12 ตุลาคม 2557
เรียน. เพื่อนครู ผู้บริหารและผู้อ่านที่เคารพรักทุกท่าน
วันจันทร์ที่ 6 ตุลาคม. 2557 เช้าน้ดประชุมรองผู้อำนวยการสำนักงานเขตและผู้อำนวยการกลุ่มไว้ ก่อนการประชุมได้รับดอกกุหลาบ1 มัดเพื่อแสดงความยินดีที่ไม่ย้าย. แม้จะรู้สึกยินดีที่อยู่ต่อเพราะงานที่ทำไว้คือการสร้างสำนักงานใหม่ยังไม่แล้วเสร็จ แต่ก็เห็นใจคนที่เบื่อลิเกคณะนี้แล้ว เพราะดูกันมานาน อย่างไรก็ตามปีนี้จบก็คงต้องย้ายวิกแสดง ด้วยครบ 6 ปี ตามกำหนดในมาตรา 60 แห่ง พรบ.ระเบียบข้าราชการครู ฯ 2547 การประชุมวันนี้เพื่อทบทวนคำสั่งมอบอำนาจให้รองฯปฏิบัติราชการแทนว่ายังใช้ได้อยู่หรือเปล่า เนื่องจากรองฯเกษียณไป2 ท่าน กลัวเกิดช่องว่าง ครั้นจะออกคำสั่งใหม่ให้เป็นปัจจุบันอ่กไม่กี่วัน สพฐ. จะมีคำสั่งย้ายรองฯออกมา จึงตัดสินใจรอไปก่อน เที่ยงอดีตผอ.กลุ่มส่งเสริมสถานศึกษาเอกชน.คุณสงวนศรี วงศ์คช ชวนไปทานข้าวที่ร้านเว้ง. อำเภอสามโคก ไปกัน 6 คน ผมยังกินเจไหลแบบยังไม่อยากจะกินเนื้อสัตว์เป็นชิ้นเป็นอันจึงกินผักไปตามเรื่อง แต่ไม่เคร่งเหมือนกินเจ บ่ายกลับมาประชุมผู้รักษาราชการแทน ผอ.รร. ในโรงเรียนที่ว่าง เรามีโรงเรียนที่ไร้ผู้บริหารเกือบ 20 โรงเรียน จึงต้องจูนคลื่นของครูที่รักษาราชการแทนให้ตรงกันจะได้เกิดปัญหาน้อยลง เลิกประชุมไปดูนักการภารโรงมาช่วยกันทำทางเท้าหน้าสำนักงาน.เป็นวานปูตัวหนอน เราซื้อวัสดุมาให้เขาช่วยกันทำ ฝีมือดูแล้วดีกว่าผู้รับจ้างทั่วไป เย็นเดินทางไปโรงพยาบาลรามาธิบดีเพื่อรับและส่งพรรคพวกจากชุมพรที่มาตรวจสุขภาพไปสถานีขนส่งสายใต้
วันอังคารที่ 7 ตุลาคม. 2557 เช้าประชุมกรรมการสรรหาครูเพื่อรับรางวัลสเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี มีรองผู้ว่าราชการจังหวัด นายวินชัย อุยางกูร เป็นประธาน ที่ประชุมกำหนดการเสนอขื่อครูเพื่อรับรางวัลระหว่างวันที่๑พฤศจิกายนถึง ๑๕ธันวาคม ๒๕๕๗ เผื่อเวลาไว้ตรวจสอบคุณสมบัติและสภาพจริงพอสมควร เพื่อสามารถส่งส่วนกลางได้ทันภายในเดือนกุมภาพันธ์2558 เที่ยงแวะกินสลัดผักร้านเพื่อนลุง. บ่ายดูงานก่อสร้างสำนักงานจากบริเวณทั่วไป ขึ้นตัวอาคารชั้น1 ชั้น 2 และชั้น3 . ภารโรงมาช่วยปูตัวหนอนคืบหน้าไปมากติดขัดที่ตัวหนอนมาส่งไม่ครบ จะครบก็วันพฤหัสบดี กะว่าวันศุกร์น่าจะเสร็จ ในส่วนของผู้รับจ้างคนงานหยัดเพราะจะไปำบุญออกพรรษา กลับไปสำนักงานลงชื่อในแฟ้มเอกสารต่าง ๆ จนเย็น ขากลับแวะซื้อผักพื้นบ้านที่สองตายายมายืนขายหน้าบ้านคือผักกูดเอาไปผัดผัดน้ำมันหอยเป็นอาหารมื้อเย็น
