"อิ่มในกลิ่น สิ้นในรัก" (กลอน)

               โลกคือธาตุ แห่งชาติเชื้อ แหล่งเครือสัตว์

จากอากาศ บาทบ้าน นานเป็นกัป

เหาะเหินหา นาเนื้อ ง้วนเจือซับ

หลงรสหยาบ ทรัพย์โลกีย์ จึงมีกาย

              โลกคือแหล่ง สสาร ฐานกำเนิด

พืชสัตว์เกิด เปิดทาง สร้างหลากสาย

มนุษย์ชาติ วิวัฒน์วัฏ ผลัดเกิดตาย

จนเป็นใหญ่ ในโลก โชคอนันต์

             กี่ล้านเผ่า กี่เหล่ากอ ก่อกำเนิด

สัตว์ประเสริฐ เชิดชู รู้สร้างสรรค์

ฉลาดล้ำ กระทำหลอก บอกประจาน

นี่คือพันธุ์ พันเผ่า เฝ้าโลกา

             มวลมนุษย์ ผุดใน ใยสัญชาต

เหมือนดั่งสัตว์ พัฒน์ไป คล้ายมัจฉา

ล่องไหลลง ดงนที แห่งชีวา

จมธารา ท่าทะเล พเนจร

              โลกมีฐาน คืออาหาร คือบ้านอยู่

ที่หาคู่ หาครัว หาตัวสอน

อาศัยสิ่ง พิงพัก พิทักษ์คอน

พเนจร ร่อนเร่ เซตามทาง

             เมื่อมนุษย์ หยุดเดิน มาเบิร์นป่า

สร้างเคหา นาสวน ชวนปลูกฝัง

อีกเลี้ยงสัตว์ มัดไว้ ใช้เป็นคลัง

จนอยู่ยั้ง ยั่งยืน หลายหมื่นปี

             ประสบการณ์ ผ่านสมอง มองธรรมชาติ

เห็นเป็นศาสตร์ วาดเป็นสาร ผ่านวิถี

สร้างบวงสรวง ลวงตา ว่าพิธี

เพื่อไล่ผี เซ่นเจ้า ข้าวงอกงาม

            ด้วยกาลกล ผลทั้งผอง เกี่ยวดองชาติ

วนเวียนวัฏ พัฒนา มาซ้ำๆ

สืบทอดทุน หนุนทาง อย่างงดงาม

โดยผ่านกาม ตามกฎ หมดทั้งเพ

             ไม่ว่าพืช หรือสัตว์ ถูกจัดไว้

ต้องผ่านไป ในกาม ห้ามหันเห

แรงเชื้อกาม ตามหลอกหลอน อ่อนโซเซ

มันมีเล่ห์ มนต์ขลัง พลังแรง

             สัตว์พืชคน ผ่านกลไก ไหลตามส่ง

ลอยหลงลง ดงกาม ตามต้นแหล่ง

รัศมี ปริมาณ มันแสดง

ไม่เคยแห้ง เหือดหาย จากสายพันธุ์

             รักโกรธเกลียด กอดเกาะ มันเพาะเม็ด

มีบำเหน็จ เจ็ดสิ่ง เป็นมิ่งขวัญ

มีคู่ครอง มีน้องเกิด มีเกิดหลาน

มีที่บ้าน มีงานสุม มีกลุ้มพัน

                ภาระชีพ ภาระตน ไม่พ้นเหยื่อ

แถมมีเสือ หาเหยื่อกิน อินทรีย์สาร

จะหนีเสือ อย่างไร ให้พ้นมัน

ไม่เป็นอาหาร ให้มันกลืน จงตื่นไว

            เราเป็นยอด เผ่าพันธุ์ รู้ทันท่า

เชื้อกามา แรงราคี รัศมีใคร่

จุดเริ่มหลอก ท่ามกลางหลอน อ่อนละไม

จุดเบื้องปลาย ตายอย่างสัตว์ มัจฉามรณ์

             ธรรมชาติ วาดแปลน แผนสั่งสร้าง

ฝากแปะฝัง ตั้งกลไก ใต้สิงขร

