บันทึกอนุทินครั้งที่ 2 เรื่อง รับฟังบรรยาย การศึกษาในประเทศสมาชิกอาเซียน 4 ประเทศ ของ นางสาวศุภรัตน์ ภิรมย์ชม

บันทึกอนุทินครั้งที่ 2

เรื่อง รับฟังบรรยาย การศึกษาในประเทศสมาชิกอาเซียน 4 ประเทศ

รายวิชา การศึกษาเพื่อพัฒนาสังคมแห่งการเรียนรู้ 102611

วันที่เข้ารับฟังบรรยาย วันอาทิตย์ ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2557

วันที่บันทึก วันจันทร์ ที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2557

อาจารย์ผู้สอน ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อดิศร เนาวนนท์

ผู้บันทึก นางสาวศุภรัตน์ ภิรมย์ชม รหัสนักศึกษา 57D0103117 ป.โท หลักสูตรและการสอน ภาคพิเศษ รุ่นที่ 13 หมู่ 1

1 . การเตรียมความพร้อมก่อนเข้าห้องเรียน/ความคาดหวัง

         ได้ศึกษาเรื่อง การจัดการความรู้ หรือ Knowledge Management เป็นการรวบรวมองค์ความรู้ต่างๆ ที่มีอยู่ในองค์กรนั้นๆ มาพัฒนาให้เป็นระบบเดียวกัน เพื่อให้คนในองค์กรสามารถเข้าถึงความรู้ของบุคคลอื่นได้ และพัฒนาตนเองให้เป็นผู้รู้ และปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ความรู้ คือ ประสบการณ์ต่างๆ จากการเล่าเรียน จากการค้นคว้า ค้นพบ สิ่งที่เราได้ยิน ได้ฟัง รวมทั้งความสามารถเชิงปฏิบัติ ดังนั้น การรวบรวมองค์ความรู้ก็คือการรวบรวบประสบการณ์ทำงานเข้าด้วยกันเพื่อพัฒนาศักยภาพของตนเอง

ซึ่งการจัดการความรู้นั้น มีเป้าหมายอยู่ 4 หัวข้อคือ 1)พัฒนางาน 2)พัฒนาคน 3)พัฒนาฐานความรู้ขององค์กร และ 4)พัฒนาองค์กร โดยจะมีองค์ประกอบหลัก คือ คน สังคม-วัฒนธรรมองค์กร กระบวนการจัดการความรู้ และเทคโนโลยี ส่วนประโยชน์จากการจัดการความรู้นี้ก็คือ การสร้างนวัตกรรม เพิ่มคุณภาพองค์กร ลดอัตราการลาออก ลดเวลาการบริหาร ลดค่าใช้จ่าย ปรับปรุงประสิทธิภาพขององค์กร และเพิ่มผลผลิต

และสิ่งที่ดิฉันอยากรู้ คือ ทำไม KM เกิดขึ้นมาได้ มีเหตูผลอะไรที่ทำให้เกิด KM ขึ้นในองค์กรนั้นๆ


2. ความรู้ความเข้าใจที่ได้รับจากการฟังบรรยาย

        จากการฟังบรรยาย การศึกษาของประเทศฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ เวียดนาม และกัมพูชา ณ หอประชุมฯ 70 ปี สิ่งที่ได้รับคือ การจัดการศึกษาของแต่ละประเทศ และความคิดเห็นต่างๆ เกี่ยวกับการศึกษาไทย

1)การศึกษาของประเทศฟิลิปปินส์

-ประเทศฟิลิปปินส์เคยตกเป็นอาณานิคมของสเปน และสหรัฐอเมริกาเมื่อหลายร้อยปีก่อน ทำให้คนในประเทศเก่งภาษาอังกฤษ พูดภาษาอังกฤษได้เยอะ

-การศึกษาในประเทศฟิลิปปินส์มีการแข่งขันสูงมาก มีการปรับหลักสูตรอยู่ตลอดเวลา และพร้อมที่จะเข้าสู่อาเซียนอย่างเต็มตัว

-ปัจจุบันประเทศฟิลิปปินส์ได้ปรับเปลี่ยนหลักสูตร คือ หลักสูตร K-12 program เป็นหลักสูตรที่สอน ประถม 6 ปี(6-11 ขวบ) ม.ต้น 4 ปี(12-15 ขวบ) ม.ปลาย 2 ปี(16-17 ขวบ)

