เจรจาต่อรองให้สำเร็จ
Getting to Yes
พันเอก มารวย ส่งทานินทร์
16 พฤศจิกายน 2557
บทความนี้ นำมาจากหนังสือเรื่อง Getting to Yes: Negotiating Agreement Without Giving In ประพันธ์โดย Roger Fisher, William Ury, and Bruce Patton จัดพิมพ์โดย"The Harvard Negotiation Project" พิมพ์ครั้งแรกในปี 1981, ครั้งที่สอง 1992 เป็นหนังสือ best seller: ขายได้กว่า 2 ล้านเล่มและแปลมากกว่า 20 ภาษา
ผู้ที่สนใจเอกสารแบบ PowerPoint (PDF file) สามารถศึกษาหรือ download ได้ที่ http://www.slideshare.net/maruay/getting-to-yes-31241164
ประโยชน์ของการต่อรอง
- เสริมสร้างความสัมพันธ์ที่ดี (ที่ทำท่าว่าจะแย่)
- เพื่อเกิดความยุติธรรม (ของฝ่ายที่ถูกเอาเปรียบ)
- อาจพลิกสถานการณ์ (จากแพ้มาเป็นชนะ)
- อาจเสียน้อยกว่าที่คาดคิด (ดีกว่าไม่ทำอะไรเลย)
คนเราต้องมีการเจรจาต่อรองกันตลอดเวลา
- จากเรื่องเล็กๆ เช่น จะทานข้าวเย็นที่ไหนดี ไปจนถึง การต่อรองทางด้านการเมืองระหว่างประเทศ
- การเจรจาต่อรองเป็นการสื่อสารสองทาง กลับไปกลับมา
- ซึ่งจนถึงจุดๆ หนึ่ง คนเราก็จะตกอยู่ในภาวะที่ต้องตัดสินใจ ว่าจะใช้การเจรจาแบบไหน แบบนุ่มนวลหรือรุนแรง
ปัญหาของการเจรจา
- นักเจรจาต่อรองแบบนุ่มนวล ส่วนใหญ่จะจบลงที่ถูกเอาเปรียบและเจ็บปวดจากการต่อรอง
- ในขณะที่นักเจรจาแบบนิยมความรุนแรง มองการเจรจาต่อรองเป็นการแข่งขันเพื่อชัยชนะ และมักจะจบลงที่ได้รับการตอบโต้ในลักษณะเดียวกัน และอาจเสียความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันกับคู่กรณีได้
หลักการต่อรอง
- โดยมีหลักพิจารณาที่คุณธรรม (Merits) มากกว่าใครจะทำหรือไม่ทำอะไร
- เมื่อเน้นที่คุณธรรมก็จะมีจุดยืนที่แข็งแรง
- และพยายามหาจุดที่เป็นผลประโยชน์ร่วมกันให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้
เจรจาแบบมีหลักการ
- แนวทางการเจรจาแบบ Principled Negotiation
- แน่วแน่ในคุณธรรม แต่อ่อนโยนในเรื่องที่เกี่ยวกับผู้คน (Hard on Merits, Soft on People)
หลักการเจรจา 5 ประการ
- Position : อย่าต่อรองเรื่องจุดยืน
- People : ให้แยกคนออกจากปัญหา
- Interests : มุ่งอยู่บนประโยชน์ ไม่ใช่จุดยืน
- Options : สร้างความเป็นไปได้ที่หลากหลาย
- Criteria : ยืนยันที่มาตรฐาน อย่างถึงที่สุด
หลักการเจรจาต่อรอง
1.Position : อย่าต่อรองที่จุดยืน
- การใช้จุดยืนแต่ละฝ่ายก่อเกิดความสำเร็จยาก
- เกิดผลคือ แพ้ – ชนะ
- อาจทำให้เกิดความบาดหมางกันได้
- ยิ่งมีหลายฝ่ายเกี่ยวข้องยิ่งสำเร็จยาก
- ตัวอย่างคือ การต่อรองราคาสินค้า (ที่ต่างฝ่ายมีราคาในใจไว้แล้ว)
2.People : ให้แยกคนออกจากปัญหา
- จากข้อเท็จจริงที่ว่า คนย่อมไม่ใช่เครื่องจักร คนมีความรู้สึก รู้ร้อนรู้หนาว ย่อมมีความเห็นที่แตกต่างกันได้
- ความสลับซับซ้อน ในการสื่อสารที่มีประสิทธิผล
- ด้วยเหตุนี้ จึงมีความจำเป็นต้องแยกคนออกจากปัญหาเสียก่อน
- และทำงานร่วมกันเพื่อแก้ไขปัญหา
ปัญหาเกี่ยวกับผู้ที่เจรจาด้วยมี 3 ประการคือ การรับรู้ อารมณ์ และ การสื่อสาร
- วิธีแก้ปัญหาเรื่องการรับรู้ (Perception)
- เอาใจเขามาใส่ใจเรา
- อย่ากลัวจนเกินการ
- ตัวเขาไม่ใช่ปัญหาของเรา
- หาโอกาสเรียนรู้เรื่องของแต่ละฝ่าย ว่าการรับรู้ของเขาเป็นเช่นไร
- ให้โอกาสเขามีส่วนร่วมในการเจรจาด้วย
- รักษาหน้าด้วยข้อเสนอที่เป็นประโยชน์แก่เขาบ้าง
- วิธีแก้ปัญหาเรื่องอารมณ์ (Emotion)