วันพุธที่ 8 ตุลาคม. 2557 เช้าเข้าที่ทำงานแวะทานกาแฟสโมสร จากนั้น ไปดูงานที่เขตใหม่ เสาธงเริ่มมาตอนเสาเข็มทำตอม่อ เดิมจะให้เขาทำฐานด้วยแต่ตกลงกันไม่ได้เราอยากได้แบบหนึ่งเขาอยากทำอีกแบบหนึ่ง ราคาก็ขยับกันไปเรื่อย เลยตัดสินใจให้เขาทำตอม่อยกเสาธงแค่นั้น ที่เหลือจะดำเนินการเอง. ทางเท้าด้านหน้ามีเสาโทรศัพท์ป้กอยู่ตรวกลาง เดิมควเป็นตู้โทรศัพท์สาธารณะให้ท่านรองฯ ประพฤทธิ์ บุญอำไพ ประสานขออนุญาตองค์การโทรศัพท์ถอนออกจะได้โล่ง พอดีกับรถเครนของร้านทำเสาธงมาอยู่จึงขอแรงช่วยดึงจนสำเร็จ เที่ยงกินข้าวที่สโมสร. บ่ายกลับไปดูงานต่อ เย็นให้สุวิทย์และสัมฤทธิ์ไปเปลี่ยนหลอดไฟฟ้าที่โรงรถบ้านพักเพราะสูงเกินกว่าจะทำได้ด้วยตัวเอง แวะเดอะมอลล์งามวงศ์วานหาซื้อรองเท้าแตะไปใช้ที่อินเดีย เพราะไปค่างที่หอพักของโรงเรียนเวลาเดินไปกินข้าวชั้นล่างจะได้สะดวก ซื้อที่ชาร์จโทรศัพท์ในรถยนต์ทดแทนอันเดิมที่หมดอายุไขย
วันพฤหัสบดีที่ 9 ตุลาคม 2557 เช้าประชุมสรรหาผู้ทรงคุณวุฒิใน อกคศ. มีท่านรองผู้ว่าราชการจังหวัดนายวินชัย อุยางกูรเป็นประธาน นัดพร้อมกันทั้ง 2 เขต ใช้ห้องประชุเล็กติดสโมสร. กรรมการสรรหาเป็นกรรมการที่ผ่านการเลือกตั้งมาแล้วั้งผู้แทนครู ผู้บริหารและบุคลากรทางการศึกษา ที่พิเศษหน่อยมีประธานกรรมการเขตพื้นที่การศึกษามาด้วย เลิกประชุมทั้ง2 เขต นั่งคุยกับ ผอ.จำรูญ พรมสุวรรณ จนเกือบเที่ยง. อาหารกลางวันมื้อนี้กินผัดไทยร้านมหาชัย บ่ายรวมพลคนเขตและผู้บริหารโรงเรียนไปถวายพระพรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่โรงพยาบาลศิริราช เย็นไปเซ็นทรัลรัตนาธิเบศร์หาซื้อกระเป๋าเดินทางให้คุณครูที่บ้านเดินทางไปเกาหลีซึ่งเป็นช่วงเดียวกับผมไปอินเดีย. กระเป๋าเดินทางที่มั่นใจคือ Samsonite เพราะแข็งแรงทนทาน สะดวกสบายในการเข็น ระบบ 4 ล้อ เสียอย่างเดียวแพง
วันศุกร์ที่ 10 ตุลาคม. 2557 เช้าเข้าดูงานสำนักงานใหม่ คืบหน้าไปมากคาดว่าทางเท้าฝั่งน้กการภารโรงคงเสร็จ ฝั่งคนวานรับจ้างก็มาปูตัวหนอนใต้ต้นมะขาม ผมเรียกว่าลานมะขามคู่ ส่วนของเสาธงทำตอม่อรอให้แข็งตัวจึงให้ท่านรองประพฤทธิ์สั่งเพิ่มสายล่อฟ้าเข้าไปด้วย ก่อนเที่ยงเดินทางไปกระทรวงเพื่อทำงานที่ค้างไว้ให้แล้วเสร็จ เย็นให้หมอนวดชรานวดแขนที่ยกไม่ค่อยขึ้น ดูอาการจะหน้กกว่าเก่าเพราะแกเล่นทั้งศอกทั้งเข่า. ได้คำแนะนำจากโรงพยาบาลพระนั่งเกล้าคงจะต้องลองทำดู ดังนี้ครับ
