​เดินทาง

เดินทาง

วันจันทร์ ที่ 4 พฤศจิกายน 2557

ออกจากบ้านแม่มุ่งหน้าไปยโสธร ไปเกือบครึ่งทาง แม่โทรบอกว่า “ลืมกระเป๋าเดินทาง”

รู้สึกเจ็บใจตนเอง ดีนะที่แม่โทรบอกก่อน ทำให้ไม่ต้องไปไกลกว่านี้ ไม่งั้น เสียหายกว่ามากมายหลายเท่า

ยิ่งรีบยิ่งช้า เพราะอะไร เพราะขาดสติ วูบเดียว

พอถึงวัด ได้พัก รีเซ็ตตนเอง ครูเมตตาให้โอกาสให้ไปทำธุระให้ กับแม่รี ได้เรียนรู้ว่า แต่ละคนก็มีทุกข์เป็นของๆตน และก็พยายามอย่างที่สุดตามกำลังที่จะออกจากทุกข์นั้น ตามกำลังสติปัญญา

กลับมาถึงวัด ไม่ครูก็มาถึง เตรียมตัวพร้อมกับการเดินทาง เพื่อทุกครั้งที่เดินทางครูมอบโอกาสในการฝึกฝนแบบเข้มข้นในในระยะประชิต สิ่งแรกที่จิตทำคือ กลัวผวา ตอบสนองต่อมาด้วยใจที่สงสัย

ครูต้องลงมือแก้ไขให้ พร้อม ๆ กับให้พาทำโจทย์ แก้ไขกิเลสที่เป็นเครื่องขัดขวางการพัฒนาอยู่ข้างใน

ได้เห็นความชั่ว ที่เป็นเชื้ออยู่ข้างใน กับการที่พาใคร ๆ ลงนรก

มันง่ายมาก แค่ทำตามใจตนเองไปเรื่อย ๆ ก็เป็นทางสู่ความฉิบหายได้แล้ว

น่าสยดสยองมากกับการมีชีวิตอยู่ ก็เกิดความสงสัยกับตนเอง แล้วที่ผ่านมา ฉันมีชีวิตอยู่มาอย่างไร

ก็ทำกรรมแบบนี้มาซ้ำ ๆ หน่ะซิ นี่คือ คำตอบของ ความย่ำแย่ในชีวิตที่กำลังเผชิญอยู่อย่างหนักหนา

เหนื่อยกายไม่เท่าเหนื่อยใจ ความอ่อนล้าในกาย พักนิดหน่อยก็หายแต่ใจที่แก้ไขไม่ได้ ก็น่าอนาจ

ครูเมตตาชี้ ทุกครั้งที่ครูชี้และช่วยเหลือ บั่นทอนธาตุขันธุ์ท่าน ไม่มีใครรู้ แต่หนูประจักษ์กับตนเองทุกครั้งที่ร่วมเดินทาง

หนูไม่ได้มาช่วยครูหรอก ทุก ๆ ครั้งที่มาวัด หรือ มาร่วมเดินทาง เป็นครูต่างหากที่ออกแรงช่วยเหลือ และให้โอกาสเสมอ ๆ มาเพิ่มงานให้ครูนั่นเอง

ครูเคยเปรยประมาณว่า การสร้างใครคนหนึ่ง ให้บริสุทธิ์ขึ้นมาได้ ทุ่มเทแค่ไหนมันก็คุ้ม

หันมองใจตน ยังห่างไกลกับคำว่า “บริสุทธิ์” อยู่มากนัก

มีแต่ความชั่ว ความอวดดีอยู่เต็มหัวใจ

เมื่อวานที่ครูพาดู แล้วให้ฝ่ากิเลสมันลงไป คือ

ความไม่อยากแพ้ครู

นึกย้อน ทวนย้ำ นั่งหลับตาทำความรู้กับตนเอง ณ สนามบิน

รวมรวมกำลังด้วยคาถาที่ครูให้ทั้งสองบท

แล้วย้อนเอา คำว่า ความไม่อยากแพ้ครู ตีตื้นกิเลสขึ้นมา ให้ข้างในได้เห็นอาการ ตามที่ครูบอก

มันเป็นเป็นก้อนแน่นให้ได้เห็น จนกายร้อน ใจแน่น ทวนย้อนด้วยคาถาครูว่า

"กูบ่เซื่อมึงดอกอีกกิเลส ความบ่อยากแพ้ครู กูซิเบิ่งมึง

มึงซิเก่งซำได๋ กูซิขังมึงไว้อยู่ในกาย"

มันเปลี่ยนหน้าเปลี่ยนอาการมาให้เห็นเรื่อย ๆ

พอได้ขึ้นเครื่องบิน ก็เหมือนหลับพักอยู่ข้างในหนึ่งชั่วโมง

แต่เหมือนข้างในไม่หยุดทวนกับคำว่า “พาแม่ลงนรก”

ย้อนทวนแล้วดูอาการตอบสนองที่เกิดขึ้นให้ได้เห็น มันร้ายกาจมาก ๆ กิเลส

พอขึ้นรถตลอดเวลาสองชั่วโมงจากสนามบินถึงที่พัก เหมือนนั่งดู ใช้คำว่าดูจะหรูไป เหมือนจะนั่งเค้น จ้อง ด้วยใจที่เคียดแค้น

ไม่อยากเป็นอีกแล้ว อันที่ทำแล้วแก้ไม่ได้ แก้อย่างนี้ไปก่อน ไม่ปรารถนาพาใคร ไปที่ต่ำ

กว่าจะแก้อะไรสักอย่าง ยากสุด ๆ

มาถึงที่พัก ประสานผู้จัดเพิ่มเติม เตรียมงานที่ครูมอบโอกาสให้ ไม่ทันเรียบร้อยก็หลับไป

เป็นอีกวันที่ มีหลากหลายบทเรียน เป็นโอกาสที่ต้องรักษากับตนเอง

แค่เผลอแป๊บ เสร็จกิเลสปั๊บ ต้องระวัง

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เพียงเพียรพอ



ความเห็น (0)