-การศึกษาจะเน้นเสริมสร้างทักษะเป็นนักลงทุนในอนาคต

-การจัดการเรียนการสอนชั้นอนุบาล จะเป็นการเตรียมพร้อมเด็ก จะเรียนเกี่ยวกับ ตัวอักษร ตัวเลข ความแตกต่างของสี การเต้น การร้องเพลง โดยใช้ภาษาฟิลิปปินส์ในการสอน(ยังไม่ใช้ภาษาอังกฤษ)

-การจัดการเรียนการสอนชั้นประถม จะเริ่มเรียนภาษาอังกฤษ เน้นทักษะการอ่าน ในชั้นประถมจะเน้น 2 ภาษาในการสอนคือ ภาษาฟิลิปปินโน(ภาษาถิ่น) กับภาษาอังกฤษ

-การจัดการเรียนการสอน ชั้น ม.ต้นโดยจะเรียนเป็นเกรด 7-10

เกรด 7 อายุ 12 ขวบ เรียนเกี่ยวกับ Integrated science

เกรด 8 อายุ 13 ขวบ เรียนเกี่ยวกับ Biology

เกรด 9 อายุ 14 ขวบ เรียนเกี่ยวกับ Chemistry

เกรด 10 อายุ 15 ขวบ เรียนเกี่ยวกับ Physios

-การจัดการเรียนการสอน ชั้น ม.ปลาย จะเป็นการเรียนเพื่อเตรียมเข้าสู่มหาวิทยาลัย จะเน้นในเรื่อง ภาษา วรรณคดี การสื่อสาร วิทยาศาสตร์ ปรัชญา คณิตศาสตร์ และประวัติศาสตร์

2)การศึกษาของประเทศเวียดนาม

-ระบบการศึกษา ขั้นพื้นฐาน 12 ปี

-การจัดเวลาเรียน

- เช้า 07.77-11.30 น.

- บ่าย 13.00-17.30 น.

- เรียนวันจันทร์ ถึง วันเสาร์ วันละ 4 – 5 วิชาๆ ละ 45 นาที

- เรียน 2 ภาคเรียน ภาคเรียนที่ 1 เดือนกันยายน – ธันวาคม ภาคเรียนที่ 2 เดือนมกราคม –

พฤษภาคม ส่วนเดือน มิถุนายน – สิงหาคม เป็นช่วงพักร้อน

-การจัดการเรียนการสอน ม.ต้น เน้นเรียนทุกวิชาเท่าๆ กัน ส่วน ม.ปลาย จะแบ่งเป็นสายการเรียนตามความสามารถ สาย A เรียนคณิตศาสตร์ ฟิสิกส์ เคมี สาย B เรียนคณิตศาสตร์ เคมี ชีวะ สาย C เรียนวรรณคดี ภูมิศาสตร์ ประวัติศาสตร์ สาย D เรียนภูมิศาสตร์ ประวัติศาสตร์ ภาษาต่างประเทศ

-การตัดเกรด เต็ม 10 จะแบ่งเป็น 3 ช่วง คือ ช่วง 8.5 – 10 อยู่ในระดับดีเยี่ยม (แต่ละวิชาไม่ต่ำกว่า 6.5) ช่วง 6.5 – 8.4 อยู่ในระดับดี (แต่ละวิชาไม่ต่ำกว่า 5.0) ช่วง 3.5 – 6.4 อยู่ในระดับผ่าน (แต่ละวิชาไม่ต่ำกว่า 3.5) และถ้ามีวิชาใดวิชาหนึ่งต่ำกว่า 3.5 ต้องเรียนใหม่ทุกวิชา

3)การศึกษาของประเทศกัมพูชา (คล้ายประเทศไทย)

-สมัยก่อนไม่มีโรงเรียน ผู้ชายไปเรียนที่วัด ผู้หญิงไม่ได้เรียน

-ปัจจุบัน การเรียนแบ่งเป็น 4 ระดับ คือ อนุบาล(3-5 ขวบ) ประถม(6-11 ขวบ) ม.ต้น(12-14 ขวบ) ม.ปลาย(15-17 ขวบ)

