แนวทางหรือวิธีสอนอ่านที่ถูกต้องแก่เยาวชน

"พี่หนาน"
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ

๑๕/๑๑/๒๕๕๗

****************

แนวทางหรือวิธีสอนอ่านที่ถูกต้องแก่เยาวชน

ก่อนอื่นต้องออกตัวก่อนว่าผู้เขียนมิได้เป็นข้าราชการหรือครู อาจารย์ มุมมองการเขียนการอธิบายมุ่งเน้นตามความคิดเห็นของตนเองเป็นหลัก โดยหวังมีส่วนร่วมในการแสดงออกทางความคิดและกิจกรรมที่ทางโกทูโนว์เสนอมา เพราะเห็นว่าเป็นประเด็นที่มีประโยชน์ช่วยเป็นแนวทางในการนำไปปรับใช้ หรือใช้สอนอ่านแก่เยาวชนได้ ทั้งเป็นการแสดงออกของการมีส่วนร่วมของสมาชิกอย่างเหมาะสม ส่วนว่าจะถูกต้องตามหลักการทฤษฏีหรือไม่นั้น คงเป็นอีกประเด็น

โดยวิธีสอนอ่านหรือมุมมองที่ผู้เขียนขอยกมากล่าวถึงนั้น ขอกำหนดเป็นข้อ ๆ ดังต่อไปนี้

1.วิธีสอนอ่านตามหลักจิตวิทยาของเยาวชน หรือจิตวิทยาเด็กและวัยรุ่น

ลำดับแรกคงต้องแยกได้เป็นสองกลุ่มหลักคือ กลุ่มของครอบครัว พ่อ แม่ ผู้ปกครอง หรือผู้เลี้ยงดู และกลุ่มของครูผู้สอนในสถานศึกษา

กลุ่มแรกพ่อแม่ หรือผู้ปกครอง ต้องเข้าใจจิตวิทยาเด็กหรือเยาวชนว่า เด็กหรือเยาวชนนั้นมีอายุอยู่ในช่วงวัยไหน พัฒนาการของเขาในด้านต่าง ๆ เป็นอย่างไรการสอนอ่านเด็กเล็กควรสอนอย่างไร การสอนอ่านเด็กโตควรสอนอ่านอย่างไร ตามพัฒนาการของร่างกาย สติปัญญา อารมณ์ และสังคม เช่น เด็กเล็กเริ่มหัดเขียน หัดอ่าน พ่อแม่ต้องใกล้ชิดเป็นพิเศษ ต้องคอยประคอง จับมือจับดินสอท่าทางที่ถูกต้อง กดเบา กดหนักมีผลอย่างไรต่อกระดาษและดินสอ อธิบายให้เด็กเข้าใจ และการอ่านอ่านด้วยการสะกดคำ ตามแบบที่พ่อแม่เคยเรียนมา(ศูนย์ฯโรงเรียนมาสอนทีหลังอย่างไรก็ว่ากันอีกที) ขณะเดียวกันก็ต้องมอบความรักความอบอุ่น ความเอาใจใส่ โอบกอดลูบไล้ศีรษะ แผ่นหลัง ลูกหรือหลาน ไปในขณะเดียวกันบ่งบอกถึงการเอาใจใส่ในรายละเอียดรวมถึงความรักที่พ่อแม่ผู้ปกครองมีให้แก่เด็ก สอนพื้นฐานจากง่ายไปหายาก เป็นลำดับ เป็นขั้นเป็นตอนวิธีการสอนอ่านที่ถูกต้องคงต้องเริ่มที่ครอบครัวเป็นหลัก เริ่มสอนกันตั้งแต่ก่อนอนุบาลเลยทีเดียว

กลุ่มของคุณครูสถานศึกษา การสอนพื้นฐานแรกต่อจากพ่อแม่ คือการต่อยอดให้เด็กได้ฝึกเขียน ฝึกอ่าน ฝึกออกเสียง จากง่ายไปหายาก วันละนิดละหน่อย โดยพิจารณาตามหลักจิตวิทยาเด็กดังกล่าวมาว่าต้องการพัฒนาเด็กด้านใด หรือจะพัฒนาไปพร้อม ๆ กันทั้งสติปัญญาและสังคมก็ได้ แล้วจัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่านให้เหมาะสมตามวัยนั้น ๆ

2.เป้าหมายของการอ่าน สร้างแรงบันดาลใจ และเป้าหมายของชีวิต ตาม love (ผู้เขียน)

L =ชอบ, O= สมอง ,v=มุ่งมั่น/แวว ,e=วิทยาศาสตร์/เทคโนโลยี

2.1 เด็กชอบอะไร หรือเด็กชอบอย่างไร กำหนดเป็นเป้าหมายโดยการสร้างแรงจูงใจหรือแรงบันดาลใจว่า หากเธอได้อ่านเรื่องนี้แล้ว เธอจะเรียนรู้อะไร จะได้อะไร จะเห็นอะไร โดยอาจยกตัวอย่างของผู้ประสบผลสำเร็จจากหลากหลายอาชีพมาเล่าให้กระตุ้นความอยากอ่าน อยากเขียน อยากเรียนรู้ อยากทำตาม อยากเป็นอย่างเขา ต้องอ่านอย่างไร

