The Wise Leader

ผู้นำนอกจากเป็นนักอุดมคติแล้ว ยังต้องเป็นผู้ที่มองถึงความเป็นจริงด้วย จับสาระสำคัญของสถานการณ์ มองให้เห็นถึงผลกระทบในทุกมุมมอง แล้วตัดสินใจทำในสิ่งที่ดีและมีจริยธรรม

ผู้นำที่ใช้ปัญญา: เพื่อสิ่งที่ถูกต้องขององค์กรและสังคม

The Wise Leader: How CEOs can learn practical wisdom to help them do what's right for their companies-and society.

พันเอก มารวย ส่งทานินทร์

[email protected]

6 พฤศจิกายน 2557

ผู้นำที่ใช้ปัญญา: เพื่อสิ่งที่ถูกต้องขององค์กรและสังคม นำมาจาก Harvard Business Review, May 2011 ประพันธ์โดย Ikujiro Nonaka (ศาสตราจารย์กิตติมศักดิ์ ที่มหาวิทยาลัย Hitotsubashi, Tokyo ประเทศญี่ปุ่น) และ Hirotaka Takeuchi (ศาสตราจารย์ที่ Harvard Business School สหรัฐอเมริกา) ทั้งสองได้ร่วมประพันธ์หนังสือเรื่อง The Knowledge-Creating Company (Oxford, 1995)

ผู้สนใจเอกสารแบบ PowerPoint (PDF file) สามารถศึกษาหรือ download ได้ที่ http://www.slideshare.net/maruay/wise-leader

ในยุคแห่งความไม่แน่นอนนี้ ความสามารถในการนำองค์กรโดยใช้ปัญญาเป็นสิ่งที่หาได้ยากมาก ความรู้ที่มีอยู่ ไม่สามารถป้องกันการล่มสลายของระบบเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นในอเมริกาเมื่อ 3 ปีก่อน(2009) ได้ ทำให้บริษัทอย่าง Lehman Brothers และ Washington Mutual ถึงกับล่มสลาย

บรรดาผู้นำองค์กรต่าง ๆ ประสบปัญหากับการปรับตัวเข้ากับสภาวะแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทั้งด้านเทคโนโลยี การเปลี่ยนแปลงวัยของประชากร และแนวโน้มการบริโภค ถึงแม้รัฐบาลจะอัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบ ก็ยังไม่สามารถทำให้เศรษฐกิจฟื้นตัวได้ทั้งอเมริกาและญี่ปุ่น และไม่สามารถพัฒนาองค์กรให้ทันกับการปฏิบัติการแบบไร้พรมแดน รวมถึงให้บุคลากรยึดในค่านิยมและจริยธรรมไว้ได้

จากการสัมภาษณ์ผู้นำระดับสูง ของบริษัทชั้นนำของโลกที่ญี่ปุ่น เพื่อศึกษาว่าผู้นำเหล่านั้นมีวิธีการอย่างไรในการตัดสินใจอย่างเป็นระบบเพื่อให้บริษัทมีความสอดคล้องกับสังคม พบว่าการใช้ ความรู้ที่อยู่ในตัว (Tacit knowledge) และ ความรู้ที่อยู่ภายนอกตัว (Explicit knowledge) ไม่พอเพียงต่อการตัดสินใจ ต้องมีปัญญา (Practical wisdom) ซึ่งเกิดจากความรู้ในตัวที่มาจากประสบการณ์ มีพื้นฐานจากค่านิยมและจริยธรรม ควบคู่ไปด้วย

Aristotle แบ่งความรู้เป็น 3 ประเภทคือ

  • episteme คือความรู้ทั่วไป (know why)
  • techne คือทักษะ (know how)
  • phronesis คือรู้ว่าควรทำอย่างไร (know what should be done)

ผู้ประพันธ์แนะนำให้ผู้นำองค์กร "ใช้ปัญญา" ที่ Aristotle เรียกว่า "phronesis" คือ ใช้ความรู้ที่มาจากประสบการณ์ว่าสิ่งใดเลว สิ่งใดดี เพื่อการตัดสินใจได้อย่างมีคุณธรรม

ความสามารถ 6 ประการของผู้นำที่ใช้ปัญญา (6 Abilities of Phronesis Leaders)

1. มีการตัดสินใจเพื่อสร้างสิ่งที่ดีให้กับสังคมและองค์กร (Can Judge Goodness)

