นับจากช่วงเวลาเริ่มเส้นทางใหม่ จนถึงวันนี้เป็นเวลา 4 เดือน
ช่วงเวลาแห่งการปรับตัว ปรับใจ ผ่านไป
ยังมีความอบอุ่นจากกัลยาณมิตร gotoknow มาทักทายเป็นระยะ

ทั้ง โทรศัพท์จากกัลยาณมิตรไกล ท่าน วอญ่า เมื่อมาประชุมเกษียณอายุ ที่เชียงใหม่
ทั้ง LINE จากกัลยาณมิตรใกล้ คุณครูเงา wasawat

วันนี้ ณ งาน CMU medical book fair
ข้าพเจ้าก็ได้พบปะ คุณครูเงากำลังเสี่ยงโชคโดยบังเอิญ (สงสัยได้รางวัลใหญ่ เพราะจับไป 10 ใบ ^_^)
จึงขอบันทึกเป็นที่ระลึกสังหน่อยค่ะ

===================================

ช่วงเดือนแรกๆ มีสิ่งที่ข้าพเจ้าลำบากใจอยู่สามอย่าง

1. การตอบคำถาม 'ทำไมกลับมาเรียน?'
2. การจดจำข้อมูลใหม่ๆ โดยเฉพาะจำชื่อ sign ชื่อโรคแปลกๆ รู้สึกอ่านแล้วเอามาใช้ไม่ออก บอกไม่ได้
3. อาการมึนงง หลังคืนอยู่เวรรับเคสจากห้องฉุกเฉิน

เมื่อเวลา ผ่านไป สิ่งต่างๆ ก็คลี่คลายไป

1. ใครต่อใคร ในโรงพยาบาล ยิ้มทักทาย
คำตอบทำไมถึงกลับมาเรียน..ข้าพเจ้ามีคำตอบ 'คิดใหญ่ไม่คิดเล็ก' อยู่ในใจ
แต่คำตอบที่ออกปากไปคือ 'เพราะอยากเรียน'..สั้นๆ และไม่โกหก
เพราะอยากเรียน สิ่งที่ชอบ สิ่งที่ใช่ จึงมีความสุข
ตอนนี้ ใครๆ ก็เลิกถามแล้ว และมองข้าพเจ้าเป็นพี่ เป็นเพื่อน เป็นน้อง ดั่งเดิม

2. ขอบคุณ 'ความไม่สมบูรณ์แบบ' ในชีวิตที่ผ่านมา
ครั้งหนึง ข้าพเจ้ามาเริ่มเรียน ABC ตอน ป.5 ขณะที่เพื่อนร่วมห้องเริ่มเรียนต้ั้งแต่อนุบาล
เทอมแรก ข้าพเจ้าได้เกรด 1 วิชาภาษาอังกฤษ แล้วค่อยๆ พัฒนาจนได้เกรด 4 ในปีถัดมา
ข้าพเจ้าจำได้ว่า ใช้ความพยายามอย่างมาก สรุปเนื้อหาลงสมุดเป็นเล่มๆ เพราะไม่ใช่คนหัวดี
ครั้งนี้ก็เช่นกัน การกลับมาเรียนพร้อมกับรุ่นน้องที่ยังสดกับคลินิก
จะต้องไล่ตามอีก..ด้วยความมั่นใจว่า 'ไม่มีอะไรเหนื่อความพยายาม---ที่ถูกทาง'
สถานการณ์ตอนนี้แตกต่าง จากตอน ป. 5 ที่มีสมาธิและมีเวลา
อายุที่มากขึ้น ทำให้การอ่านไปสรุปไป ดูจะไม่ค่อยได้ผลนัก
ต้องขอบคุณ gotoknow ที่แนะนำให้ข้าพเจ้ารู้จัก 'Coursera'
ข้าพเจ้าจึงได้ลองเรียนฟรีคอร์ส 'Learning how to learn' https://www.coursera.org/course/learning
แล้วพบว่า วิธีที่ได้ผลคือความสมดุลระหว่าง focus mode กับ diffuse mode
focus mode คือ 'Chunking' (ห่อแพ็คความรู้ พร้อมใช้ ห่อด้วย context, เพ่งสมาธิเต็มที่ครั้งละ 25 นาที-1 ชั่วโมง) ใช้สำหรับ กรณีต้องการแก้ปัญหาฉับไว ปัญหาเจอบ่อยๆ
diffuse mode คือ Relaxation การผ่อนคลาย สนใจสิ่งอื่นๆ ..รวมถึงแบ่งเวลามาทำสิ่งที่ชอบ อย่างบันทึกแบบนี้ ^_^ ใช้สำหรับ การแก้ปัญหาใหม่ ความคิดสร้างสรรค์
ด้วยวิธีนี้ ข้าพเจ้าใช้เวลากับการอ่านหนังสือมีประสิทธิภาพมากขึ้น ผ่อนคลายมากขึ้น
สามารถดูผู้ป่วย และสื่อสารข้อมูลได้ตรงประเด็น ยิ่งขึ้น