2.2 เด็กในวัยนี้มีระดับมันสมอง โอเมก้า ความรู้ อย่างไร พิเศษ หรือสุดเขต จักสร้างแรงจูงใจหรือฝึกพวกเขาได้อย่างไร ตามหลักวิชาการ การสอนอ่าน เขียน เรียนรู้ก็ต้องพิจารณาประเด็นทางด้านร่างกาย ประกอบด้วย เพราะเด็กแต่ละคนมีระดับมันสมองที่แตกต่างกัน มองตามหลักการทางพุทธศาสนาก็คือ บัวสี่เหล่า ครูควรแยกเด็กออกเป็นกลุ่ม ๆ มีเป้าหมายในระดับการอ่านที่แตกต่างกันอีกด้วย

2.3เด็กมีแวว มุ่งมั่น มีความสนใจอย่างแรงกล้า หรือมากที่สุดหรือไม่ เช่น การวาดเขียน การระบายสี เขียนการ์ตูน เขียน/เล่านิทาน วรรณคดี วรรณกรรม การทดลอง เทคโนโลยีฯจับเอาความสนใจหรือแววของเด็กมาส่งเสริมการอ่านเพื่อพัฒนาส่งเสริมเขาหรือเธอ ให้ก้าวหน้าในประเด็นนั้น ๆ ยิ่ง ๆ ขึ้นไป

2.4 เด็กที่สนใจทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี หรืออิเลคทรอนิกส์ครูควรส่งเสริมหรือจัดกิจกรรมการอ่านควบคู่กับการทดลองพร้อมกันไป เช่น อ่านก่อนการซ่อมคอมฯ อ่านก่อนการใช้งานเวิร์ดฯ อ่านก่อนการเรียนแท็บเล็ต(คำอธิบายหรือวิธีใช้) โดยมีข้อแม้ การต่อรอง หรือการให้รางวัลเสริมด้วยก็ได้

3.เสริมทักษะการจับใจความ หรือจับประเด็น

เมื่อเด็กหรือเยาวชนมีทักษะในการอ่านพอสมควรแล้ว ครูหรือผู้ปกครองควรสอนให้เด็กรู้จักต่อยอดความรู้หรือความคิด รู้จักการกลั่นกรองความรู้ โดยการจับประเด็นเรื่องที่อ่าน หรือการตั้งคำถามนำว่า "อ่านเรื่องนี้แล้วเธอได้เรียนรู้อะไรบ้าง?" โดยอาจสอนให้เด็กรู้จักการสรุปสิ่งที่อ่านมา จะโดยย่อเป็นข้อ ๆหรือโดยขยายความ อาจใช้แผนภูมิ(chart)แผนผัง(mind map) แผนก้างปลา หรือการเปรียบเทียบ วันเวลา สถานที่ หรือการวาดภาพ การระบายสี ตามความชอบของเด็กอีกครั้งหนึ่ง ผู้เขียนใช้วิธีเขียนสรุปเป็นแผนผังหลังจากอ่านหนังสือจบเล่มแล้ว วิธีนี้ถือว่าได้ผล สอบผ่านทุกวิชาเช่นกัน

4.ต่อยอดความคิด จินตนาการ อ่านแล้ว อยากเขียน อยากเล่า อยากเป็น

เมื่อเยาวชนได้อ่านแล้ว ครูควรส่งเสริมกิจกรรมต่อยอดความคิดเรื่องใดได้บ้าง นันทนาการ ศิลปะ การเขียน วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีฯ ตัวอย่างการระบายสีเน้นข้อความที่สำคัญ แล้วนำมาเขียน มาผูกโยงเรื่อง เขียนเป็นบทความ เป็นเรียงความ เป็นโครงงาน เป็นการทดลอง เป็นผลงานของเด็กเอง โดยเชื่อมโยงกับเบื้องต้นคือ เป้าหมายของการอ่าน แรงบันดาลใจ เป้าหมายของชีวิต หรืออาจเป็นความฝันอันสูงสุดของชีวิต ที่นักเรียนอยากทำอยากเป็นก็จะยิ่งดีใหญ่ ผู้เขียนต่อยอดความคิดหลังการอ่านโดยใช้วิธีการเขียน คืออ่านมาก ๆ หลากหลายแต่ขอบข่ายเนื้อเรื่องประเด็นเดียวกัน แล้วนำมาประมวลเป็นการเขียนหรือสร้างสรรค์ผลงานของตนเองซึ่งก็ไม่ถือว่าผิดหลักการหรือละเมิดลิขสิทธิ์ของใคร

