส่วนอก (2) และแผ่นที่ 4 แผ่นด้านในส่วนหลัง (4) จะมีลักษณะอ่อนเหนียวทำหน้าที่ช่วยดูดซับพลังงานการกระแทก และสามารถกักเก็บลูกกระสุนปืนไว้ได้เมื่อผ่านเข้ามาในชั้นนี้

รูปเขียนที่ 2 แสดงลักษณะของแผ่นด้านหน้าส่วนอก (1) และแผ่นด้านหน้าส่วนหลัง (3) ประกอบด้วยแผ่นคาร์บอนไฟเบอร์ความหนาแน่นสูงผนึกติดกันด้วยกาวอีพ็อกซี่พัตตี้เป็นชั้นๆ จำนวน 10 ชั้น รวมความหนาประมาณ 10 มิลลิเมตร ลักษณะการประดิษฐ์จะนำแผ่นแรกวางแนวขวางของเส้นใย (5) ทาด้วยกาวอีพ็อกซี่พัตตี้ให้เสมอกันจนทั่วแผ่นแล้วนำแผ่นต่อมาวางทับลงในลักษณะแนวตั้งของเส้นใย (6) ประกบทับกันแล้วทำการรีดเพื่อให้เรียบเสมอกัน กาวอีพ็อกซี่พัตตี้เมื่อยังเป็นของเหลวอยู่จะซึมประสานเข้าไปในแผ่นคาร์บอนไฟเบอร์แต่ละแผ่นได้ดี หลังจากนั้นรอจนแห้งหมาดๆหรือใช้เวลาประมาณ 30 นาทีแล้วจึงเริ่มทำกระบวนการซ้ำเดิมจนได้จำนวนของแผ่นคาร์บอนไฟเบอร์ 10 ชั้นในแต่ละชั้นจะใช้การประกบทับสลับแนวลายขวางของเส้นใย (5) สลับกันกับแนวตั้งของเส้นใย (6) ไปจนครบจำนวน และต้องนำไปวางบนแม่แบบที่มีลักษณะโค้งเล็กน้อยเพราะว่าเมื่อแห้งแล้วจะทำให้กระชับเข้ากับลำตัวได้ดี ทิ้งระยะเวลาประมาณ 1 วัน เพื่อให้กาวแห้งสนิทแล้วจึงสามารถนำไปประกอบใช้งานได้

รูปเขียนที่ 3 แสดงถึงลักษณะการสวมใส่และการใช้งานของแผ่นเกราะกันกระสุนการใช้งานจะประกอบด้วยการนำเสื้อเกราะกันกระสุนหรือเสื้อกั๊กที่มีซองสำหรับใส่แผ่นเกราะกันกระสุนบริเวณด้านหน้าอก (7) และบริเวณด้านหลัง (8) ในการประกอบแผ่นเกราะกันกระสุนในซองกระเป๋าบรรจุบริเวณหน้าอก (7) จะใส่แผ่นด้านหน้าส่วนอก (1) ไว้ในซองนี้ด้านนอกสุดสำหรับเป็นแผ่นรับแรงกระแทกและใส่แผ่นด้านในส่วนอก (2) ประกบไว้ด้านในชิดลำตัว ส่วนในการประกอบแผ่นเกราะกันกระสุนบริเวณด้านหลัง (8) จะใส่แผ่นด้านหน้าส่วนหลัง (3) ไว้ด้านนอกสุดและใส่แผ่นด้านในส่วนหลัง (4) ประกบไว้ด้านในชิดลำตัวเช่นกัน


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน การขออนุสิทธิบัตร (ด้านสิ่งประดิษฐ์)



ความเห็น (0)