-18 – 24 เรียนมหาวิทยาลัย

4)การศึกษาของประเทศสิงคโปร์

-ประชากร คือทรัพยากรที่สำคัญที่สุดของประเทศ เพราะฉะนั้นจึงให้ความสำคัญทางศึกษา

-หนังสือเรียนเป็นภาษาอังกฤษ

-การเรียนเริ่ม วันที่ 2 มกราคม ของทุกปีเรียน 4 เทอมๆ ละ 10 สัปดาห์ ปิดเทอมเดือนครึ่ง

-ระดับการเรียนแบ่งเป็น ก่อนอนุบาล(ไม่บังคับ) อนุบาล ประถม มัธยม

-การเรียนระดับประถม ใช้หลักสูตรเดียวกันกับไทย จบแล้วเข้าสอบวัดระดับเพื่อเรียนมัธยม โดยการสอบวิชาคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และภาษาต่างประเทศ

-การเรียนระดับมัธยม ถูกแยกสาขา เป็น พิเศษ 4 ปี และธรรมดา 5 ปี แยกเพื่อปลูกฝังให้เด็กรู้ตัวตนกับอาชีพของตน เมื่อจบมัธยม เข้าเรียนมหาวิทยาลัยโดยแยกสาขาตามถนัด

5)ความคิดเห็นในประเด็นต่างๆ ของแต่ละประเทศ เกี่ยวกับการศึกษาไทย

-การศึกษาฟิลิปปินส์กับไทย ฟิลิปปินส์จะใช้ภาษาอังกฤษในการเรียนการสอน ไม่ใช้ภาษาถิ่น แต่ประเทศไทยใช้ภาษาไทยในการเรียนการสอน ส่วนการประเมินผล ประเทศไทยชอบประเมินให้นักเรียนผ่านโดยไม่ค่อยให้นักเรียนเรียนซ้ำชั้น จึงทำให้นักเรียนไทยไม่มีประสิทธิภาพ

-การศึกษาประเทศสิงคโปร์กับไทย ประเทศสิงคโปร์เน้นให้เด็กเรียนรู้ด้วยตนเอง พ่อแม่ของเด็กคอยผลักดันลูกอยู่ตลอดเวลา แต่ประเทศไทยเด็กไม่ค่อยเรียนรู้ด้วยตนเอง ให้ครูเป็นคนป้อนความรู้อยู่ตลอดเวลา ทำให้ระเบียบวินัยทั้งครูและนักเรียนยืดหยุ่น จึงเกิดการขาดระเบียบวินัยทั้งครูและนักเรียน

-การศึกษาประเทศเวียดนามกับไทย เวียดนามจะเน้นทักษะด้านคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ ไม่มีกิจกรรมเยอะเหมือนประเทศไทย เวียดนามใช้เวลาว่างในการเรียนรู้ด้วยตนเอง เข้าห้องสมุด เรียนพิเศษ แต่เด็กไทยใช้เวลาว่างในการเล่น เที่ยว หาความสนุก ไม่สนใจหาความรู้ ครูเวียดนามเน้นให้เด็กทำทุกอย่างด้วยตนเอง เรียนรู้ด้วยตนเอง แต่ครูไทยทำทุกอย่างให้เด็ก

-การศึกษาประเทศกัมพูชากับไทย เด็กกัมพูชาจะตั้งใจเรียนเพราะกลัวสอบตก ตรงต่อเวลา แต่เด็กไทยไม่ตั้งใจเรียน เรียนพอจบๆ ไป และนักเรียนไทยไม่ตรงต่อเวลา ทำให้ขาดระเบียบวินัยในตนเอง การศึกษาจึงไม่มีประสิทธิภาพ

3. บรรยากาศในการฟังบรรยาย

นักศึกษาตั้งใจฟังเป็นอย่างมาก และช่วยกันวิเคราะห์ปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับการศึกษาในประเทศไทย เมื่อได้รับฟังก็รู้สึกภูมิใจที่ได้รับฟังบรรยายในครั้งนี้ เพราะทำให้เรามองเห็นปัญหาของเด็กมากยิ่งขึ้น และได้ทราบถึงการจัดการเรียนการสอนของแต่ละประเทศเพื่อเป็นแนวทางในการแก้ปัญหานักเรียนไทยของเรา

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน บันทึกอนุทิน/ AAR / Story telling ของ นางสาวศุภรัตน์ ภิรมย์ชม รหัส 57D0103117



ความเห็น (0)