"น้องสาวแปลกหน้า กับ พี่ชายหน้าแปลก"....ตอนที่ 3 (สาเหตุมันคืออะไร?)

RUJIPHAT
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ

ตอนที่ 3 สาเหตุมันคืออะไร             

             เมื่อถึงวันรุ่งขึ้นขณะที่มีรถเข็นคันหนึ่งกำลังใกล้เข้ามาที่ห้องกิจกรรมบำบัด มีเด็กหญิงคนเดิมนั่งอยู่บนเก้าอี้ แต่ กลับไม่เห็นวีแววของแม่เลยเมื่อมาถึงหน้าห้องกิจกรรมบำบัด พี่ชายคนเดิมรีบวิ่งออกมารับและกล่าวทักทายอย่างสดชื่นเหมือนเมื่อวานอีกครั้ง แต่ครั้งนี้น่าแปลกที่เด็กหญิงกลับมีสีหน้าเรียบเฉยแล้วก็ไม่มีการตอบสนองใดๆทั้งสิ้นกับพี่ชาย เมื่อพี่ชายกำลังจะเริ่มที่จะทำการบำบัดรักษาอีกครั้งเด็กหญิงกลับหันหน้าหนีไม่มองหน้าไม่สบตากับพี่ชายเลย แน่นอนว่าสีหน้าของพี่ชายรู้สึกสงสัยและกังวลว่าเกิดอะไรขึ้นทันใดนั้นก็มีเสียงของเด็กหญิงขึ้นมา แต่ว่า… เป็นเสียงที่เด็กหญิงคุยกับผู้อื่นที่อยู่ในห้องกิจกรรมบำบัด พี่ชายเริ่มรู้สึกว่าเด็กหญิงคนนี้จะกลับมาเป็นปกติแล้ว จึงได้ชวนพูดคุยอีกครั้ง แต่ก็เหมือนเดิม เด็กหญิงหันหน้าหนีพร้อมกับพูดกับคนอื่นเหมือนพี่ชายชุดขาวคนนี้ไม่ได้มีตัวตนอยู่ข้างๆของเด็กหญิงเลย เมื่อเป็นแบบนี้พี่ชายจึงพยายามพูดให้มากขึ้น ชวนคุยเรื่องต่างๆมากขึ้น แต่กลับไม่มีการตอบสนองใดๆทั้งสิ้นจากเด็กหญิงคนนี้ 

              เมื่อเด็กหญิงไปบนเตียงแล้วปรับให้ยืนเพื่อปั่นจักรยานอีกครั้งพี่ชายเลือกที่จะไปนั่งข้างๆ เปิดหนังสือภาพและอ่านให้ฟัง ภาพนี้มันช่างดูเป็นภาพที่อบอุ่นเหมือนพี่ชายกำลังดูแลน้องสาวเหลือเกิน แต่ว่า น้องสาวคนนี้กลับไม่สนใจพี่ชายเลยไม่ว่าพี่ชายจะพยายามคุยกับเด็กหญิงสักแค่ไหน เมื่อพี่ชายกำลังอ่านไปได้สักครู่หนึ่ง ขณะเดียวกันเด็กหญิงก็ไม่มีท่าทีตอบสนองเหมือนเดิม ได้สังเกตเห็นว่าตาของพี่ชายคนนี้รู้สึกมีประกายอะไรบางอย่าง ซึ่งดูแล้วเหมือนกำลังจะร้องไห้ทั้งๆที่สีหน้ากับคำพูดยังดูสดใสร่าเริงอยู่ตลอดเวลา เห็นแล้วรู้สึกว่าพี่ชายคนนี้คงพยายามมากแต่พยายามเท่าไหร่ก็ไม่มีผลอะไรตอบรับกลับมา ตลอด 3 วันจะเห็นภาพพี่ชายและน้องสาวคนนี้เป็นแบบนี้ตลอด ซึ่งพี่ชายพูดเสมอว่า “เป็นอะไรเหรอคะทำไมไม่คุยกับพี่เลย” ด้วยคำพูดที่อ่อนหวาน แต่สิ่งที่ถามไปจะได้คำตอบมาคือ “……” จนวันหนึ่ง เมื่อน้องสาวกลับไปแล้วพี่ชายคนนี้เดินออกจากห้องกิจกรรมบำบัดและห้องฟื้นฟูสมรรถภาพ ไปหลบที่เสาต้นหนึ่งข้างนอกจากนั้นพี่ชายหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา ยังไม่ทันไรก็เริ่มเห็นหยดน้ำตาที่ไหลออกมาจากดวงตาคู่นี้ แล้วเมื่อพี่ชายยกหูโทรศัพท์ขึ้นแล้วเริ่มพูดกับใครสักคนหนึ่งน้ำตาที่เป็นหยดมันเริ่มไหลออกมาเรื่อยๆ ไหลไปตามแก้มและร่วงลงสู่พื้น อย่างไม่มีทีท่าว่าจะหยุดร้องได้เลย เมื่อวางสายพี่ชายพยายามที่ปาดน้ำตาและลืมตาขึ้นเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นแล้วเข้าไปห้องน้ำเพื่อล้างหน้า มันดูทรมาณมากที่จะต้องเก็บความรู้สึกทุกๆอย่างที่เกิดขึ้นโดยไม่ให้ใครรู้เลยวันนั้นพี่ชายคนนี้ดูผิดแปลกไปจากเดิม ไม่กินข้าวกลางวัน ดูเหม่อลอย แต่ยังไม่มีใครสักคนที่รู้สึกว่า มันมีอะไรบางอย่างเกิดขึ้นกับเขา