2. สามารถจับประเด็นสำคัญที่มีผลกระทบต่อธรรมชาติ มนุษย์ และเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นได้เร็ว (Can Grasp the Essence)

3. ทำให้ผู้บริหารและบุคลากรมีปฏิสัมพันธ์กัน เพื่อให้เกิดความหมายใหม่ขึ้นมา (Create Shared Contexts)

4. สามารถเล่าเรื่องและเปรียบเปรยเพื่อแบ่งปันความรู้ได้ (Communicate the Essence)

5. ใช้บารมีสามารถทำให้ผู้คนร่วมมือกันปฏิบัติงานได้ (Exercise Political Power)

6.เป็นผู้สอนงานและพี่เลี้ยงให้กับผู้อื่น เพื่อเสริมสร้าง "การใช้ปัญญา" (Foster Practical Wisdom in Others)

1. Can Judge Goodness ผู้นำที่ใช้ปัญญาจะต้องมีจริยธรรม รู้ว่าสิ่งใดควรปฏิบัติในทุกสถานการณ์ ยกตัวอย่างเช่น

  • Eiji Toyoda ของ Toyota กล่าวว่า "ให้ทำแต่สิ่งที่ดีและถูกต้อง ทำด้วยความกล้าหาญและเชื่อมั่นในตนเอง"
  • Shoei Utsuda ประธานบริษัท Mitsui & Co. ให้ถามตนเองอยู่เสมอว่า "สิ่งที่เราทำนั้น เป็นประโยชน์กับบริษัทและสังคมหรือไม่"
  • Tadashi Yanai ผู้บริหารสูงสุดของบริษัท Uniqlo ให้ข้อคิดในการตัดสินใจว่า "เพื่อความยั่งยืน นอกจากบริษัทเป็นที่ยอมรับและอยู่ร่วมกับสังคมอย่างสอดคล้องแล้ว ต้องช่วยเหลือสังคมด้วย"

2. Can Grasp the Essence ผู้นำที่มีปัญญาจะต้องรู้สึกถึงสถานการณ์ได้เร็ว ว่าอะไรคือปัญหาที่อยู่เบื้องหลัง คาดการณ์สิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้ และสามารถตัดสินใจเพื่อดำเนินการที่จำเป็นต่อไป

  • Soichiro Honda เจ้าของบริษัท Honda กล่าวว่า "ให้ใส่ใจในรายละเอียดที่คิดว่าจำเป็น แล้วทุ่มเทจนกว่าจะสำเร็จ" คือสามารถเห็นปัญหาแล้วแปรเป็นโอกาส ที่ผู้อื่นมองข้ามไป
  • Toshifumi Suzuki ประธานบริษัท Seven-eleven Japan กล่าวว่า "อย่ามองเพียงแค่ต้นไม้ ให้มองเห็นทั้งป่าด้วย" คือให้ผู้จัดการแต่ละสาขาสามารถตัดสินใจได้เอง ไม่ต้องขึ้นกับสำนักงานใหญ่อย่างเดียว

3. Create Shared Contexts ผู้นำมีความสามารถสร้างความร่วมมือระหว่างผู้บริหารกับบุคลากรในองค์กร เพื่อก่อให้เกิดสิ่งใหม่ขึ้นมาได้

  • เป็นเวทีหรือสถานที่ใด ๆ ก็ได้ ในญี่ปุ่นเรียกว่า "Ba" ที่ผู้คนที่มีความสนใจร่วมกัน มาเสวนาหาทางแก้ไขปัญหาร่วมกันอย่างสร้างสรรค์
  • เช่น บริษัท Honda จัดประชุมนอกสถาน 3 วัน ที่เรียกว่า Waigaya เป็นโรงแรมที่มีบ่อน้ำร้อน ทุกตอนเย็นมีเลี้ยงสาเก (สุรา) วันแรกอาจมีเรื่องกระทบกระทั่งกัน วันที่สองกำแพงระหว่างกันถูกทำลาย พอถึงวันที่สาม มีผลงานร่วมกันออกมาได้
  • Mitsui ให้บุคลากรที่สนใจลงทะเบียนล่วงหน้า เพื่อพูดคุยโต๊ะกลมกับผู้บริหารระดับสูงได้ เป็นต้น