3. อาการมึนงงเพราะนอนไม่เต็มอิ่ม ระยะแรกเป็นมาก วันถึดมายังงงๆ จนถึงเย็น จนข้าพเจ้ารุู้สึกขับรถกลับคอนโดไม่ไหว
ต้องเช่าหอพักหน้า รพ. ไว้สำหรับนอนพัก
ปัจจัย เนื่องจาก
ก. ความกังวลในช่วงแรก และยังจัดการเคสไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร -> ผ่านไปก็ดีขึ้น ดังข้อ 2
ข. เตียงห้องพักแพทย์เวรแข็ง ผ้าห่มไม่นุ่น ทำให้นอนไม่หลับ และมีฝุ่นใต้เตียง -> จึงลงมือ big clean day
กวาดถูอย่างสะอาด เรานอนสบาย คนอื่นนอนสบาย ได้บุญไปด้วย
และเตรียมถุงนอน + ผ้าห่มหนานุ่มส่วนตัว เก็บไว้ในตู้ เอาออกมาใช้คืนอยู่เวร
3. รถช่วง 5 โมงเย็น ที่เชียงใหม่ติดมาก
ข้าพเจ้าจึงใช้เวลา นั่งเอนหลังหลับตาพักผ่อนที่ห้องสมุดคณะ ซึ่งเงียบสงบ
หลังๆ มาที่เริ่มปรับตัวได้ พอจะอ่านหนังสือนอกหลักสูตร แบบที่ชอบ (ทดแทนที่ไม่ได้ไป SE-ED)
หรือวันไหนไม่เหนื่อยมาก ก็อ่านหนังสือทบทวน ให้ได้สัก 1-2 chunk
จนห้องสมุดปิด 2 ทุ่ม เริ่มฟื้นจึงกลับบ้าน รถไม่ค่อยติดค่ะ

................ขอตัวไปหลับเอาแรง เตรียมอยู่เวร ER มหาสนุก พรุ่งนี้ค่ะ ^_^

#####

ข้าพเจ้าได้ลองประยุกต์วิธี Chunking ความรู้ไว้ในรูปแบบการตั้งโจทย์
โดยข้าพเจ้าตั้งกฎกับตัวเองยึดดังนี้
1. โจทย์นั้นต้องเป็นการบรรยายลักษณะผู้ป่วยที่เจอ -> สร้าง context
2. หากมีศัพท์ใหม่ ให้ขยายด้วยคำอธิบายให้คนทั่วไปเข้าใจได้ -> ถ้าเข้าใจจริงต้องอธิบายเป็นภาษาง่ายๆ ได้
3. คำถามจบด้วย แล้วทำอย่างไรต่อไป -> wrap up เพราะสุดท้าย ความรู้ต่างๆ นั้นก็เพื่อการตัดสินใจ ทำหรือไม่ทำอะไร

สะสมไว้ใน Evernote สำหรับทบทวนเองและเผือผู้ที่สนใจ