"อาการปวดข้อไหล่พบได้บ่อย โดยเฉพาะคนที่มีอายุเลยวัยกลางคนไปแล้ว โรคที่พบได้บ่อยคือโรคข้อไหล่ติดแข็งส่วนใหญ่แล้วผู้ที่มีอาการปวดข้อไหล่ในระยะเริ่มแรก จะรีรอที่จะไปหาแพทย์ และพยายามไม่ยอมใช้ข้อไหล่ข้างนั้นต่อไปการเคลื่อนไหวของข้อไหล่จะลดน้อยลง บางคนยืนโหนรถเมล์จะรู้สึกว่ายกโหนรถเมล์ลำบากหรือถ้าเป็นมากๆ จะโหนไม่ได้เลย"
อาการ
- เจ็บปวดบริเวณข้อไหล่
- ยกแขนข้างที่ปวดได้ไม่สูงนัก เปรียบเทียบกับด้านตรงข้าม ถ้าพยายามผืนยกให้สูงขึ้นจะมีอาการปวดมากขึ้น
การรักษา
การรักษาด้วยตัวเอง
- ถ้าปวดมากควรพักการใช้ข้อไหล่และใช้ผ้าคล้องแขนคล้องคอชั่วคราว 2-3 วัน
- ถ้าเริ่มปวดควรประคบด้วยถุงน้ำแข็งวันละ 2-3 ครั้ง ครั้งละ 15-30 นาที
- อย่าบีบนวดหรือดัดข้อไหล่ที่กำลังปวดเพราะจะทำให้อักเสบมากขึ้น
- อย่านอนทับแขนและไหล่ข้างที่ปวด
- อย่าใช้แขนข้างที่ปวดยกหรือหิ้วของหนักๆ
- อย่าโหนหรือเหนี่ยวนานเกินควร
- เริ่มบริหารข้อไหล่เมื่อทุเลาปวด ทำวันละน้อยค่อยๆ เพิ่มขึ้นจะเคลื่อนไหวหัวไหล่ได้ปกติ
- ถ้าเป็นมากควรปรึกษาแพทย์
การรักษาทางแพทย์
- แพทย์มีการตรวจร่างกาย อาจถ่ายภาพรังสีของข้อ
- ให้ยาระงับปวด ยาระงับอาการอักเสบบางรายอาจถึงฉีกยา และส่งไปปรึกษานักกายภาพบำบัดเพื่อทำการรักษาทางกายภาพบำบัดต่อไป
การรักษาทางกายภาพบำบัด
(ในกรณีที่ท่านมีอาการปวดมากและไม่สามารถรักษาด้วยตัวเองได้)
- การใช้ความเย็นในระยะมีอาการปวดเฉียบพลัน
- การใช้ความร้อน แผ่นผ้าร้อน เครื่องอบความร้อนคลื่นสั้น เครื่องนวดอัตราซาวน์ ฯลฯ เพื่อลดอาการปวดและเกร็งของกล้ามเนื้อ
- การใช้เครื่องกระตุ้นไฟฟ้า เพื่อลดปวด
- การดัดดึง โดยใช้วิธีเฉพาะเนื้อยึดพังผืด ทำให้ข้อไหล่เคลื่อนไหวได้ดีขึ้น
- การออกกำลังกาย ถือได้ว่าเป็นหัวใจในการรักษาผู้ป่วยข้อไหล่ติด นักกายภาพบำบัดจะเป็นผู้ใช้เครื่องมือต่างๆ ประกอบการออกกำลังกาย
การออกกำลังข้อไหล่
1. แกว่งแขน
ใช้แขนดึงท้าวบนโต๊ะ ก้มตัวลงเล็กน้อยปล่อยให้แขนข้างไหล่เจ็บห้อยลงตรงๆ แล้วค่อยๆ แกว่างอขนไปข้างหน้าข้างหลัง เข้าในออกนอก คล้ายกับการแกว่งของตุ้มนาฬิกา จากนั้นแกว่งเป็นวงกลมอย่างช้าๆ ครั้งละ 5 นาที วันละ 3 ครั้ง การแกว่งให้แกว่งแขนอยู่ในจุดจำกัดของอาการเจ็บป่วย เมื่ออาการปวดลดลงให้แกว่งขยายวงกว้างไปเรื่อยๆ