สัญชาตเชื้อ เยื่อใย ในวงจร

ผ่านอาภรณ์ ดอนประสาท หาดหกห้อง

            ประสาทเรา เร้าเร่ง เพ่งสิ่งเด่น

เมื่อตาเห็น เด่นตา ใบหน้าน้อง

อยากขยาย ใจเขยิบ กระเถิบมอง

หูอยากจ้อง เสียงนาง ฟังเนื้อความ

             จมูกมุ่ง จูงใจ ให้ใกล้กลิ่น

ลิ้นอยากกิน ก้อนราคี อย่างผลีผลาม

มือเท้ากาย ไหวไว ไหลไปตาม

ใจอยากหม่ำ ตามประสาท กำหนัดพลัน

           สัญชาตญาณ คือครรภ์รัก พิทักษ์สัตว์

ประสาทจัด สรรสร้าง หวังสวรรค์

ทั่วทุกสัตว์ ถูกจัดสร้าง อย่างอนันต์

เพื่อรักษ์พันธุ์ เผ่าสาย มิตายสูญ


             จะขอสาว กล่าวเนื่อง ในเรื่องรัก

ของคู่รัก มวลมนุษย์ เป็นจุดศูนย์

รักของเรา เคล้าคละ ปะโทษคุณ

ใครไร้ทุน เป็นแท่นท่า ย่อมปราชัย

             รักคือแก่น แดนดอน สั่งสอนสัตว์

ใครอ่อนหัด ถูกพัดพา น้ำตาไหล

ใครรู้ทาง ย่างก้าว แพรวพราวไพร

ย่อมเหนือใจ เหนือคน รู้กลลวง

            รักคือไร ใครนิยาม ให้งามเข้ม

ไม่มีเต็ม ความหมาย ในวงกว้าง

แต่อยู่ที่ มีประสบการณ์ มันทั้งปวง

จึงตีตวง ถ่วงน้ำหนัก รักไฉน

             รักผ่านกาล ผ่านกาย ผ่านหลายชาติ

เรามิอาจ ข้ามพ้น กลมันได้

มันฝังราก ฝังร่าง ฝังกลางกาย

มันเป็นคล้าย มรดก หยกสายพันธุ์

             พ่อแม่เรา เขาก็ผ่าน งานเรื่องรัก

มีอกหัก มีรักพ่าย มาหลายขั้น

ทั้งน้ำตา อารมณ์ ผสมกัน

ทั้งฆ่าฟัน หันหลัง แยกทางเดิน

            ทั้งชีวิต มวลมนุษย์ ไม่สุดสิ้น

ยังรักกลิ่น ยินดี มีสรรเสริญ

ไม่เคยหยุด ไม่สุดอยาก หากยังเดิน

เลยเผชิญ กับความเจ็บ เหน็บดวงใจ

            รักคือใย สายเพชร ที่เด็ดเดี่ยว

แค่เส้นเดียว ยังเหนียวแน่น เป็นแขนข่าย

เกาะกอดกุม ก่อกาม ย้ำสายใย

สัตว์จึงได้ แพร่เชื้อ เหลือกรรมพันธุ์

               เห็นผู้คน โดนทิ้ง ยิงตัวสิ้น

น้ำตาริน หลั่งไหล ใจร้าวฉาน

ทะเลาะด่า วิวาห์ล่ม ปมประจาน

เสียอาการ ทรงจิต เป็นพิษใจ

              คู่รักร่วง รักร้าง แยกทางรัก

ไม่นานนัก ก็มักมี คู่ซี้ใหม่

เมื่ออิ่มกลิ่น สิ้นรัก แยกกันไป

โลกกว้างใหญ่ ชายหญิง รอจริงจัง

            ข่าวดารา หน้าสื่อ คือสื่อสร้าง

ว่ารักร้าง ห่างกัน กาลเหินห่าง

ไร้เวลา หาบ่มรัก ก็ชักจาง

จึงแยกทาง หวังยุติ มีไมตรี

             คนดารา นักร้อง ทั้งผองเผ่า