- ก่อนอื่น ให้เข้าใจความรู้สึกของเขาและของเรา
- สามารถแสดงความรู้สึกออกมาได้
- ให้ฝ่ายตรงข้ามได้แสดงออกของอารมณ์บ้าง
- อย่าแสดงอารมณ์จนเกินงาม
- ใช้สัญญลักษณ์และท่าทาง
- วิธีแก้ปัญหาเรื่องการสื่อสาร (Communication)
- ฟังอย่างตั้งใจ รู้ว่าเขาพูดถึงอะไรอยู่
- พูดให้เขาเข้าใจ
- พูดแต่ในส่วนของตน
- พูดอย่างมีจุดหมาย
3.Interests : มุ่งอยู่บนประโยชน์ ไม่ใช่จุดยืน
- การมุ่งเน้นบนจุดยืน เป้าหมายหลักคือการเอาชนะ ซึ่งย่อมทำให้เกิดความแตกแยก
- จุดยืนที่แตกต่างจะไปทำให้เกิดความพร่ามัวในสิ่งที่เราต้องการ คือความสนใจร่วมกัน
- ดังนั้นจึงจำเป็นที่จะต้องมุ่งเน้นที่ประโยชน์ที่จะเกิดก่อนที่จะตั้งป้อม" ว่าใครยืนอยู่ตรงไหน
ความสนใจร่วมคือเป้าประสงค์การเจรจา
- ให้ถามตนเองว่าเพราะเหตุใด เขาจึงสนใจเรื่องนี้
- แต่ละฝ่ายมีจุดสนใจหลายอย่าง พยายามหาจุดที่มีผลประโยชน์ร่วม
- จุดสนใจที่มนุษย์ต้องการ (basic human needs):
- ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ Security (economic well being),
- ความเป็นเจ้าของ Guidance (a sense of belonging),
- การเป็นที่ยอมรับ Wisdom (recognition),
- การมีอำนาจ Power (control over one's life)
การจัดการเรื่องของจุดสนใจร่วม
- เสนอจุดสนใจของเรา
- จุดสนใจของเขาเป็นส่วนหนึ่งของปัญหา
- พูดถึงปัญหาแล้วจึงมีคำตอบในเรื่องนั้น ๆ
- ก้าวไปข้างหน้า อย่าย้อนกลับ
- เข้มแข็งแต่พร้อมปรับตัว
- ยืนหยัดเรื่องปัญหา อ่อนตัวเรื่องบุคคล
4.Options : สร้างความเป็นไปได้ที่หลากหลาย
- ก่อนตัดสินใจทำอะไรลงไป ให้สร้างความเป็นไปได้ที่หลากหลาย ทั้งนี้เพื่อประโยชน์ร่วมกัน (Mutual Benefits)
- หลักการนี้มีมุ่งหมายในข้อเท็จจริงที่ว่า ในโลกแห่งความเป็นจริง มันเป็นการยากที่จะหาทางแก้ไขที่เหมาะสม
Options : BATNA
- เมื่ออยู่ภายใต้แรงกดดัน ความพยายามที่จะตัดสินใจในภาวะที่มีความคิดเห็นตรงข้าม ย่อมจะทำให้วิสัยทัศน์คับแคบ ในขณะเดียวกันการที่มีเดิมพันสูง จะบดบังความคิดสร้างสรรค์
- ดังนั้น ก่อนที่จะพยายามตกลงในการใดๆ ให้หาทางเลือกหลายๆ ทางที่มุ่งสู่ผลประโยชน์ร่วมกัน
- Best Alternative To Negotiated Agreement (BATNA)
หลักคิดเรื่องทางเลือก
- มีมากกว่าหนึ่งคำตอบได้ ช่วยกันคิดโดยการระดมสมอง
- หาความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญ
- เปิดใจ และหาจุดสนใจร่วมกัน
- ถามความเห็นชอบที่ช่วยให้เขาตัดสินใจได้ง่าย
5.Criteria : ยืนยันที่มาตรฐานอย่างถึงที่สุด
- มุ่งเน้นที่จะเจรจาบนสิ่งที่เป็นมาตรฐาน, บรรทัดฐาน, ความเห็นของคนกลาง, ธรรมเนียมประเพณี, มูลค่าตลาด
- สิ่งเหล่านี้ทำให้ไม่มีผู้แพ้ ที่ยอมอีกฝ่ายหนึ่ง (แต่ยอมเพราะจำนนในสิ่งที่เป็นมาตรฐาน)
- ไม่ใช่ยอมให้อีกฝ่ายหนึ่งเพียงเพื่อตัดความรำคาญ หรือยอมเพื่อยอม เพราะผลที่ได้ย่อมทำให้อีกฝ่ายรู้สึกไม่ดี/ไม่ได้รับความเป็นธรรม
หลักการใช้มาตรฐาน
- การเจรจาที่มีหลักการ ก่อให้เกิดประสิทธิภาพและข้อตกลงที่เป็นธรรม
- เลือกใช้มาตรฐานและกระบวนการที่เป็นธรรมทั้งสองฝ่าย
- อย่ายอมแพ้แรงกดดัน
- ใช้บุคคลที่สามเป็นตัวอ้างอิง
- ใช้ตำราเล่มเดียว
การเจรจาแบบ Principled Negotiation
- ไม่ใช่การเจรจาในแบบ Hard หรือ Soft
- แต่เป็นทั้ง Hard และ Soft
- ดังได้กล่าวแล้วข้างต้น คือ Hard on Merits, Soft on People.