2. ทำนิ้วไต่ฝาผนัง
2.1 ยืนหันหน้าเข้าฝา ห่างประมาณ 1 ฟุต ยกแขนข้างที่ไหล่มีปัญหาเอานิ้วไต่ฝาผนังขึ้นเรื่อยๆ จนรู้สึกว่าเจ็บพอทน ทำเครื่องหมายไว้ทำซ้ำอย่างน้อย 5 เที่ยววันละ 3 ครั้ง วันต่อๆมาสังเกตเครื่องหมายว่าท่านยกแขนได้สูงเพิ่มขึ้นหรือไม่
2.2 เมื่อมีอาการเจ็บปวดข้อไหล่ลดลงน้อยลงให้ยืนหันข้างที่ไหล่ปวดเข้าข้างฝา ห่างประมาณ 1 ฟุต กางแขนเอานิ้วแตะฝาและไต่ขึ้นไปเรื่อย เช่นเดียวกับข้อ
2.1 จนกระทั่งยอแขนได้สูงสุดเหมือนปกติ
ข้อควรระวัง
ไม่เอียงตัว แอ่นตัวหรือเขย่งตัวขณะมือไต่ฝา
ท่าออกกำลังกายยกไหล่ทุกทิศ
พยายามเคลื่อนไหวข้อไหล่ทุกทิศทางทำท่าละ 10 ครั้ง วันละ 2-3 หน
ท่าที่ 1 ยกแขนทั้งสองข้างไปข้างหน้าจนต้นแขนชิดใบหูแล้วกลับลงท่าเดิม จากนั้นเหยียดแขนทั้งสองข้างไปด้านหลังแล้วกลับลงท่าเดิม
ท่าที่ 2 กางแขนทั้งสองข้างจนสูงระดับไหล่ หงายมือและยกแขนขึ้นจนต้นแขนชิดใบหูแล้วกลับลงท่าเดิม
ท่าที่ 3 เอามือทั้งสองข้างประสานท้ายทอยกางศอกำทั้งสองข้างไปด้านหลังให้สุดแล้วหุบศอกมาชิดด้านหล้าให้มากที่สุด
ท่าที่ 4 กางแขนทั้งสองข้างสูงระดับไหล่หมุนแขนเข้าออกให้มากที่สุดยกแขนเหนือศีรษะเหยียดตรงหมุนเข้า-ออกมากที่สุด
ท่าที่ 5 เอามือข้างไหล่เจ็บไว้หลังแล้วค่อยๆ ขยับให้สูงขึ้น เอามือข้างไหล่เจ็บอ้อมมาแตะบ่าค่อยๆขยับให้ต่ำลง การออกกำลังกายท่านี้ เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่ทุเลาจากการปวดลงมาแล้ว
ข้อปฏิบัติเพื่อป้องกันข้อไหล่ปวดหรือยึดติดอีก
1. หมั่นออกกำลังกล้ามเนื้อข้อไหล่ตามที่เคยปฏิบัติต่อไปเรื่อยๆ
2. หลีกเลี่ยงจากการยกสิ่งของที่หนักเกินความสามารถของท่าน
3. หลีกเลี่ยงการใช้มือหรือแขนทำงานเหนือระดับศีรษะนานเกินไป เช่น ทาสีเพดานบ้าน เช็ดตู้ ฯลฯ
4. การยกของควรยกให้ใกล้ชิดกับลำดับตัวและในท่างอข้อศอก
5. อย่าอ่านหนังสือหรือดูทีวีในท่านอนคว่ำแล้วใช้ข้อศอกยันตัวรับน้ำหนักไว้นานเกินไป
6. การยืนหรือเดินควรให้ไหล่ลำตัวตรงในท่าอกผายไหล่ผึ่ง
นายกำจัด คงหนู
ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปทุมธานี เขต 1



สำนักงานใกล้จะเสร็จแล้วนะครับ
เหลืออะไรบ้างครับ