รักชั่วคราว ข่าวกุ๊กกิ๊ก จิกทุกวี่

คนหนุ่มสาว เย้ายวน ชวนยวนยี

เมื่อมากมี ชี้ชวนใจ คู่ใหม่เลย

             เมื่อเกิดอยู่ ในอู่ตม ย่อมจมปลัก

อยู่ในพรรค ถูกรักรม จนจมเฉย

อยู่ในผับ รับดื่ม ลืมตามเคย

อยู่คุ้นเคย ก็เผยจิต ติดใกล้ตัว

             ในโลกจริง หญิงชาย ไม่หน่ายเหนื่อย

รักฟุ่มเฟือย เปลือยจิต สถิตหัว

ไม่เคยเข็ด เผ็ดร้อน ตอนมืดมัว

เพราะไม่กลัว หัวใจ ซ่อมได้ยัน

             มองให้กว้าง ให้ลึก ตรีกให้รอบ

โลกถูกครอบ กุมขัง พลังสาร

คือพลังรัก พลังอยาก พลังงาน

จึงสืบสาน พลังชีพ ให้ตีบจน

             เราท่องเที่ยว ในวัฏฏะ มาหลายชาติ

มารักอาตม์ รักลวง รักห่วงสน

ไม่คำนึง ถึงกฎ บี้บดตน

จึงส่งผล ให้คนโลก ตกวัฏจักร

              วังวนเวียน เปลี่ยนเกิด ไปสู่ตาย

เกิดมาว่าย ข่ายทะเล รักเร่ผลัก

ชีพกองกาย ไม่ถูกใช้ ทำลายยักษ์

จึงถูกรัก กอดกุม รุมสกรัม

             เส้นวัฏฏะ ชาตะ อวิชชา

คือยักษา หน้าใส ไม่เกรงขาม

ไม่อิ่มกลิ่น สิ้นรักโลก ถกความงาม

ราคะกาม มันหยามหยอก มาหลอกเรา

               เมื่อสิ้นรัก ก็สิ้นฤทธิ์ อิทธิผล

สิ้นกังวล พ้นกรรม มายำเผา

เห็นธาตุแท้ แม่รัก น้ำหนักเบา

เห็นรากเหง้า เจ้าแท้ ไม่แลมอง

              สิ้นทั้งกลิ่น สิ้นทั้งรัก ในรากชีพ

ไม่ขอหยิบ ไม่ขอยา มารักษ์หนอง

เพราะแผลฝี ไม่มี ให้มันครอง

จึงปิดคลอง ร่องทาง ไม่สร้างกรรม

              นี่คือทาง ถางมอง สมองคิด

ให้รู้ฤทธิ์ รู้ทัน รู้กาลซ้ำ

ฝึกสิ้นรัก ในชาติ ตัดขาดกาม

รู้ข้ามน้ำ กามทะเล สิ้นเอวัง

                                   ----------------------(๓/๑๑/๕๗)---------------------------

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน จับความคิด



ความเห็น (3)

เขียนเมื่อ 


รักโกรธเกลียด กอดเกาะ มันเพาะเม็ด

มีบำเหน็จ เจ็ดสิ่ง เป็นมิ่งขวัญ

มีคู่ครอง มีน้องเกิด มีเกิดหลาน

มีที่บ้าน มีงานสุม มีกลุ้มพัน

.......


อ่านแล้วได้ข้อคิดดีมากๆๆค่ะ  

ขอบคุณค่ะ

เขียนเมื่อ 

อ่านแล้วเพลิน ได้แง่คิดดีมากเลยครับ

ก่อเกิด ดำเนินไป...และแตกดับ

ขอบพระคุณครับ

เขียนเมื่อ 

"มันเป็นเช่นนั้นเอง"..นะเจ้าคะ..ชอบค่ะ..เขียนบรรยายได้ละเอียดดี...จริงๆ..ทุกแง่มุม..บทตอน..ค่ะท่าน..ส.รัตนภักดิ์..สวัสดีค่ะ...