Getting to YES highlights:
- Develop your "Best Alternative To Negotiated Agreement" (BATNA)
- The "what if" the negotiation fails.
- Very often if a win-win cannot be achieved, going for a no deal could be the best answer.
ขั้นตอนการเจรจา
- วิเคราะห์สถานการณ์ของปัญหา การรับรู้และความต้องการคู่เจรจา และตัวเลือกที่มีอยู่
- วางแผนรับมือสถานการณ์และการตอบสนองคู่เจรจา
- หาทางออกที่คู่เจรจายอมรับ
กับดักการเจรจา
- ตัดสินใจเร็วเกินไป (ยังไม่ได้ศึกษาทางเลือกอื่น ๆ)
- คิดว่ามีทางออกอยู่หนทางเดียว
- คิดแบบ แพ้ – ชนะ
- ปล่อยให้คู่เจรจาคิดแก้ปัญหาฝ่ายเดียว
เมื่อฝ่ายตรงข้ามถือไพ่เหนือกว่า
- การคิดว่าสิ่งที่แย่ที่สุดจะเกิดขึ้นกับฝ่ายเรา ทำให้ไม่เห็นหนทางออก
- พยายามหาทางเลือกอื่น ๆ ที่ดีที่สุดให้มากๆ (Best Alternative To Negotiated Agreement – BATNA)
- ฝ่ายที่มี BATNA มากกว่า จะเป็นฝ่ายที่ได้เปรียบ หรือสามารถเจรจาให้สถานการณ์ไม่เป็นรองมากนัก
วิธีแก้เมื่อคู่เจรจาไม่ใช้หลักการเจรจา
- ให้ใช้หลักการเจรจาต่อไป
- ใช้หลักการต่อสู้ของ ยิวยิตสู คือ ไม่สนองต่อข้อเสนอ แต่พยายามดึงกลับมาที่ปัญหา (นั่นคือใช้ความเงียบ หรือใช้คำถามตอบคำถาม)
- การใช้บุคคลที่สามมาช่วยเจรจา (โดยการถามแต่ละฝ่ายเป็นการส่วนตัว ดึงจุดร่วมมาเสนอ จนกว่าจะไม่เกิดความก้าวหน้า)
วิธีแก้เมื่อฝ่ายตรงข้ามใช้แผนสกปรก เช่น การใช้เทคนิค ตำรวจดีตำรวจเลว การปล่อยข่าว จัดที่นั่งไม่สบาย สงครามจิตวิทยา การขู่เข็ญ ฯลฯ
- ให้แสดงออกว่าเรารับรู้กลเม็ดชนิดนี้ในวงเจรจาต่อรอง
- การรับมือข่าว ให้ยืนยันข่าวเป็นลายลักษณ์อักษร
- การใช้จิตวิทยา ให้ทำเป็นไม่สนใจ
- ที่นั่งไม่สบาย ขอให้เปลี่ยนที่นั่งใหม่
- การขู่เข็ญ ให้บอกว่าเรารู้ว่าคุณคือใคร มีกำพืดอย่างไร
- การมีลูกเล่นตุกติก ให้เราบอกว่าเรารู้ทัน
- ให้ถามว่ายังต้องการจะเจรจาต่อหรือไม่
- ยืนยันว่าขอให้พิจารณาข้อเสนอด้วยความมีคุณธรรม อย่าใช้ลูกเล่นสกปรก
สรุป การแก้ปัญหาอย่างมีคุณธรรม
- ใช้หลักการเจรจา (คู่กรณีช่วยแก้ปัญหาไม่ใช่ศัตรู ทางออกที่ดีไม่ใช่การแพ้หรือชนะ)
- แยกคนออกจากปัญหา (อ่อนโยนเรื่องคน เข้มแข็งเรื่องปัญหา ดำเนินการต่อไม่ว่าจะชอบคู่กรณีหรือไม่)
- หาจุดสนใจ ไม่ใช่จุดยืน (หาจุดสนใจร่วมทั้งสองฝ่าย พยายามเลี่ยงจุดสุดท้าย)
- ทางเลือกที่เป็นประโยชน์ร่วม (ระดมสมอง ไม่ปิดกั้นความคิดผู้อื่น เลือกสิ่งที่ดีที่สุดในตอนท้าย)
- การใช้มาตรฐาน (ที่เป็นสากล และ ใช้หลักการและเหตุผล)
*************************