นครปฐม-ชะอำ

การเดินทางครั้งนี้ พวกเราได้คุยกันเบื้องต้นว่าปิดเทอมนี้เราไปเที่ยวกัน แล้ววันเดินทางก็มาถึง ด้วยความที่ไม่มีใครรู้เลยว่ารถไฟมีรอบไหนบ้าง จึงรีบเข้าอินเตอร์เนตเพื่อหาข้อมูล การเดินทางของรถไฟ วันนั้นเป็นวันศุกร์ เด็กๆ มารอกันเต็มเพื่อความแน่ใจว่าจะไปไหม เพราะถ้าไปคงเหลือรถไฟแค่รอบเดียวรอบสุดท้าย พวกเราจึงตัดสินใจไป โดยให้พี่สุจินต์ (ผู้ใหญ่ใจดี) ไปส่งที่ สถานีรถไฟนครปฐม ฉันยังไม่รุ้ด้วยซ้ำว่าช่องซื้อตั๋วอยู่ตรงไหน เดินเข้าไปด้วยความใจจดจ่อเพราะไม่แน่ใจว่าเที่ยวสุดท้ายที่จะไปชะอำนั้นหมดไปแล้วหรือยัง เราเดินทางไปถึงสถานีรถไฟนครปฐมเวลา 19.30

                                                                       

เดินไปถามช่องขายตั๋วว่า รถไฟไปชะอำหมดยัง เจ้าหน้าที่บอกว่า ยังครับเหลืออีกเที่ยวหนึ่ง ของวันนี้เป็นรถเร็ว จึงรีบซื้อตั๋วจำนวน 6 ใบ ราคาใบละ 59 บาท เพื่อนร่วมเดินทางในครั้งนี้ประกอบไปด้วย พี่บอย พี่เชน โอม แคนน่อน ใจเด็ด บิว ทั้งหมด 6 คน หลังจากที่เราซื้อตั๋วเสร็จแล้วจึงมานั่งรอที่ชานชลาเพื่อรอรถไฟ ฉั้นเริ่มไม่แน่ใจว่ารถเที่ยวที่กำลังจะมาใช่หรือไม่ เพราะเจ้าหน้าที่ประกาศฟังไม่รุ้เรื่องเลย พวกเราก็กลัวพลาด จึงให้แคนน่อน และใจเด็ด ไปถามที่ช่องซื้อตั๋วว่าเที่ยวต่อไปใช่ไหม เจ้าหน้าที่บอกว่า ต้องรออีกเที่ยว พวกเราก็นั่งรอด้วยความตื่นเต้น และแล้ว แสงไฟที่่รางรถไฟมุ่งหน้าลงใต้ มาถึง เสียงประกาษ บอกว่ารถเที่ยวนี้ไปชะอำ พวกเรารีบสะพานกระเป๋าสำภาระ เตรียมยืนรอที่ชานชลา หลังจากนั้น แคนน่อนถามว่าแล้วพวกเรา ขึ้นบุ้งกี๊ที่เท่าไหร่ (งง แปปหนึ่ง) สรุปเขาเรียกบุ๊งกี๊หรือโบกี้กันแน่ สรุปเรารีบหยิบตั๊วมาดูได้ โบกี้ 3 จึงรีบวิ่งมาที่ ชานชลาเพื่อรอ หลังรถไฟจอด พวกเรารีบวิ่งขึ้นไปข้างบน เดินไปเพื่อหาที่นั่ง หาที่ติดๆกัน เพราะคนเต็ม ปรากฏว่าไม่มี จึงแยกย้ายแต่นั่งข้างๆกัน พี่บอยนั่งกะแคนน่อน โอมนั่งคนเดียว ใจเด็ด บิว พี่เชน นั่งรวมกัน เพื่อรถไปออก ทุกคนตื่นเต้นมา เพราะครั้งนี้คือการเดินทางด้วยรถไฟครั้งแรกในชีวิตของฉัน รถไฟได้ผ่านสถานีต่างๆ ระหว่างทาง ผมก็ได้คุยกับคุณลุงที่นั่งตรงข้าม ถามว่าจะไปไหน ลุงบอกว่าไปชุมพร ลุงถามผมว่าจะไปไหน บอกไปว่าชะอำ เราพูดคุยกันระหว่างทาง ได้เพื่อนใหม่บนรถไฟ อิอิอิ พวกเราใจจอใจจ่อ ไม่กล้าหลับเพราะกลัวว่าจะเลย (ใจเด็ดและพี่เชน ไม่สบาย) ทุกคนก็มองนาฬิกาว่าว่าไหร่จะถึง นี่มัน 5 ทุ่มและ สักพักรถไฟถึงสถานีชะอำ เราจึงรีบลงแล้วขึ้นรถ 2 แถว ไปลงที่ โรงแรม ไวน์โฮเทล ที่ริมหาด เพื่อตามหาพี่ชายที่ชื่อนนท์ เพราะพี่อ้อ ได้หาที่พักให้(คุยเฟสบนรถไฟ) เมื่อไปถึงเราก็เข้าที่พัก ที่นอนค่อนข้างสบาย คุ้มกับราคาคืนละ 700 บาท หลังจากนั้นหิวมากจึงเดินไปหาของกิน แล้วเราก็กลับมาที่พัก ใจเด็ดและเชน อาการไม่ค่อยดีจึงต้องให้กินยาเป็นระยะ เรานัดกันว่าเราจะตื่น ตี 4 เพื่อมาดูพระอาทิตย์ขึ้น เสียงนาฬิกาปลุกดังขึ้น ตี 4 ปรากฏว่าทุกคนนอนกันเงียบ แล้วรู้สึกตัวอีกที่เวลา 09.00 น. หลังจากซื้อ ดอมกับบอว และแคนน่อน ได้ไปซื้อหมู่ย่าง ร้านจพี่อ้อ มา 10 ไม้ พี่อ้อใจดีแถมข้าวเหนียวให้ 4 ห่อ เรากินและนอนเล่นกันในห้องจน 11.00 จึงเริ่มหิวข้าวแล้วก็ไปร้านเดินที่เมื่อคืนได้ไปกินกัน หลังจากนั้นก็มานอนต่อที่ห้องพัก จนเวลาบ่ายๆ ได้ออกไปนอนเตียงผ้าไป

