​ชีวิตที่พอเพียง : ๒๒๘๓. การพัฒนาคนเพื่ออนาคตประเทศไทย

          วันที่ ๒๖ กันยายน ๒๕๕๗ สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ จัดการประชุมประจำปี ๒๕๕๗ “การพัฒนาคนเพื่ออนาคตประเทศไทย” โดยเสนอหลักการ “ร่วมพัฒนาคนในทุกมิติ สร้างพลังร่วมทุกระดับ พร้อมใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมนำการพัฒนา เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน ร่วมพัฒนาสังคมไทยสู่ความสุขอย่างยั่งยืน”

          การประชุมนี้จัดที่ ศูนย์การประชุม อิมแพ็คท์ เมืองทองธานี มีคนเข้าร่วมประมาณ ๒,๕๐๐ คน ท่านนายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ จันทร์โอชา ไปเป็นประธานเปิด และกล่าวปาฐกถานำ ตามกำหนดการเดิม ใช้เวลา ๔๕ นาที แต่ท่านใช้เวลากว่า ๑ ชั่วโมง โดยอ่านตามร่างคำกล่าวแล้วพูดขยายความเข้าสู่สภาพบ้านเมืองในปัจจุบัน ฟังดูแล้วท่านหงุดหงิดกับการถูกสื่อมวลชน และฝ่ายตรงข้ามตอดโน่นตำหนินี่ ซึ่งผมก็เห็นตรงกับท่านว่า การพูดเช่นนี้ เป็นการต่อความยาวสาวความยืด หรือท่านจงใจพูดเป็นสายล่อฟ้าก็ไม่ทราบ ฟังการบรรยายของท่านนายกประยุทธได้ ที่นี่

          ผมชอบใจยุทธศาสตร์ที่สภาพัฒน์เสนอ และนำมาใช้ในการจัดการประชุมด้วย คือการสนับสนุนให้เกิดการริเริ่ม สร้างสรรค์ ในส่วนของพื้นที่และหน่วยปฏิบัติ แล้วนำเอาผลสำเร็จมา ลปรร. กัน เพื่อส่งเสริมการต่อยอดและขยายผล

          ช่วงบ่าย ผมไปเข้าฟังการประชุมห้องย่อยที่ ๔ เรื่องการพัฒนาชุมชนเมือง ได้ฟังเรื่องราวความสำเร็จของเทศบาลเมือง พนัสนิคม จากท่านนายกเทศมนตรี นายวิจัย อัมราลิขิต ที่เป็นนายกฯ ติดต่อกันมากว่า ๓๐ ปี ที่ประสบความสำเร็จในการพัฒนา เทศบาลเมืองพนัสนิคมให้เป็นเมืองน่าอยู่ (Healthy City) และกำลังได้รับทุนจาก อียู ให้มาพัฒนาเป็น เมือง คาร์บอนต่ำ ฟังท่านเล่าวิธีทำงานแล้วผมรู้สึกว่าน่าชื่นชมมาก

          ส่วนเทศบาลนครพิษณุโลก นพ. สุธี ฮั่นตระกูล รองนายกเทศมนตรีมาเล่าความสำเร็จเรื่องการจัดการขยะ ซึ่งอ่านได้ ที่นี่ น่าเสียดายมากที่ผมไม่สามารถอยู่ฟังคุณหมอสุธีได้ เพราะต้องออกจากห้องประชุม เดินทางไปสนามบินสุวรรณภูมิ เพื่อขึ้นเครื่องบินไปเชียงใหม่

          ย้อนกลับมาช่วงเช้า หลังจากท่านนายกรัฐมนตรีพูดจบ และออกไปชมนิทรรศการ มีการฉายวีดิทัศน์จากรายการทีวี ที่ท่านประธานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ คุณพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา ไปออกรายการทีวี เมื่อวันที่ ๒๔ กันยายน ๒๕๕๗ แล้วหลังจากนั้นเป็นรายการอภิปราย “การพัฒนาคนเพื่ออนาคตประเทศไทย” ที่เมื่อท่านเลขาธิการสภาพัฒน์ นำเสนอสั้นๆ ก็ตามด้วยการอภิปรายโดย ๓ ท่าน คือ ผม คุณโฆสิต ปั้นเปี่ยมรัษฏ์ และคุณศุภชัย เจียรวนนท์

          จึงนำ narrated ppt คำอภิปรายของผม มา ลปรร. ที่นี่ โดยเมื่อกลับมา AAR การพูดของตนเองทีหลัง ผมคิดว่าหากผมพูดเรื่องการพัฒนาคนตามแนวที่เสนอในหนังสือ The Heart of Higher Education ที่ผมบันทึกไว้ ที่นี่ อาจสื่อสารการพัฒนาคนสองด้าน คือด้านการเก่งทักษะภายนอก กับเก่งทักษะภายในตน เป็นประโยชน์ต่อที่ประชุมมากกว่า

          ผมได้เรียนรู้จากคุณโฆสิต เกี่ยวกับผลกระทบจากโครงสร้างอายุประชากรไทย ที่เป็นสังคมคนแก่ และครอบครัวเดี่ยว จะมีผลกระทบสูงมาก

วิจารณ์ พานิช

๒๖ ก.ย. ๕๗

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน KMI Thailand



ความเห็น (1)

เขียนเมื่อ 

เรียน ท่านอาจารย์หมอวิจารณ์

  1. เข้าไปอ่านสไลด์และฟังบรรยายแล้ว (ซึ่งผมติดตามและเรียนรู้จากท่านอาจารย์หมอโดยตลอด)โดนใจเกือบทุกสไลด์
  2. แต่ที่โดนใจมากๆ คือ สังคมที่บ้าปริญญาของบ้านเรา การ Promotion ต้องเป็นแบบที่ท่านอาจารย์หมอบอกว่า สังคมไทยต้อง Change ไปสู่ Mode "ออกจากการเข้าสู่ตำแหน่งโดยใช้เกณฑ์ Degree-Based สู่ Competency-Based"
  3. วันนี้ผมไปเรียนรู้ "ครูเพื่อศิษย์ในศตวรรษที่21" ที่ท่านอาจารย์หมอเป็นผู้จุดประกายไว้ ผมคิดว่า คงได้อะไรดีๆ บ้างจากวิทยากรชุดนี้