               วันรุ่งขึ้น เป็นวันที่ 4 หลังจากที่น้องสาวคนนี้ได้มาหาพี่ชาย วันนี้ไม่ได้มีอะไรแตกต่างไปจาก 2 วันก่อนเลย แต่แตกต่างที่พี่ชายกลับพยายามเข้าหาน้องสาวคนนี้มากขึ้นกว่าเดิม ชวนคุยทำกิจกรรมทุกๆอย่างไปเรื่อยๆ แต่ว่ากิจกรรมที่ให้ทำเริ่มที่แตกต่างออกไป วันนี้พี่ชายให้น้องสาวมานั่งบนหมอนข้างแข็ง แล้วให้ทำกิจกรรมข้างหน้าโดยใช้ 2 มือสลับไปมาน้องสาวเริ่มมีความสนใจในการทำกิจกรรมมากขึ้น แต่ก็ยังไม่พูดคุยกับพี่ชายเหมือนเดิมจนเมื่อก่อนที่จะกลับไปขณะยืนปั่นจักรยานอยู่ น้องสาวคนนี้อยู่ๆได้พูดขึ้นมาว่า “รู้มั้ยทำไมหนูไม่คุยกับพี่” ทันใดนั้น สีหน้าพี่ชายคนนี้ดูแตกต่างจากเมื่อ2วันก่อนอย่างชัดเจน มีประกายในแววตา แต่เป็นแววตาแห่งความดีใจ แล้วพี่ชายก็พูดต่อว่า

พี่ชาย: “ทำไมเหรอคะ”

น้องสาว : “พี่เป็นผู้ชายทำไมพูดค่ะ ผู้ชายไม่ควรจะพูดกัน”

พี่ชาย : “พี่ขอโทษนะครับ จากนี้ไปพี่จะไม่พูดแล้ว”

น้องสาว : “สัญญานะถ้าพูดอีก หนูจะไม่คุยกับพี่อีกเลย”

พี่ชาย : “พี่สัญญาครับ” (พูดไปพร้อมกับยิ้มไปพลาง)

                เมื่อน้องสาวกลับไปแล้ว พี่ชายคนนี้ดูมีความสุขยิ้มแย้มกว่าปกติ นี่อาจจะเป็นสาเหตที่ทำให้น้องสาวไม่ยอมคุยกับพี่ชาย แล้วพี่ชายก็ได้พบสาเหตแล้วว่าเพราะอะไรกัน

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน กิจกรรมบำบัดกับสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิต



ความเห็น (0)