                                  

เล่นน้ำทะเลกันอย่างสนุกสนาน พอกลางคืนเด็ดเริ่มหายไข้ คืนนี้ทั้งเล่น ทั้งเมาส์กัน มันไปเลย แต่อาการเชนไม่ค่อยดีเท่าไหร่ยังไม่หายไข้ คืนนี้พวกเราสนุกันเต็มที่ กะว่าเช้าจะตื่นตี4 มาดูพระอาทิตย์ขึ้นเช่นเดิม ก็ตืน 10 โมงตามเคย ตื่นมาไปกินข้าวร้านใหม่ ปรากฏว่าอร่อยว่าร้านเดิมเยอะมาก หลังจากนั้นพวกเราก็ได้เตรียมตัวเก็บของกลับไปสถานีรถไฟ                                                                                                         

หลังจากนั้นเห็นคนรอรถไฟเข้ากรุงเทพคนเยอะพวกเราเริ่มไม่แน่ใจว่าต้องยืนถึงนครปฐมเลยเปล่าจึงคิดว่าจะอยู่สถานียันตี 3 แล้วไปรอบเช้าดีไหม พอรถไฟมา คนเริ่มขึ้นไปบางตา จึงรีบไปซื้อตั๋ว เจ้าหน้าที่ชะอำถามว่ามีบัตรไหม อ่าวขามาไม่เห็นต้องใช้เลยสอบถามได้ความว่า ถ้าจะขึ้นฟรีต้องใช้บัตร ถ้าเสียเงินไม่ต้องใช้ พี่บอย เชน แคน 3 คนที่เอาบัตรมาเลยได้ฟรี เด็ด บิว โอม เสียตังค์ รถไฟมาพวกเรารีบวิ่งขึ้นสุดชีวิต พี่บอย กะพี่เชน มาโบกี้ 1 คนโล่ง ที่นั่งเพียบ อ่าว แคนน่อน  โอม บิว เด็ด หาย เวรกรรม สักพักโอม เฟสมาถามว่ายุไหน เลยบอกให้เบียดคนมามีที่นั่ง พวกเราเลยมานั่งด้วยกัน เมื่อถึงสถานี เพชรบุรี เริ่มหหิวข้าวกันเลยกะว่าถึงนครปฐมค่อยกิน และโทรหา พี่สุจินต์ มารับ และแล้วพวกเราก็มาถึงดินแดน ปฐมนคร ด้วยความสนุกสนานและรีบหาร้านข้าวกินโดยด่วน  (คร่าวๆ แค่นี้ก่อน)

                                                                                

เที่ยวชะอำ 3 วัน 2 คืน สำหรับการเรียนรู้อะไรอีกหลายๆอย่างที่เราไม่สามารถหาได้จากห้องเรียน เพราะพวกเราเชื่อว่า ประสบการณ์สำคัญกว่าการเรียนรู้ และที่สำคัญ จุดหมายที่ไปไม่เท่าบทเรียนที่ยิ่งใหญ่ระหว่างการเดินทาง...

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ท่องเที่ยว



ความเห็น (2)

เขียนเมื่อ 

ปกติขึ้นรถตู้ไป

ดีเหมือนกันได้ขึ้นรถไฟไปด้วย

น่าสนใจดี

หายไปนานมากๆ

สบายดีไหม ฝากความระลึกถึงปลัดด้วยครับ

ครับ หายไปนานมาก เพิ่งนึกขึ้นได้ว่ามีที่แลกเปลี่ยนเรียนรู้เลยกลับมาใช้อีกครั้ง จะเรียนปลัดให้นะครับในความระลึกถึง อาจารย์สบายดีไหมครับเห็ฯทำงานหนักจังเลย