4. Communicate the Essence ผู้นำต้องมีความสามารถสื่อสารให้บุคลากรทุกระดับเข้าใจได้

  • การเล่าเรื่อง หรือการเปรียบเทียบเปรียบเปรย จะทำให้บุคลากรมีความรู้สึกลึกซึ้งและเข้าใจกับเรื่องราวต่าง ๆ ได้ดี เช่นใช้เรื่องกีฬา นิทาน ประวัติศาสตร์ ภาพยนตร์ ฯลฯ
  • ผู้นำที่สื่อสารได้จับใจคน เช่น Martin Luther King กล่าวสุนทรพจน์ในปี ค.ศ. 1963 เรื่อง "I have a dream" และ Steve Jobs กล่าวถึง "Stay hungry, stay foolish" ในปี ค.ศ. 2005 ที่มีการกล่าวซ้ำ ๆ ถึงประโยคที่สำคัญที่ต้องการสื่อสาร จนเป็นคำฮิต
  • ผู้นำควรสื่อสารให้มากเท่าที่ทำได้ และมุ่งมั่นทำตามสิ่งที่ให้สัญญาไว้

5. Exercise Political Power ผู้นำด้วยปัญญามีบารมีมากพอที่จะรวมผู้คนหลากหลาย มาร่วมแรงร่วมใจกันเป็นหนึ่งเดียว ในการปฏิบัติงานที่มีเป้าหมายร่วมกันได้

  • ผู้นำต้องมีความเข้าใจถึงลักษณะของบุคคลที่มีความแตกต่างกัน ถึงข้อดีและข้อด้อยของแต่ละบุคคล มองเรื่องส่วนรวมมากกว่าส่วนตัว
  • Yanai (Uniqlo) มีแนวทางในการหาผู้นำรุ่นต่อไปเพื่อทำให้วิสัยทัศน์ขององค์กรประสบความสำเร็จ โดยสรรหาบุคคล 200 คน ที่เรียกว่า leadership pool เพื่อฝึกให้มีแนวคิดเรื่องธุรกิจระดับโลก

6. Foster Practical Wisdom in Others การใช้ปัญญาไม่ควรจำกัดการใช้ในหมู่ผู้นำระดับสูงเท่านั้น แต่ควรส่งเสริมให้มีการใช้ในบุคลากรทุกระดับชั้นขององค์กร

  • ในปี ค.ศ. 1970 Soishiro ของ Honda มีแนวคิดสร้างเครื่องยนต์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เพื่อเป็นข้อได้เปรียบทางการแข่งขันกับบริษัทรถยนต์ยักษ์ใหญ่ในอเมริกา แต่วิศวกรฮอนด้าไม่เห็นด้วย โดยกล่าวว่า เป็นเครื่องยนต์เพื่อสังคมและเพื่อลูกหลานในอนาคต ทำให้ Soishiro คิดว่าสมควรถึงเวลาเกษียณตนเอง
  • แม้แต่ Seven-eleven Japan ก็คิดว่า บุคลากรที่ไม่ได้ทำงานประจำ ก็มีส่วนในการตัดสินใจได้เช่นเดียวกัน เป็นการช่วยกันและกัน
  • ผู้นำควรเป็นตัวอย่างที่ดี และเป็นพี่เลี้ยงสอนงานให้ผู้นำรุ่นต่อไป

ผู้นำยุคใหม่ ควรมีหน้าที่บทบาทหลายอย่างในคราวเดียวกันคือ

  • เป็นนักปรัชญา รู้สิ่งที่เป็นสาระสำคัญ
  • เป็นผู้เชี่ยวชาญ เข้าใจประเด็นสำคัญและปฏิบัติการได้เร็ว
  • เป็นนักอุดมคติ ยึดถือแต่ในสิ่งที่ดีและถูกต้อง
  • เป็นนักการเมือง ทำให้ผู้คนลงมือปฏิบัติ
  • เป็นนักประพันธ์ เป็นนักเปรียบเปรยและเล่าเรื่องได้ดี
  • เป็นครู มีหลักการและค่านิยมให้ผู้คนได้เรียนรู้

สรุป ผู้นำนอกจากเป็นนักอุดมคติแล้ว ยังต้องเป็นผู้ที่มองถึงความเป็นจริงด้วย จับสาระสำคัญของสถานการณ์ มองให้เห็นถึงผลกระทบในทุกมุมมอง แล้วตัดสินใจทำในสิ่งที่ดีและมีจริยธรรม จึงจะถือว่าเป็นผู้นำที่ใช้ปัญญา

*******************************************

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน leadership



ความเห็น (0)