ดังกล่าวมานี้ เป็นเพียงบันทึกมุมมองของผู้เขียน ที่มองว่าพ่อแม่ผู้ปกครอง และคุณครู ควรสอนการอ่านหรือจัดกิจกรรมให้กับนักเรียน ส่วนจะถูกต้องตามหลักวิชาการหรือเปล่านั้น แล้วแต่จะพิจารณาเห็นสมควร กล่าวโดยสรุปหรือย่อให้สั้น ๆ เชิงคำถามก็คือ1.เด็กหรือเยาวชนอยู่ในวัยใด มีพัฒนาการอย่างไร ควรจัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่านแบบไหน ยากหรือง่ายเพียงใด 2.กำหนดเป้าหมายของการอ่านอย่างไร สร้างแรงบันดาลใจ หรือเป้าหมายของชีวิตเพื่อกระตุ้นการอ่านได้หรือไม่3.ส่งเสริมทักษะการจับใจความ หรือการจับประเด็นหลังการอ่านว่า “อ่านแล้วได้เรียนรู้อะไร?” เขียนให้เข้าใจง่ายๆ เพื่อการทบทวนได้ไหม 4.ต่อยอดความคิด จินตนาการของเด็กหรือเยาวชนได้ว่า อยากเขียน อยากเล่า อยากทำ อยากเป็นอะไร เมื่อได้อ่านเรื่องใดเรื่องหนึ่งจบแล้ว

...

</span>

ขอบคุณทุกท่านที่สนใจขอบคุณโกทูโนว์

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน social and public



ความเห็น (4)

เขียนเมื่อ 

"ดีที่สุด"..ในความคิด..ของยายธี..วิธีคิด..แบบนี้ค่ะ...(แม้จะออกตัวว่าไม่ใช่ครู.)แต่.สุดยอดในความละเอียดอ่อนในความคิด..ขอชม...คุณพี่หนาน..เจ้าค่ะ...

(บังเอิญตอนเป็นเด็ก..ถูกใช้วิธีโดนตี..ถ้าตอบไม่ได้คิดช้าอ่านไม่ถูกเขียนผิด..โดนเคาะมือ..๕๕..อ่านผิดโดนหยิกปาก..ท่องสูตรคูณย้อยกลับ

ไม่ได้ทันควัน...ก็โดน..เขกหัว..อ้ะะๆ...หวังว่า..คนสอนชนิดนี้..คงไม่มีแล้วในสังคมปัจจุบัน..๕๕๕...แต่คงเปลี่ยนเป็นรูปแบบอื่น...อิอิ..

_สวัสดีครับ...

_ขอบคุณสำหรับแนวคิดและวิธีการสอนนะครับ..

_มีประโยชน์ขนาดเลยครับพี่หนาน...

_ว่างๆกะมาแอ่วกำแพงเพชรนะครับ...

_มีที่พัก....ฟรี!!!555

เขียนเมื่อ 

ขอขอบคุณคุณยายธี ที่ช่วยให้หัวใจหนุ่มใหญ่ได้กระชุ่มกระชวยขึ้นมาอีกครั้ง คำชมเปรียบเหมือนน้ำทิพย์ชโลมใจ...การสอนที่ถูกต้องคงไม่มีหลักการตายตัวหรอกนะครับยาย...แม้แต่ทฤษฎีวิธีการต่างๆ ก็ต้องนำมาปรับใช้ และปรับปรุงพัฒนาต่อยอดกันทั้งนั้น...

การเรียนของผมเมื่อตอนเป็นเด็กก็โดนอย่างที่คุณยายว่านั่นแหละครับ โดนช็อล์กบ้าง แปรงลบกระดานบ้าง ไม้เรียวบ้าง ไม้บรรทัดตีที่นิ้วมือบ้าง เช่นกัน...แต่ก็ไม่โกรธครูหรอกครับ เพราะเรามันตอบไม่ได้...ทำไงได้ก็คนมันปึกหงะนะ...อิอิอิ...

ยายสบายดีนะครับ...รักษาสุขภาพด้วย...คนเยอรมันเขาก็เก่งกว่าคนไทยนะ สามารถใส่ส้นสูงวิ่งบนลู่วิ่งไฟฟ้าได้เป็นทีมเนาะ...ขอบคุณอีกครั้งครับ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีคุณเพชรน้ำหนึ่ง ...ขอบคุณที่เข้ามาให้กำลังใจ พร้อมคำชม และ...ภาพวิมานบ้านทุ่ง ที่สงบสวยงาม น่าเข้าไปพักอาศัยเสียเหลือเกิน เก็บค่าพักคืนละเท่าไหร่หนอ?...ถือว่าเชิญแล้วนะครับ วันหน้าจะพาครูคอมฯไปเที่ยวหานะครับ...ขอบคุณ ๆ